เกินต้านทาน Twitter รับข้อเสนอ 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ของ Elon Musk แล้ว

Twitter ออกมาประกาศเมื่อวันจันทร์ ที่ 25 เมษายน 2565 ได้ยอมรับข้อเสนอของ Elon Musk ในการซื้อกิจการด้วยมูลค่า 54.20 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น แล้ว โดยประเมินมูลได้ประมาณ 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้มีดราม่าการยั่วยุจาก Musk ถึงความหลงไหลอยากได้ Twitter มาครอบครอง ทั้งโพสชื่อเพลง “Love Me Tender” เป็นชื่อเพลงของ Evis Presley ในปี 1956 มีเนื้อหาที่เต็มไปด้วยความรักอันอ่อนละมุนอย่างทนุถนอม ซึ่ง Elon Musk ได้โพสชื่อเพลงนี้บน Twitter ส่วนตัว ที่ถูกโยงถึงความหมายว่า ใช่คำใบ้ของแผนความพยายามจะเข้าซื้อกิจการ Twitter หรือไม่
 
คำแปลความหมายของเนื้อหาเพลง “Love Me Tender” ที่ Elon Musk โพสเป็นปริศนาพร้อมแสดงสัญลักษณ์ตัวโน็ตสื่ออะไรเกี่ยวกับแผนเข้าซื้อกิจการ Twitter ครั้งนี้บ้าง
 
 
“รักฉันอย่างทนุถนอม รักฉันอย่างชื่นชม อย่าปล่อยฉันจากไป คุณเติมเต็มชีวิตฉัน และฉันรักคุณมาก” แค่ท่อนแรกก็อ่อนละมุนมาก
“รักฉันอย่างทนุถนอม รักฉันจริงใจ ทุกฝันของฉันเต็มเปี่ยม แด่ที่รักของฉัน ฉันรักคุณ และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ” บอกความรักที่มาจากความจริงใจ
“รักฉันอย่างทนุถนอม รักฉันให้ยืนยาว นำฉันสู่ใจของคุณ เพราะที่นั้นคือที่ฉันครอบครอง และเราจะไม่พรากจากกัน” บอกถึงการจับจองความรักที่จะไม่พลัดพรากจากกัน
“รักฉันอย่างทนุถนอม รักฉันอย่างสุดหัวใจ บอกว่าคุณรักฉัน ฉันจะเป็นของคุณ แม้ปีจะพ้นผ่าน จนกว่าชีวิตจะหาไม่” บอกถึงความพยายามเพื่อให้ได้ความรัก แม้ชีวิตจะหาไม่ก็จะไม่หยุดความพยายาม
“และเมื่อสิ่งที่ฉันหวังเป็นจริง ที่รักฉันรู้ว่า ความสุขจะตามคุณไปทุกแห่ง” บอกถึงเมื่อความรักสมหวังและเป็นจริง
 
ที่มาความหมายของบทเพลง : สถานีต่อไป ‘ความสุข’
 
จากความหมายของเพลง Love Me Tender ที่ Elon Musk โพส สามารถดึงดราม่าได้สมกับคำขนานนามว่า “แผนยาพิษ” ที่พยายามเข้าซื้อหุ้นของ Twitter ก่อนหน้านี้ให้ได้ 15% ขึ้นไป
 
ซึ่งขณะนั้น Twitter มองว่า วิธีการที่ Elon Musk กำลังจะกระทำนั้น อาจจะเป็นการซื้อกิจการที่ไม่เข้าตามตรอกออกตามประตูเท่าไรนัก คณะกรรมการของ Twitter จึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใช้แผนป้องกัน ที่ออกแบบมาเพื่อขัดขวางบุคคลหรือกลุ่มองค์กรจากการเข้าครอบครองกิจการบริษัทผ่านช่องทางการซื้อหุ้นตั้งแต่ 15% ขึ้นไป โดยไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ
 
โดยสาระสำคัญของแผนการตั้งรับนี้ ได้อนุญาตให้ผู้ถือหุ้นเดิมสามารถซื้อหุ้นเพิ่มได้ที่ 210 เหรียญสหรัฐฯ และจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มอีกเป็นสองเท่า
 
ก่อนการซื้อขายครั้งนี้ Elon Musk ถือหุ้นของ Twitter อยู่ที่ 9% ซึ่งขณะนั้น ถ้าจะซื้อเพิ่มเติมจากผู้ถือหุ้นโดยตรง ราคาอาจจะสูงขึ้นถึง 54.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้น ซึ่งราคาจริงอยู่ที่ 46.64 เหรียญสหรัฐฯ
 
เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา Elon Musk ได้ทวีตโพลตั้งคำถามปลายปิดไปยังผู้ใช้งาน Twitter ว่า “taking Twitter private at $54.20 should be up to shareholders, not the board.” ซึ่ง 83.5% ของผู้ใช้งานมากกว่า 2,850,000 คนที่เข้ามาโหวต ตอบว่า “ใช่”
 
อีกทวีตของ Elon Musk ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ เขาวางแผนที่จะลดเงินเดือนของคณะกรรมการของ Twitter เป็น “0 เหรียญสหรัฐฯ” ถ้าหากได้ครอบครองบริษัทแห่งนี้
 
สุดท้ายก็ เกินต้านทาน Bret Taylor ประธานคณะกรรมการอิสระของ Twitter กล่าวในแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565 ว่า
“คณะกรรมการ Twitter ได้ดำเนินการกระบวนการที่รอบคอบและครอบคลุมเพื่อประเมินข้อเสนอของ Elon โดยมุ่งเน้นที่มูลค่า ความแน่นอน และการเงิน และเราเชื่อว่านี่เป็นเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้นของ Twitter”   
 
Elon Musk กล่าวเสริมว่า “ฉันยังต้องการทำให้ Twitter ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยการปรับปรุงผลิตภัณฑ์บนคุณสมบัติใหม่ ทำให้อัลกอริธึมเป็นโอเพนซอร์สเพื่อเพิ่มความไว้วางใจ เอาชนะสแปมบอท และรับรองความถูกต้องของมนุษย์ทุกคน Twitter มีศักยภาพมหาศาล – ฉันตั้งตารอ เพื่อทำงานร่วมกับบริษัทและชุมชนผู้ใช้เพื่อปลดล็อก”
 
ที่มา :
 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Guest Post] มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเลือก AWS เป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์เชิงกลยุทธ์ มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล

หนึ่งในมหาวิทยาลัยเปิดชั้นนําของประเทศไทย ให้บริการด้านการศึกษาแบบออนไลน์แก่ผู้เรียน 200,000 คน ในช่วงเวลา 2 ปี ใน 64 ประเทศด้วย AWS

Samsung กำไรรายไตรมาสลดลง 25% ครั้งแรกในรอบสามปี

ผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 3 ของ Samsung อาจร่วงลงกว่า 25% สืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการในส่วนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิปที่ลดลงตามไปด้วย