สมาคมธนาคารไทยประกาศมาตรฐานชำระเงินผ่าน QR Code พร้อมเริ่มใช้งานจริงไตรมาสที่ 4

ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและสมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย ประกาศมาตรฐานการชำระเงินผ่าน QR Code ที่เป็นแพลตฟอร์มแบบเปิด สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเจาะกลุ่มตลาดกลางและตลาดล่างให้ชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการทำธุรกรรม และลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการจัดการธนบัตร

ทั่วโลกเปลี่ยนพฤติกรรมจากเงินสดไปเป็น QR Code มากขึ้น

พฤติกรรมการชำระเงินของคนทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงจากการใช้เงินสดเป็นแบบ “ไม่ใช้เงินสด” มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชำระเงินผ่าน QR Code เนื่องจากง่ายและสะดวกสบายต่อทั้งผู้ชำระเงินและผู้รับเงิน ที่สำคัญคือร้านค้าทั่วไปสามารถใช้งานได้โดยลงทุนน้อยมากหรือแทบไม่ต้องลงทุนเลย ในขณะที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูงกว่าการชำระเงินผ่านเงินสด

ผลสำรวจการเลือกบริการชำระเงินในประเทศจีนจาก Survey of Consumers โดย FT Confidential Research พบว่าประชาชนจีนเลือกใช้ Alipay ซึ่งเป็นการชำระเงินผ่าน QR Code เป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยเงินสด และบัตรเดรดิต ที่น่าสนใจคือบางจังหวัดมีอัตราผู้ที่ใช้ Alipay มากกว่าเมืองหลวงหรือจังหวัดใหญ่ๆ ในประเทศเสียอีก เนื่องจากเป็นการชำระเงินที่บุคคลทั่วไปและผู้สูงอายุที่ไม่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสามารถเข้าถึงได้ง่าย

“การใช้เงินสดเป็นภาระหนักสำหรับธนาคารและรัฐ เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งเรื่องการขนส่ง การพิมพ์ธนบัตร การคัดแยกธนบัตรเพื่อทำลาย การนับเงิน ซึ่งถ้าเราสามารถเปลี่ยนมาใช้การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้เพิ่มขึ้น 10% จะสามารถช่วยประเทศชาติประหยัดลงได้ถึงหลายหมื่นล้านบาท” — คุณยศ กิมสวัสดิ์ ประธานสำนักระบบการชำระเงิน สมาคมธนาคารไทยระบุถึงข้อเสียของการใช้เงินสด

QR Code มาตรฐานเดียวกัน ใช้ร่วมกันได้ทุกธนาคารและบัตรเครดิต

คุณบัญชา มนูญกุลชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีการเงิน จากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงว่า การชำระเงินผ่าน QR Code ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการชำระเงินของร้านค้าทั้งแบบ Physical และแบบ Online ในอนาคาต เนื่องจากช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการให้บริการของร้านค้า ลดการใช้เงินสด และไม่มีภาระในการติดตั้งเครื่องอ่านบัตรใดๆ

อย่างไรก็ตาม การที่แต่ละธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตจะใช้ QR Code ที่แตกต่างกันย่อมก่อให้เกิดความยุ่งยากและสับสน ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย จึงได้ร่วมมือกับธนาคารและผู้ให้บริการ e-Wallet และบัตรเดบิต/เครดิต เพื่อกำหนด QR Code ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยนำมาตรฐาน EMVCo ที่ผู้ให้บริการบัตรเครดิตทั่วโลกต่างยอมรับมาปรับใช้ เพื่อให้รองรับ Sources of Funds ได้หลากหลาย และสามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

“QR Code Payment จะเป็นเครื่องมือชำระเงินที่สำคัญในการเจาะกลุ่มตลาดกลางและตลาดล่าง เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ สามารถใช้ร่วมกับพร้อมเพย์ได้ทันที ไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องรับบัตร (EDC) ที่มีราคาสูง ที่สำคัญคือเงินเข้าบัญชีทันที ทำให้สามารถใช้จ่ายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” — คุณบัญชากล่าว

QR Code ใช้ในงานชำระเงินได้อย่างไร

QR Code คือรหัสชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนามาจาก Barcode แต่ใช้งานได้ง่ายกว่าและเก็บข้อมูลได้มากกว่า ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เช่น ใช้เก็บเว็บไวต์ของบริษัทเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าดูข้อมูลต่างๆ ได้สะดวก หรือใช้ชำระเงินค่าสินค้าและบริการที่ร้านค้าทั่วไปและร้านค้าออนไลน์ ควบคู่กับการใช้แอพพลิเคชันบนอุปกรณ์พกพา เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยเอง ได้พัฒนาการชำระเงินผ่าน QR Code ให้สามารถเชื่อมต่อกับบัตรเดบิต บัตรเครดิต บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชี e-Wallet และพร้อมเพย์ เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกในการชำระเงินแก่ประชาชน ไม่ต้องพกบัตรติดตัว ลดการใช้เงินสด หรือขอเลขบัญชีของร้านค้าเพื่อโอนเงินอีกต่อไป

สำหรับร้านค้าทั่วไปและร้านค้าออนไลน์สามารถเลือกใช้ QR Code ได้ 2 แบบ คือ

  • Static QR Code: ร้านค้าสามารถพิมพ์และติด QR Code ไว้ที่แคชเชียร์หรือที่ตัวสินค้าได้ตลอดจนกว่าข้อมูลการชำระเงินจะเปลี่ยนไป โดยร้านค้าอาจเป็นผู้กำหนดราคาให้ลูกค้าชำระเงินตามที่ระบุ หรือลูกค้าเป็นผู้ใส่จำนวนเงินเองก็ได้
  • Dynamic QR Code: การทำธุรกรรมแต่ละครั้งจะใช้ QR Code ที่แตกต่างกัน เช่น การระบุราคารวมของสินค้าโดยลูกค้าไม่ต้องใส่จำนวนเงิน กรณีนี้ QR Code จะถูกสร้างขึ้นจากแอพพลิเคชันบนอุปกรณ์พกพาของร้านค้านั้นๆ

ง่าย สะดวก รวดเร็ว และมั่นคงปลอดภัยกว่าการใช้เงินสด

หรับประชาชนทั่วไป การชำระเงินผ่าน QR Code โดยใช้มาตรฐานเดียวกันช่วยให้สามารถซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องพกเงินสดหรือบัตรหลายใบ และไม่ต้องกลัวว่าร้านค้าจะแอบขโมยข้อมูลบัตรเครดิต/เดบิต หรือข้อมูลบัญชีธนาคารของตนอีกด้วย ในขณะที่ทางร้านค้าเอง QR Code จะเข้ามาช่วยเพิ่มช่องทางการชำระเงิน ขยายฐานลูกค้า ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่นิยมทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่สำคัญคือเงินจะเข้าบัญชีโดยตรง ไม่ตกหล่นสูญหาย ไม่ต้องกลัวถูกพนักงานขโมยและไม่ต้องกังวลเรื่องธนบัตรปลอม

ในภาพรวม การใช้ QR Code มาตรฐานเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนการพัฒนาระบบเพื่อรองรับการใช้ QR Code ที่แตกต่างกัน และช่วยลดการใช้เงินสด ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการจัดการเงินสดของประเทศลดลงอีกด้วย

ดูตัวอย่างการชำระเงินผ่าน QR Code ได้จากวิดีโอด้านล่าง

“พวกเราสามัคคีกันใช้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้าง Ecosystem และศักยภาพการแข่งขันของระบบการเงินไทยที่ดีและยั่งยืน เพื่อประโยชน์ต่อทุกคนในระบบ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร ผู้ให้บริการบัตรและ e-Wallet ร้านค้า และผู้บริโภค ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว” — คุณบัญชาสรุป

กำลังทดสอบมาตรฐาน QR Code เตรียมใช้งานจริงเป็นวงกว้างในไตรมาสที่ 4

คุณบัญชาระบุว่า ตอนนี้มาตรฐาน QR Code ทำเสร็จ พร้อมใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลายธนาคารในประเทศไทยกำลังทดสอบการใช้ QR Code ร่วมกันอยู่ เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่ว่าจะใช้แอพพลิเคชัน Mobile Banking ของธนาคารใด ก็สามารถอ่าน QR Code ได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงกำหนดกฎกติกา มารยาท และโปรโตคอลในการรับส่งข้อมูลร่วมกัน ซึ่งคาดว่าประมาณเดือนกันยายนจะเริ่มให้ร้านค้าต่างๆ เข้ามาร่วมทดสอบ และจะพร้อมใช้งานจริงร่วมกับพร้อมเพย์เป็นอันดับแรกในไตรมาสที่ 4 ของปี 2017 หลังจากนั้นจะพัฒนาต่อยอดให้สามารถใช้งานร่วมกับบัญชี e-Wallet, บัตรเครดิต และบัตรเดบิต ต่อไป

“ในช่วงการทดสอบนี้ พวกเรายังให้ความรู้แก่ธนาคาร สาขา Call Center และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้พร้อมทำความเข้าใจแก่ลูกค้า และสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง” — คุณบัญชากล่าวเสริม

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Permiso Security เปิดตัวฟีเจอร์ความมั่นคงปลอดภัยตัวตนเอเจนต์ AI ขณะทำงานสำหรับองค์กร

Permiso Security ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มความมั่นคงปลอดภัยด้านอัตลักษณ์แบบรวมศูนย์ ได้เปิดตัวความสามารถใหม่ด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเอเจนต์ AI ขณะทำงาน เพื่อช่วยให้ทีมความมั่นคงปลอดภัยสามารถมองเห็นกิจกรรมของเอเจนต์ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งบนสภาพแวดล้อมคลาวด์และออนพรีมิส โดยมี Autodesk ลงนามเป็นลูกค้ารายแรกในช่วงเปิดตัวนี้

สคส. ปักธง “องค์กรต้นแบบสิทธิมนุษยชน” ยกระดับคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล–รับมือภัยไซเบอร์ [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสู่ “วาระสิทธิมนุษยชนดิจิทัล” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน “แผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชน สคส. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ที่มุ่งวางรากฐานให้องค์กรก้าวสู่ “องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน” ของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากเทคโนโลยี AI อาชญากรรมไซเบอร์ การละเมิดข้อมูล และความเสี่ยงด้านสิทธิในยุคดิจิทัล