Vercel เปิดตัวเฟรมเวิร์กใหม่และระบบควบคุมระดับองค์กร สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI เชิงเอเจนต์

Vercel สตาร์ทอัพด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ฟรอนต์เอนด์ ได้ประกาศเปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่งาน Ship ซึ่งเป็นงานประชุมสัมมนาประจำปีของบริษัท เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญให้กับแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์เชิงเอเจนต์ให้สอดรับกับแนวทางที่องค์กรต่าง ๆ ใช้ในการติดตั้งใช้งาน รันระบบ และขยายขนาดร่วมกับเอเจนต์ AI

Credit: Vercel

“ซอฟต์แวร์ทุก ๆ ยุคสมัยต้องการโครงสร้างพื้นฐานในยุคสมัยใหม่มารองรับ สำหรับยุคแห่งเอเจนต์ สิ่งนั้นคือ Vercel” Guillermo Rauch ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว “Vercel คือพื้นที่ที่เอเจนต์ช่วยเขียนโค้ดใช้ดีพลอยซอฟต์แวร์ และเป็นที่ที่ทีมต่าง ๆ ใช้สร้างและติดตั้งแอปพลิเคชันรวมถึงเอเจนต์แบบฟูลสแต็กของตนเอง”

การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่ซอฟต์แวร์ถูกสร้างขึ้นโดยเอเจนต์ AI กำลังดำเนินไปอย่างเต็มตัว โดยบริษัทเปิดเผยว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีการดีพลอยบนแพลตฟอร์มเพียงไม่ถึง 3% ที่ถูกสั่งการโดยเอเจนต์ช่วยเขียนโค้ด แต่ในปัจจุบัน เอเจนต์เหล่านี้กลับมีส่วนร่วมในการคอมมิตโค้ดมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมดแล้ว

นอกจากนี้ บริษัทยังเสริมว่า ปริมาณการใช้งานโทเคนผ่าน Vercel AI Gateway ได้เติบโตขึ้นจากประมาณ 2 ล้านโทเคนเป็น 20 ล้านโทเคนในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเอเจนต์ AI

เพื่อรักษาแรงส่งนี้และจัดหาเฟรมเวิร์กและเครื่องมือที่จำเป็นให้แก่นักพัฒนาในการจัดการกับโค้ดที่จะถูกนำไปติดตั้งใช้งานโดยเอเจนต์ AI ทาง Vercel จึงได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่ ๆ จำนวนมาก ดังนี้

  • Vercel Services: เอนจินสำหรับการติดตั้งใช้งานโครงการซอฟต์แวร์แบบเบ็ดเสร็จ ช่วยให้ทีมสามารถติดตั้งระบบหลังบ้าน หน้าบ้าน และบริการต่าง ๆ ร่วมกันภายในโปรเจกต์เดียว โดยมีระบบเส้นทางและโดเมนผ่านเครือข่ายส่วนตัว พร้อมระบบตรวจสอบสิทธิ์ที่ปลอดภัยและทำงานโดยอัตโนมัติ การคอมมิตโค้ดเพียงครั้งเดียวจะช่วยให้นักพัฒนาได้รับ URL ชุดเดียวสำหรับแอปพลิเคชันทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากในการสร้างโปรเจกต์สำหรับ Next.js หน้าบ้าน และ Python หลังบ้านบน Vercel โดยจะเปิดใช้งานในเวอร์ชันเบต้าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้
  • The Agent Stack: ชุดเครื่องมือที่รวบรวมเทคโนโลยี AI ยอดนิยมของ Vercel เข้าไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย AI SDK, AI Gateway, Vercel Sandbox, Workflow SDK และ Chat SDK โดยในตอนนี้ได้รับการเสริมทัพด้วย Vercel Connect ที่เข้ามาทำหน้าที่แทนที่ข้อมูลประจำตัวที่มีอายุการใช้งานยาวนานด้วยโทเคนอายุสั้น ซึ่งจะเชื่อมโยงเฉพาะกับบุคคลหรือเอเจนต์ที่จำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น พร้อมระบบบันทึกประวัติการตรวจสอบแบบเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ Connect เปิดตัวพร้อมการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์กับ Slack, GitHub, Snowflake, Salesforce, Notion และ Linear โดยมีตัวเชื่อมต่อพร้อมใช้งานสำหรับ OAuth หรือ API
  • eve: เฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สที่เปรียบเสมือนโครงร่างที่อธิบายวิธีการสร้าง รัน และขยายขนาดของเอเจนต์ โดยผสมผสานทุกชิ้นส่วนสำหรับการประกอบ ประเมินผล และรันเอเจนต์เข้าด้วยกัน ทั้งนี้ Vercel ระบุว่า eve คือเฟรมเวิร์กที่บริษัทใช้สร้างและรันเอเจนต์ของตนเองภายในองค์กร ซึ่งตอนนี้ได้ปล่อยออกมาเป็นโอเพนซอร์สให้ทั่วโลกได้นำไปทดลองใช้งาน
  • Vercel Agent: เครื่องมือ AI เชิงรุกที่ช่วยนักพัฒนาบริหารจัดการแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานของเอเจนต์ในระบบโปรดักชัน โดยสามารถตรวจสอบปริมาณการใช้งาน ร่องรอยการทำงาน และการแจ้งเตือน เพื่อสืบสวนหาต้นตอของปัญหาได้ด้วยตนเอง พร้อมให้คำแนะนำในการแก้ไขเพื่อรอการอนุมัติจากมนุษย์ เสมือนเป็นช่างเครื่องเชิงเอเจนต์ที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ระบบดำเนินไปได้อย่างราบรื่น โดยเปิดให้ใช้งานในสถานะเบต้าแล้ววันนี้
  • Vercel for Enterprise Apps and Agents: บริการสำหรับระดับองค์กรที่รวมชุดเครื่องมือทั้งหมดสำหรับนักพัฒนาและทีมไอที โดยมาพร้อมระบบควบคุมสิทธิ์และการยืนยันตัวตน และมีตัวเลือกในการติดตั้งใช้งานภายในบัญชี Amazon Web Services (AWS) ของบริษัทเอง บริการนี้รวมถึง Enterprise Managed Users ที่ช่วยบริหารจัดการผู้ใช้ Vercel และ v0 ในระดับสากล และมี Vercel Passport ที่ช่วยให้แอปพลิเคชันและเอเจนต์ภายในองค์กรทำงานอยู่ภายใต้ระบบผู้ให้บริการอัตลักษณ์ของบริษัทได้ตั้งแต่ต้น

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/06/17/vercel-launches-new-framework-enterprise-controls-agentic-ai-infrastructure/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

ก้าวสู่ระบบไอทีที่ทำงานได้แบบ 24/7 ด้วยระบบอัตโนมัติสำหรับงาน IT Operation โดย ManageEngine

AI ได้พลิกโฉมการทำงานในหลายแง่มุม แต่ในมุมของ IT Operation ความสามารถของ AI จะเข้ามายกระดับ คน กระบวนการ และ ข้อมูลได้อย่างไร นี่คือประเด็นที่น่าสนใจที่ ManageEngine ได้มาเล่าในงาน …

Higgsfield ระดมทุน 400 ล้านดอลลาร์ ขยายแพลตฟอร์มสร้างวิดีโอและรูปภาพ

Higgsfield แพลตฟอร์มสร้างวิดีโอและรูปภาพด้วยเทคโนโลยี Generative AI สำหรับมืออาชีพ ประกาศว่าบริษัทได้ระดมทุนในระยะเริ่มต้นเป็นจำนวน 400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงขึ้นถึง 4 เท่าตัวไปอยู่ที่ 5.4 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่การระดมทุนรอบก่อนหน้าในเดือนมกราคมที่ผ่านมา