Sundar Pichai เผย Google Cloud Platform ชนะดีลใหญ่เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปีที่แล้ว เติบโตอย่างรวดเร็ว

ในการรายงานรายรับประจำไตรมาสล่าสุดของ Alphabet นี้ ทาง Sundar Pichai ได้ออกมาให้ความเห็นถึง Google Cloud Platform (GCP) ที่ถือเป็นบริการที่เติบโตอย่างน่าประทับใจในทุกๆ แง่มุม อีกทั้งยังสามารถชนะดีลที่มีมูลเกินกว่า 500,000 เหรียญหรือราวๆ 15 ล้านบาทต่องานมาได้มากกว่าไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วถึง 3 เท่า แสดงให้เห็นได้ชัดว่าองค์กรขนาดใหญ่เริ่มพิจารณาใช้งาน GCP กันอย่างจริงจังมากขึ้นแล้ว

Credit: Google

 

รายรับของบริการ Cloud ของ Google นี้ถูกรวมอยู่ในหมวด Other Revenue ที่รวมทั้งรายรับจากบริการ GCP เข้ากับยอดขายผลิตภัณฑ์ Hardware อย่าง Google Pixel เอาไว้ด้วยกัน โดยรายรับในส่วนนี้เติบโตขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนถึง 42.2% และมีรายรับเกินกว่า 3,000 ล้านเหรีญหรือราวๆ 105,000 ล้านบาทไปแล้วในไตรมาสเดียว

นอกจากนี้ Alphabet เองยังได้จ้างพนักงานใหม่มากอีกถึง 1,614 ตำแหน่งเพื่อมาเสริมให้กับบริการ GCP และ Google G Suite โดยเฉพาะ ซึ่งด้วยจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นถึงขนาดนี้ ก็คาดการณ์ได้ว่าถัดจากนี้ไปยอดขายของ GCP เองก็คงจะเติบโตอย่างรวดเร็วแน่นอน

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ทาง Diane Greene ผู้ดำรงตำแหน่ง Head of Google Cloud Business ก็ได้ออกมาตั้งเป้าเอาไว้แล้วว่า Google จะมียอดขายสูงกว่า Amazon Web Services (AWS) และขึ้นเป็นผู้นำตลาด Cloud ทั่วโลกให้ได้ภายในปี 2022 ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ

 

ที่มา: http://www.cnbc.com/2017/07/25/google-cloud-alphabet-q2-earnings.html


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] Next Gen Data Center: มารู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ Edge Data Center จาก Kanoksin Export Import ด้วยผู้นำเทคโนโลยีจาก RITTAL

Edge Data Center ออกแบบมาเพื่อ “ปกป้องธุรกิจ” “ลดต้นทุน” “จ่ายเท่าที่ใช้” เพราะ “Data Center เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ”

[Guest Post] อัลไลด์ เทเลซิส ปรัชญาแบบญี่ปุ่นในผลิตภัณฑ์ทางด้านเน็ตเวิร์ค

คนไทยส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียง, กล้อง, โทรทัศน์ หรือแม้แต่กระทั่งรถยนต์ ถ้าให้ลองนึกถึงเหตุผลในการเลือกใช้ คำตอบที่ได้คงคล้ายๆ กัน นั่นก็คือ ความก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยี ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพของสินค้า ไม่เพียงแต่คนไทยที่ยอมรับในเรื่องนี้ แม้แต่คนในประเทศอื่นๆ ก็รู้จักสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นในลักษณะเช่นเดียวกันจนได้รับความนิยมไปทั่วโลก