USB-C ประกาศเพิ่มโปรโตคอลการยืนยันตัวตน ก่อนเชื่อมต่อใช้งาน USB Device ได้

USB 3.0 Promoter Group ได้ออกมาประกาศถึงการมาของ “USB Type-C Authentication Specification” หรือข้อกำหนดมาตรฐานการยืนยันตัวตนของอุปกรณ์ USB-C นั่นเอง

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

แนวคิดของการยืนยันตัวตน USB-C ในครั้งนี้ก็คือการที่ภายในอุปกรณ์ USB ใดๆ นั้น จะมีการจัดเก็บข้อมูลตัวตน, แหล่งที่มา และรูปแบบการทำงานของอุปกรณ์ USB นั้นๆ เอาไว้ เพื่อให้เวลานำอุปกรณ์ USB-C ไปเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือแล้ว อุปกรณ์เหล่านั้นจะสามารถอ่านค่าเหล่านี้และเลือกที่จะเชื่อมต่อหรือไม่ก็ได้ตามที่กำหนดเอาไว้

ตัวอย่างการใช้งานที่เห็นชัดก็คือ การที่เรานำโทรศัพท์มือถือไปเสียบกับ Charger สาธารณะ เราก็จะสามารถรู้ก่อนได้ทันทีว่าชาร์จเจอร์ตัวนั้นเป็นของยี่ห้ออะไร, น่าเชื่อถือหรือไม่ และจะเปิดสิทธิ์ให้ชาร์จได้อย่างเดียว หรือทำอย่างอื่นได้ด้วย

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจ ก็คือการโจมตีแบบที่เรามักจะเห็นในหนัง เวลาตัวเอกต้องการขโมยข้อมูลหรือปล่อยไวรัสเข้าไปในระบบผู้ร้าย จากเดิมที่สามารถเอา USB Device ไปแอบเสียบเงียบๆ แล้วทำอะไรต่อก็ได้ คราวนี้อุปกรณ์ USB แปลกปลอมที่เครื่องคอมพิวเตอร์ขององค์กรไม่รู้จัก ก็จะไม่สามารถทำการเชื่อมต่อได้โดยง่ายแบบนั้นอีกต่อไป

นอกจากประเด็นเรื่องความปลอดภัยแล้ว USB-C Authentication นี้ยังเกิดมาเพื่อจำกัดการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ USB Device ที่ผลิตขึ้นมาอย่างไม่ได้มาตรฐานในโลกนี้ ไม่ให้ทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ของผู้ใช้งานและอาจทำอันตรายต่างๆ ต่ออุปกรณ์, ผู้ใช้งาน หรือสถานที่โดยอุบัติเหตุอีกด้วย

สำหรับรายละเอียดเชิงลึกของมาตรฐานนั้นยังไม่ถูกปล่อยออกมาเต็มๆ ก็ต้องรอติดตามดูกันต่อไปนะครับ

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Anthropic มีข่าวเจรจา Samsung ผลิตชิป AI คัสตอม

มีรายงานว่า Anthropic กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเจรจากับ Samsung Electronics เพื่อผลิตชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์แบบปรับแต่งเฉพาะ

ทำไม Hitachi JP1/AJS3 ถึงเป็นกุญแจสำคัญของระบบ Hybrid Cloud Automation ในองค์กรใหญ่ [Guest Post]

ในยุค Digital Transformation สภาพแวดล้อมไอทีแบบ Hybrid Cloud ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิต หลายองค์กรเลือกเก็บระบบหลักที่ต้องการความเสถียรสูงสุดอย่าง ERP เช่น SAP, MES หรือระบบจัดการคลังสินค้า (WMS) ไว้ที่หลังบ้าน …