ADPT

[Guest Post] Surface Pro X ใหม่ วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ด้วยประสิทธิภาพเหนือชั้นพร้อมแบตเตอรี่ที่ยาวนานยิ่งกว่า

ไมโครซอฟท์ ประกาศเปิดวันวางจำหน่าย Surface Pro X รุ่นใหม่ในประเทศไทย วันที่ 13 ตุลาคม 2563 ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายสำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ Cipher Med และ ADD In Business  และสำหรับลูกค้าทั่วไปที่ Banana ITD-KanIT CityJIBLazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store ราคาเริ่มต้น 49,990 บาท 

 

Surface Pro X รุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมการปรับเปลี่ยนภายนอกและภายในใหม่ ประกอบด้วย หน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดที่ออกแบบเฉพาะสำหรับไมโครซอฟท์และตัวเครื่องแพลทตินัม พร้อมประสบการณ์ใช้งานแอปพลิเคชันแบบใหม่ ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพอันทรงพลังมากขึ้นให้ Surface Pro X  

“เราได้เปิดตัว Surface Pro X ไปเมื่อเดือนตุลาคมที่แล้ว เพื่อเปิดสู่ศักยภาพใหม่ของดีไวซ์ที่เหนือกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเชื่อมต่อกับภายนอกตลอดเวลาอย่างไม่ติดขัด ความเบา และความบาง ขึ้นไปอีกระดับเพื่อสร้างทูอินวันที่สุดยอด” นางชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ในปีนี้เราได้นำ Surface Pro X ใหม่มาสู่ตลาดไทย อัปเกรดประสบการณ์การใช้แอปพลิเคชันให้ดีขึ้น เพิ่มศักยภาพในการประมวลผล พร้อมด้วยความหรูหราลงตัวแบบแพลทตินัม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด เชื่อมต่อกับทุกกิจกรรมอย่างไร้ขีดจำกัด เพิ่มประสิทธิภาพต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ได้ทุกที่ทุกเวลา”

สำหรับลูกค้าที่ต้องการขุมพลังที่มากยิ่งขึ้น ไมโครซอฟท์ได้ปรับโฉมใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ตัวท็อป Surface Pro X ด้วยการเพิ่มหน่วยประมวลผล Microsoft SQ® 2 ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลที่เร็วที่สุดในตระกูลนี้ พร้อมความหรูหราแบบแพลทตินัม และยังมาพร้อม Signature Keyboard สีใหม่ 3 สี คือ แพลทตินัม ไอซ์ บลู และ ป๊อปปี้ เรด ทั้งหมดมาพร้อมหน่วยเก็บข้อมูลในตัวและการชาร์จแบบไร้สายสำหรับ Surface Slim Pen

Surface Pro X ส่งมอบประสบการณ์การใช้งาน Microsoft 365, Microsoft Edge, Netflix, Spotify และแอปฯ อื่นๆ บนเว็บไซต์ได้อย่างดีที่สุด และยังรองรับแอปพลิเคชันนับพันใน Windows เช่น Google Chrome, Firefox และ Whatsapp และมีพันธมิตรนักพัฒนาจำนวนมากที่พัฒนาแอปฯ ให้สามารถใช้กับ ARM ได้มากขึ้น เพื่อที่จะได้สามารถใช้ขุมพลังและศักยภาพจากหน่วยประมวลผล Microsoft SQ®1 และ SQ®2 ให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้ Surface Pro X  

Microsoft Edge และ Microsoft Teams ยังใช้งานได้เร็วขึ้นและใช้แบตเตอรี่น้อยลงเมื่อใช้งานกับเวอร์ชั่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานคู่กับ Windows บนอุปกรณ์ ARM พร้อมแผนที่จะรองรับการใช้งานแอปพลิเคชัน x64 บิต สำหรับนักพัฒนา Visual Studio Code ยังได้รับการอัปเดตแล้ว และสามารถใช้งานคู่กับ Windows บนอุปกรณ์ ARM ได้ ทั้งหมดนี้จึงทำให้ Surface Pro X ใช้งานได้เร็วกว่าเดิมและแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานขึ้นสูงสุดต่อเนื่องได้ถึง 15 ชั่วโมง

Surface Pro X คือ อุปกรณ์ทูอินวันที่บางเบาและเชื่อมต่อได้อย่างทรงประสิทธิภาพมากที่สุด เข้าถึงการใช้งานได้รวดเร็ว มีแบนด์วิทที่ครอบคลุมและเสถียร ตอบโจทย์ความท้าทายในการเรียนทางไกลและทำงานหลายคนร่วมกันในครอบครัว ผู้ใช้งาน Surface Pro X จะสามารถเชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการด้วย Gigabit LTE ที่เร็วที่สุด

Surface Pro X ใหม่ วางจำหน่ายแล้วในวันที่ 13 ตุลาคม 2563 ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายสำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ Cipher Med และ ADD In Business  และสำหรับลูกค้าทั่วไปที่ Banana ITD-KanIT CityJIBLazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store

 

Surface สำหรับธุรกิจ

Surface สำหรับธุรกิจ มอบประสบการณ์การใช้งานและฟีเจอร์ที่พัฒนาให้ลูกค้าธุรกิจโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร และการบริหารจัดการยุคใหม่ด้วย Autopilot พร้อมด้วย Surface Enterprise Management Mode (SEMM) Microsoft Intune และ Windows 10 Pro ที่ติดตั้งมาแล้วในอุปกรณ์ Surface สำหรับธุรกิจ ที่มาพร้อมระบบการรักษาความปลอดภัยในตัวและการจัดการฟีเจอร์ที่จะทำให้ลูกค้าธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่แบบไร้กังวล และนอกเหนือจากการรับประกันตามปกติ ลูกค้า Surface สำหรับธุรกิจจะได้รับ free Advanced Exchange การให้บริการรับประกันเปลี่ยนเครื่องสำรองไปใช้งานได้ แบบไม่มีค่าใช้จ่าย

 

Surface Pro X ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย มีรายละเอียด ดังนี้

 

 รุ่น

ราคาวางจำหน่าย – Surface สำหรับลูกค้าทั่วไป (บาท)

* ราคาวางจำหน่าย – Surface สำหรับลูกค้าองค์กร (บาท)

 

Surface Pro X (SQ2)

 

 

 

Microsoft SQ2, 16GB RAM, 256GB SSD

49,990

53,900

 

Microsoft SQ2, 16GB RAM, 512GB SSD

N.A

64,900

 

ลูกค้าธุรกิจสามารถติดต่อ ตัวแทนจำหน่ายสำหรับลูกค้าธุรกิจในประเทศ หรือ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Surface Pro X สำหรับภาคธุรกิจได้ที่นี่

 

 

ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์ 

บริษัท ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT” @Microsoft) ผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ในโลกยุคโมบายและคลาวด์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ทุกคนและทุกองค์กรทั่วโลกให้บรรลุผลสำเร็จทีดียิ่งกว่า  

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2536  มีความมุ่งมั่นในการช่วยให้คุณภาพชีวิตคนไทย 70 ล้านคน ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์   ไมโครซอฟท์ ส่งเสริมให้คนไทยและภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงศักยภาพที่มีอย่างเต็มเปี่ยมผ่านการใช้เทคโนโลยี  เทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ในการทำงาน การใช้ชีวิต และการสื่อสาร  ไมโครซอฟท์ให้บริการซอฟต์แวร์ บริการ และดีไวซ์ ที่สามารถก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ  มีความสะดวกทันสมัย  และช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ไมโครซอฟท์ ไม่หยุดนิ่งในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร อย่างต่อเนื่องในการนำพลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย     

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมหรือติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ทางศูนย์ข่าวสารประเทศไทย (http://news.microsoft.com/th-th/) และทวิตเตอร์ @MicrosoftTH


About Maylada

Check Also

[Guest Post] เพิ่มความคล่องตัว สร้างความมั่นคง และเปลี่ยนให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่น ผ่านบริการ Fujitsu Work Life Shift

ธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้รูปแบบการทำงานจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป องค์กรแต่ละแห่งต้องสามารถดำเนินการ อยู่รอด และเติบโตได้ ไม่ว่าโลกรอบตัวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างรูปแบบเรียนรู้อย่างรวดเร็ว สร้างกลยุทธ์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนทันท่วงที ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกความสำเร็จ ซึ่งคุณพรชัย พงศ์เอนกกุล หัวหน้ากลุ่ม DX Modernization บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Fujitsu Work Life Shift หนึ่งในบริการสำคัญที่ช่วยให้ฟูจิตสึสามารถปรับตัว รับมือกับความท้าทาย พลิกโฉมการทำงาน ขับเคลื่อนธุรกิจในยุค New Normal และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ วันนี้ฟูจิตสึพร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ และนำ Fujitsu Work Life Shift มาสู่องค์กรในประเทศไทย เพื่อร่วมนำพาธุรกิจไปข้างหน้าร่วมกัน บทความนี้จึงขอสรุปรูปแบบการให้บริการ Fujitsu Work Life Shift เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ มองเห็นภาพ และนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร

[Guest Post] ชูธงเทคโนโลยี HPE GreenLake ติดปีก EHR ให้วงการสาธารณสุข

แม้ความท้าทายในแวดวงสาธารณสุขจะเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานก่อนไวรัสโควิด-19 เห็นได้จากแนวโน้มด้านประชากรศาสตร์ เช่น โครงสร้างสังคมผู้สูงอายุทั่วโลก การเพิ่มขึ้นอย่างมากของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคอ้วน และเบาหวาน การขาดแคลนบุคลากรด้านสาธารณสุข ซึ่งองค์กรอนามัยโลก คาดการณ์ว่า โลกจะขาดแคลนบุคลากรด้านสาธารณสุขราว 13 ล้านคนภายในปี 2035 หรือค่าเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้ความมั่นคงด้านการเงินของระบบสาธารณสุขเป็นเรื่องที่น่ากังวลเช่นเดียวกัน