Oracle เปิดตัว Fusion Agentic Applications สำหรับนักพัฒนาระดับโปรและเอเจนต์เขียนโค้ด

Oracle ประกาศเปิดตัวประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์สำหรับ Fusion Applications ภายใน Oracle AI Agent Studio ซึ่งช่วยให้นักพัฒนา ลูกค้า และพันธมิตรสามารถสร้างเอเจนต์ต่าง ๆ ร่วมกันได้

Credit: Oracle

การขยายขอบเขตครั้งนี้ช่วยเติมเต็มฝั่งนักพัฒนาในกลยุทธ์องค์กรเชิงเอเจนต์ของ Oracle สำหรับแอปพลิเคชัน Fusion โดยในช่วงเริ่มต้น Oracle AI Agent Studio ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปทางธุรกิจและพันธมิตรสามารถประกอบสร้างเอเจนต์โดยใช้ภาษาธรรมชาติและเครื่องมือแบบ low-code ในขณะที่ Fusion Agentic Applications ได้เปลี่ยนทีมของเอเจนต์เหล่านั้นให้กลายเป็นซอฟต์แวร์อัตโนมัติที่เน้นผลลัพธ์เป็นหลัก

Natalia Rachelson รองประธานอาวุโสฝ่ายพัฒนาแอปพลิเคชันกล่าวว่า “ในช่วงเริ่มต้นเราเริ่มจากกลุ่มคนที่สามารถใช้ภาษาธรรมชาติหรือเขียนโค้ดได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นกลุ่ม no-code ถึง low-code แต่ในขณะนี้เรากำลังมุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่เรียกว่า pro-code หรือนักพัฒนามืออาชีพ”

Oracle Fusion Cloud Applications ทำหน้าที่เป็นชุดเครื่องมือซอฟต์แวร์องค์กรแบบบูรณาการที่ครอบคลุมทั้งด้านการจัดการการเงิน ทรัพยากรบุคคล การวางแผนองค์กร การขาย การบริการ การตลาด ห่วงโซ่อุปทาน โลจิสติกส์ และการผลิต โดยองค์กรขนาดใหญ่ใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการจัดการธุรกรรมและเวิร์กโฟลว์สำหรับการดำเนินธุรกิจในทุก ๆ วัน

ปัจจุบัน Oracle กำลังเปิดรันไทม์ที่ทำงานบน Fusion ได้โดยตรง พร้อมกับขีดความสามารถในการสร้างและปรับใช้เอเจนต์ AI ให้กับนักพัฒนามืออาชีพและเอเจนต์เขียนโค้ดที่พวกเขาใช้งานอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการวางตำแหน่งให้ Fusion ไม่ได้เป็นเพียงระบบบันทึกหรือการดำเนินการเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรแบบอัตโนมัติอีกด้วย

Rachelson กล่าวเสริมว่า “ในกรณีของแอปพลิเคชันแบบเอเจนต์นั้น แอปเหล่านี้จะประกอบไปด้วยทีมของเอเจนต์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยคุณสามารถกำหนดวัตถุประสงค์ทางธุรกิจให้แก่เอเจนต์เหล่านั้น จากนั้นพวกมันจะใช้เหตุผลและตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว”

ด้วยการอัปเดตใหม่นี้ นักพัฒนาสามารถทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ตนเองถนัดได้ โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถใช้งานเครื่องมือที่มีอยู่ เรียกใช้เอเจนต์เขียนโค้ด และสร้างแอปพลิเคชันแบบเอเจนต์ที่ดีพลอยภายใน Fusion ได้ ทั้งนี้ Rachelson ได้ยกตัวอย่างเอเจนต์เขียนโค้ดที่นักพัฒนาสามารถนำมาใช้ได้ เช่น Claude Code, Codex และ Gemini ซึ่งเครื่องมือสร้างนี้มีความเป็นกลางต่อแพลตฟอร์ม หมายความว่านักพัฒนาสามารถนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมการพัฒนาแบบเอเจนต์ใดก็ได้ รวมถึง VS Code, Git และเวิร์กโฟลว์บนบรรทัดคำสั่ง

ขีดความสามารถเบื้องหลังช่วยให้นักพัฒนาสามารถอธิบายผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ต้องการและโหลดทักษะของ Oracle Fusion AI Studio ลงในเอเจนต์เขียนโค้ดที่รองรับได้ จากนั้นเอเจนต์เขียนโค้ดจะสามารถสร้าง ตรวจสอบความถูกต้อง และทดสอบอาร์ติแฟกต์ที่จำเป็นของ Fusion ก่อนที่นักพัฒนาจะปรับใช้แอปพลิเคชันที่ได้ออกมา

ผลลัพธ์สุดท้ายคือนักพัฒนามืออาชีพสามารถใช้เครื่องมือปกติทั้งหมดเพื่อสร้างซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถสูงและมีการบูรณาการอย่างลึกซึ้งซึ่งทำงานอยู่ภายในสภาพแวดล้อมแบบเอเจนต์ของ Oracle โดย Rachelson ระบุว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ส่วนเสริมหรือเลเยอร์พิเศษ แต่พวกมันทำงานอยู่ภายใน Fusion โดยตรง

ซึ่งหมายความว่าเอเจนต์และโค้ดจะทำงานกับข้อมูลธุรกรรมที่เก็บอยู่ภายใน Fusion โดยทำงานร่วมกับข้อมูลการปฏิบัติงานของบริษัทที่เป็นปัจจุบันและมีความมั่นคงปลอดภัย

Rachelson ได้ยกตัวอย่างเรื่องการจัดการการต่ออายุสัญญา โดยองค์กรสามารถสั่งให้แอปพลิเคชันแบบเอเจนต์เพิ่มอัตราการต่ออายุตามจำนวนที่กำหนด แอปพลิเคชันดังกล่าวจะสามารถตรวจสอบบันทึกย้อนหลังและข้อมูลปัจจุบัน ระบุโอกาสต่าง ๆ ร่างสัญญาการต่ออายุ และอาจส่งสัญญาเหล่านั้นไปยังลูกค้าได้ โดยความแตกต่างคือแอปพลิเคชันจะใช้เหตุผลและทำธุรกรรมโดยอ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ใน Fusion โดยตรง แทนที่จะทำงานกับสำเนาข้อมูลที่แยกออกมา

เธอย้ำว่ารันไทม์แบบเอเจนต์จะคงไว้ซึ่งรูปแบบการกำกับดูแลที่สมบูรณ์ ซึ่งให้การเข้าถึงวัตถุทางธุรกิจ ธุรกรรม ข้อมูลระบุตัวตน บทบาท นโยบาย และข้อมูลการตรวจสอบได้อย่างมั่นคงปลอดภัย นอกจากนี้ยังให้ความสามารถในการตรวจสอบได้เต็มรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดตามการตัดสินใจ เครื่องมือ และการดำเนินการต่าง ๆ ได้

สิ่งนี้เป็นการขยายแนวคิดด้านการกำกับดูแลจากการอัปเดตของ Oracle ในเดือนตุลาคม 2025 เมื่อบริษัทได้เพิ่มการติดตาม การประเมินผล ข้อมูลเทเลเมทรี การติดตามโทเค็น และความโปร่งใสในการเปลี่ยนแปลงของเอเจนต์ โดยการประกาศครั้งใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อขยายกลุ่มนักพัฒนาที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานบนแพลตฟอร์มนี้ได้

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/07/14/oracle-opens-fusion-agentic-applications-pro-code-developers-coding-agents/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

[Video] Future-Proofing Your Cloud: Building a Defense Architecture That Outsmarts AI Attacks with Agentic SOC

โดย Metro Systems Corporation (MSC) ร่วมกับ Amazon Web Services Thailand (AWS) และ บริษัท ซินแคลร์ จำกัด

Microsoft ออก July 2026 Patch Tuesday อุดช่องโหว่มากถึง 570 รายการ รวม 3 Zero-day

Microsoft ปล่อยแพตช์ประจำเดือนกรกฎาคม 2026 (Patch Tuesday) อุดช่องโหว่รวมทั้งสิ้น 570 รายการ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในจำนวนนี้มี Zero-day 3 รายการ แบ่งเป็นถูกใช้โจมตีจริงแล้ว 2 …