ServiceNow บริษัทซอฟต์แวร์เวิร์กโฟลว์สำหรับองค์กร กำลังนำระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์มาสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยได้ประกาศเปิดตัวเอเจนต์ AI แรกสำหรับผู้ให้บริการด้านการสื่อสารในงาน MWC25 ที่บาร์เซโลนา

เอเจนต์ AI ใหม่เหล่านี้พัฒนาร่วมกับ Nvidia โดยใช้ Nvidia AI Enterprise Software และ AI Platform อีกทั้งยังได้รับการฝึกด้วย Nvidia DGX Cloud ที่ขับเคลื่อนโดยหน่วยประมวลผลกราฟิก H100 ประสิทธิภาพสูงจำนวน 840 ตัว
ServiceNow ระบุว่าเอเจนต์ AI เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้ให้บริการด้านการสื่อสารตลอดทั้งวงจรการให้บริการ โดยสามารถแก้ไขปัญหาด้านการให้บริการลูกค้าและการดำเนินงานของเครือข่ายได้โดยอัตโนมัติ ระบบนี้จะพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าของ ServiceNow ในภาคโทรคมนาคมทั้งหมด เร็ว ๆ นี้ผ่านแพลตฟอร์มเวอร์ชันล่าสุดที่มีชื่อว่า Yokohama ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 12 มีนาคม
เอเจนต์ AI เป็นหนึ่งในเทรนด์ใหม่ที่ร้อนแรงที่สุดในโลก AI โดยหมายถึงระบบที่สามารถดำเนินงานแทนผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติ โดยต้องการการควบคุมจากมนุษย์เพียงเล็กน้อย ระบบเหล่านี้ทำงานโดยการสังเกตสภาพแวดล้อมและรวบรวมข้อมูล จากนั้นใช้ระบบอัลกอริธึมขั้นสูงเพื่อวิเคราะห์ วางแผน และดำเนินการด้วยตัวเอง นอกจากนี้ เอเจนต์ AI ยังใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่เพื่อทำความเข้าใจคำขอและคำสั่งของผู้ใช้ รวมถึงสามารถเข้าถึงเครื่องมือภายนอกเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแก้ปัญหา เรียนรู้ และพัฒนาความสามารถให้ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
ServiceNow กล่าวว่าการผสานแพลตฟอร์มเอเจนต์ AI ของบริษัทที่มีชื่อว่า Now Assist เข้ากับ NIM microservices และ NeMo tools ของ Nvidia ทำให้สามารถพัฒนาเอเจนต์ AI ที่ทรงพลังและแข็งแกร่งได้ โดยระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีเอเจนต์ AI ที่พร้อมใช้งานหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถช่วยให้งานเครือข่ายเป็นไปโดยอัตโนมัติและปรับปรุงการให้บริการลูกค้า เพื่อให้สามารถยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและลดเวลาการแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น
เอเจนต์ AI ใหม่เหล่านี้ต่อยอดจาก Now Assist for Telecommunications Service Management ซึ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว และช่วยให้ลูกค้าในภาคโทรคมนาคมของ ServiceNow นำ AI ไปใช้งานจริง ระบบสามารถจัดการงานต่าง ๆ เช่น การซ่อมแซมเครือข่าย การแก้ไขปัญหาการให้บริการ และการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าก่อนที่จะส่งผลกระทบ ยกตัวอย่างเช่น เอเจนต์ AI บางตัวได้รับการออกแบบให้สามารถให้บริการ ทดสอบ และซ่อมแซมเครือข่ายโดยการวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายเพื่อตรวจหาปัญหาที่เกิดขึ้น ระบบนี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลภายในไม่กี่วินาที และสามารถกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงประสานงานการซ่อมแซมโดยกำหนดงานให้วิศวกรที่รับผิดชอบ
นอกจากนี้ ยังมีเอเจนต์ AI ที่ออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์เกี่ยวกับเครือข่าย โดยสามารถตอบสนองต่อการแจ้งเตือนจากเครือข่ายได้ทันที และเจาะลึกเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา เมื่อสามารถระบุปัญหาได้แล้ว ระบบจะสร้างคู่มือการแก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติและคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะกระทบต่อผู้ใช้บริการ
ServiceNow ยังเปิดเผยเกี่ยวกับเอเจนต์ AI สำหรับการแก้ไขปัญหาด้านการเรียกเก็บเงิน ซึ่งสามารถตรวจจับรูปแบบการใช้งานที่ผิดปกติได้โดยอัตโนมัติ และให้คำอธิบายเกี่ยวกับค่าบริการที่เกี่ยวข้องแบบเรียลไทม์ รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับแผนบริการที่คุ้มค่ามากขึ้น ServiceNow เชื่อว่าคุณสมบัตินี้จะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ลดค่าบริการที่ไม่คาดคิด และลดปริมาณข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินและภาระงานของศูนย์บริการลูกค้า
Rohit Barta ผู้จัดการทั่วไปและรองประธานฝ่ายการผลิต โทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยีของ ServiceNow กล่าวว่า ลูกค้าสามารถจัดการเอเจนต์ AI เหล่านี้ผ่านแพลตฟอร์ม AI Agent Orchestrator ซึ่งเปรียบเสมือน “ศูนย์ควบคุม” สำหรับเอเจนต์ AI ทั้งหมด ระบบยังสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือ Workflow Data Fabric ของ ServiceNow ซึ่งช่วยให้เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลขององค์กรได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถปรับแต่งเอเจนต์ AI ที่มีอยู่ได้ผ่าน AI Agent Studio ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบโนโค้ด
“จุดแข็งของ ServiceNow คือความสามารถในการจัดการเอเจนต์ AI หลายตัวบนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น” Barta กล่าวในบล็อกโพสต์ “AI Agent Orchestrator ช่วยให้เอเจนต์ AI สามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวมการประสานงานในด้านการดำเนินงานเครือข่าย การบริการลูกค้า และกระบวนการทางธุรกิจเข้าด้วยกัน”
ServiceNow ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำด้าน AI ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยเชื่อว่าผลิตภัณฑ์นี้จะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของผู้ให้บริการด้านการสื่อสารไปตลอดกาล ด้วยการทำให้กระบวนการทำงานอัตโนมัติ จะช่วยให้วิศวกรและเจ้าหน้าที่บริการลูกค้ามีเวลามากขึ้นในการทำงานที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น บริษัทอ้างอิงรายงานจาก McKinsey & Co. ที่คาดการณ์ว่าผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถใช้ AI เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 250 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2040
ที่มา: https://siliconangle.com/2025/03/03/servicenows-newest-ai-agents-bring-intelligent-automation-telecommunications-firms/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






