Verizon จับมือ AWS ให้บริการ Private Mobile Edge Computing แก่องค์กรที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

Verizon Communications ได้ออกมาประกาศเปิดตัวโซลูชัน Private Mobile Edge Computing ที่ใช้ AWS Outposts ในการให้บริการแก่ธุรกิจองค์กรในสหรัฐอเมริกาแล้วอย่างเป็นทางการ

Credit: Verizon

จุดเด่นของโซลูชัน Private Mobile Edge Computing นี้คือการที่ระบบมี Bandwidth ปริมาณมหาศาลและมี Latency ที่ต่ำมาก ในขณะที่ยังมีพลังประมวลผลที่สูงและมีเครื่องมือต่างๆ จาก AWS ให้ใช้งาน ทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนา Real-Time Application อย่างเช่นระบบ Intelligent Logistics, Factory Automation และ Robotics ได้ รวมถึงยังสามารถควบคุมประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัย, ความมั่นคงทนทาน และประสิทธิภาพในการใช้งานได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ตัวอย่างของธุรกิจองค์กรที่ใช้บริการดังกล่าวนี้คือ Corning ซึ่งเป็นผู้ผลิตสาย Fiber Optic ชั้นนำรายหนึ่งของโลก ที่ได้ใช้บริการนี้ในการรวบรวมข้อมูลปริมาณมหาศาลที่เกิดขึ้นในโรงงานมาทำการตรวจสอบรับประกันคุณภาพ และวิเคราะห์ประมวลผลด้วย Machine Learning โดยที่ข้อมูลถูกส่งผ่านระบบ Dedicated Private Network ทั้งหมด และยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ในโรงงานปริมาณมากเพื่อทำการบริหารจัดการได้จากศูนย์กลางอีกด้วย

บริการ Private Mobile Edge Computing ของ Verizon นี้ถือเป็นบริการที่ต่อยอดมาจากบริการก่อนหน้าอย่าง Verizon 5G Edge ที่เป็นบริการ Public Edge Computing Platform ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับ AWS เช่นกัน แต่ใช้ AWS Wavelength เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังแทน

ที่มา: https://venturebeat.com/2021/10/23/verizon-aws-private-mobile-edge-computing-available-to-u-s-enterprises/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Dell ออกอัปเดต PowerScale OneFS 9.5 เพิ่มฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและปรับปรุงประสิทธิภาพ

Dell ออกอัปเดต PowerScale OneFS 9.5 เพิ่มฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย และช่วยเร่งประสิทธิภาพ All-flash F600 และ F900 PowerScale Node ได้ถึง 55%

Ubuntu Pro พร้อมใช้งานแล้ว

แนวทางด้าน Security เป็นเรื่องสำคัญซึ่งในการพัฒนาแอปด้วยโอเพ่นซอร์สที่มีการใช้เครื่องมือภายในมาประกอบกันเป็นปัญหามานานว่าจะรักษาให้ทุกส่วนอัปเดตอย่างเหมาะสมได้อย่างไร หนึ่งในแนวทางที่ Canonical ทีมงานเบื้องหลัง Ubuntu จึงได้ปล่อย Subscription ล่าสุดที่ชื่อ Ubuntu Pro ออกมาให้องค์กรได้ใช้งาน