ADPT

[PR] ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เปิดตัว “Life Is On” กลยุทธ์แบรนด์ใหม่ มุ่งสร้างความยั่งยืน ประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย เพื่อลูกค้าไทย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 1 มีนาคม 2559 – ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทยประกาศเปิดตัว “Life Is On” กลยุทธ์แบรนด์ใหม่ มุ่งโปรโมทคุณค่า และหัวใจของแบรนด์ ในปี 2559 โดยเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันที่ให้ความสามารถในการเชื่อมต่อ ความยั่งยืน ประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย เพื่อช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก: เมืองและอาคาร ที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรมต่าง ๆ และดาต้าเซ็นเตอร์ อย่างกว้างขวางและครอบคลุม

มร.มาร์ค เพลิทิเยร์ ประธานบริษัท ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย
มร.มาร์ค เพลิทิเยร์ ประธานบริษัท ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย

กล่าวว่า Life is On คือกลยุทธ์แบรนด์ใหม่ของชไนเดอร์ อิเล็คทริคทั่วโลก สร้างขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้พลังงาน ขับเคลื่อนด้วยเมกะเทรนด์หลัก 3 ส่วน ได้แก่ การขยายตัวของสังคมเมือง ( Urbanization ) การเติบโตด้านดิจิตอล ( Digitization ) และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ( Industrialization ) ทั่วโลก กลยุทธ์ใหม่ของชไนเดอร์ อิเล็คทริคนี้ แสดงให้เห็นถึงการประสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการจัดการพลังงาน ผ่านระบบสารสนเทศ และอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ( IoT ) ของบริษัท เพื่อช่วยให้ลูกค้าให้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน และเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับการดำเนินงานในองค์กร

กลยุทธ์นี้ จำเป็นต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับระบบอัตโนมัติและการควบคุม การจัดการทางไกลแบบล้ำสมัย การซ่อมบำรุงที่เป็นมืออาชีพ การบริการแบบเบ็ดเสร็จ รวมถึงมีเครื่องมือด้านการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพและข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ทั้งในกลุ่มที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์ เมืองและอาคาร

ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว ชไนเดอร์ อิเล็คทริคได้ปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ เพื่อที่จะนำเสนอโซลูชัน ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ในการบูรณาการพลังงาน ระบบอัตโนมัติ และซอฟต์แวร์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยขับเคลื่อนการใช้พลังงาน และกระบวนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

“เราลงทุนอย่างมหาศาลในด้านนวัตกรรม เพื่อเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์และระบบของเราผ่านอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ( IoT ) ไปยังซอฟต์แวร์ของเรา เพื่อให้กระจายการใช้พลังงานได้ครอบคลุม และเข้าถึงพลังงานได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โซลูชันของเราสนับสนุนการทำงานใน 4 ตลาดธุรกิจหลัก ได้แก่ เมืองและอาคาร ที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และดาต้าเซ็นเตอร์ เราให้คำมั่นในการให้ความช่วยเหลือลูกค้าเราให้ประสบความสำเร็จด้วยการช่วยปรับเปลี่ยนธุรกิจและองค์กรของพวกเขาให้สามารถทำงานเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น ความตั้งใจของเราคือการนำ Life is On ไปสู่ทุกคน ในทุกที่ และทุกเวลา ด้วยเทคโนโลยีของเรา” มร.มาร์ค กล่าว

schneider-electric-life-is-on-campaign-2

จากรายงานผลการศึกษาวิจัยการตลาดจาก มาร์เก็ตแอนด์มาร์เก็ต มีการคาดการณ์ว่าการใช้ IoT ในตลาดพลังงานจะเติบโตขึ้นจากมูลค่า 7.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 273.24 พันล้านบาท ) ในปี 2558 ขึ้นเป็น 22.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 804.24 พันล้านบาท ) ภายในปี 2563 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี ( CAGR ) ที่ 24.1 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว

มร.มาร์ค กล่าวว่า การเปิดตัวกลยุทธ์ Life is On ถือได้ว่าเป็นไปในแนวทางเดียวกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2579 ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การลดความเข้มของการใช้พลังงาน ( Energy Intensity: EI ) ลงร้อยละ 30 ในปี 2579 สำหรับทั้งประเทศในภาพรวม และในภาคเศรษฐกิจที่มีการใช้พลังงานมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม อาคารธุรกิจ และที่อยู่อาศัย ซึ่งตามแผนงานนั้น ความต้องการพลังงานไฟฟ้ารวมสุทธิของประเทศจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 2.67 ต่อปี เริ่มตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2579 และคาดว่าในปี 2579 ค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้ารวมสุทธิ ( Energy ) และพลังไฟฟ้าสูงสุดสุทธิ ( Peak ) ของประเทศมี ค่าประมาณ 326,119 ล้านหน่วย และ 49,655 เมกะวัตต์ ตามลําดับ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทยวางแผนที่จะสร้างการรับรู้ที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับกลยุทธ์แบรนด์ Life is On ทั้งในกลุ่มของพันธมิตรทางธุรกิจ และในกลุ่มลูกค้า พร้อมกับขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมทั่วประเทศในวงกว้างมากยิ่งขึ้น การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงเพื่อให้สามารถเพิ่มการบริการที่ครอบคลุมตลาดได้มากขึ้นเท่านั้น แต่รวมถึงความสามารถในการสนองตอบความต้องการที่เติบโตมากขึ้นในตลาดต่างจังหวัดอีกด้วย

เพื่อสนับสนุนแผนการดำเนินงานดังกล่าว ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เดินหน้าสร้างรถโมบายล์ “สมาร์ท โซลูชัน ดิลิเวอรี” ( Smart Solutions Delivery Bus ) ที่ติดตั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม และโซลูชันเด่น ๆ เพื่อนำไปโชว์เคสให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในส่วนต่าง ๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยรถดังกล่าวจะออกเดินทางเพื่อจัดแสดงโซลูชัน และเทคโนโลยี ให้กับลูกค้ามากกว่า 100 รายทั่วประเทศ ลงพื้นที่มากกว่า 30 จังหวัด ภายในปีนี้ ซึ่งเทคโนโลยีและโซลูชันของชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจได้อย่างชัดเจนถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้โซลูชัน ทั้งในแง่การแก้ไขปัญหาที่ลูกค้าประสบอยู่ การปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน รวมถึงการประหยัดต้นทุน

นอกจากนี้ ในปีนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังคงเน้นและให้ความสำคัญกับการให้บริการและดูแลระบบงานของลูกค้า ที่มีการติดตั้งโซลูชันของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ทั่วประเทศ ( Installed – Based Service ) เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเพิ่มผลิตผลการทำงาน ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย พร้อม ๆ กับลดความเสี่ยง ลดอัตราการหยุดชะงักของระบบ ( ดาวน์ไทม์ ) รวมถึงช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยในการลดต้นทุน ไปจนถึงการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน ( ROIs ) ปรับปรุงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน รวมทั้งต้นทุนในการเป็นเจ้าของ ( TCO ) โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทคือกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม อาทิเช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ, อาหารและเครื่องดื่ม, ดาต้าเซ็นเตอร์, อิเล็คทรอนิคส์ และยานยนต์

schneider-electric-life-is-on-campaign

เพื่อให้แผนงานบรรลุเป้าหมาย ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทยได้นำ “กลยุทธ์บุคลากร” มาช่วยในการส่งเสริมปรัชญาในการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ( High Performance Philosophy ) ในองค์กร โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำงาน ไปพร้อมกับการสร้างวัฒนธรรมในการเรียนรู้จากคำแนะนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ และประสบการณ์ รวมถึงการให้การดูแลอบรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานผ่านความร่วมมือที่แข็งแกร่งในการทำงานทั่วทั้งองค์กร

“เราเชื่อมั่นว่า Life is On จะเกิดขึ้นได้เมื่อคนของเราลุกขึ้นมาร่วมมือกัน สำหรับเรา ลูกค้าคือหัวใจสำคัญของคำมั่นทั้งหลาย ลูกค้ามองเห็นตัวตนของเราผ่านบุคลากรของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับพนักงานเพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถส่งมอบสิ่งที่ดีสุดของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ไปสู่ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์” มร.มาร์ค กล่าว

ด้วยความเชื่อว่า การเข้าถึงพลังงานคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ริเริ่ม และดำเนินการโครงการเพื่อการติดตั้งโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับหมู่บ้านที่ขาดแคลนไฟฟ้าและอยู่ห่างไกลทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นจากปี 2556 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เข้าไปช่วยติดตั้งระบบโซล่าร์ให้กับหมู่บ้าน 7 แห่ง รวมถึงหมู่บ้านชาวมอร์แกน ในหมู่เกาะสุรินทร์ หมู่บ้านชาวเขาบนยอดแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และหมู่บ้านโปปากี้ ที่แม่สอด จังหวัดตาก โดยตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบัน มีชาวบ้านมากกว่า 1,200 คน ที่ได้รับประโยชน์จากการโครงการนี้ ในการช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

“ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราต้องการให้ทุกคนบนโลกใบนี้สามารถเข้าถึงพลังงานที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเชื่อถือได้ เราให้คำมั่นในการสร้างโซลูชันและนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาด้านพลังงาน สร้างความสมดุลให้กับคาร์บอนฟุตพริ้นท์บนโลกใบนี้ และเพื่อสนับสนุนสิทธิของคนทุกคนในการข้าถึงพลังงานที่มีคุณภาพ” มร.มาร์ค กล่าว

 

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

schneider-electric-logo

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านระบบการบริหารจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น โดยมีรายได้ประจำปีงบประมาณ 2558 คิดเป็นมูลค่า 27 พันล้านยูโร หรือประมาณ 1.08 ล้านล้านบาท ในปี 2558 ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีพนักงาน 160,000 คนไว้คอยให้บริการลูกค้าในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เพื่อช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการพลังงานและกระบวนการทำงานได้อย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ ประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ นับตั้งแต่สวิทช์ไฟแบบเรียบง่ายที่สุด ไปจนถึงระบบการทำงานที่ซับซ้อน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นเจ้าของเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และการบริการที่ช่วยให้ลูกค้ายกระดับประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ และการดำเนินงานได้แบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อของเราจะช่วยปรับโฉมอุตสาหกรรม เปลี่ยนเมือง และช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “Life is On” www.schneider-electric.com/th


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] HPE GreenLake เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายในงาน HPE Discover 2021

ที่งาน HPE Discover 2021 เมื่อวันที่ 23-25  มิถุนายนที่ผ่านมา HPE GreenLake ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ HPE GreenLake Lighthouse และ Project Aurora เพื่อเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์และทิศทางของบริษัทที่จะเป็น Edge-to-Cloud Platform as-a-Service

ยอดขาย Chromebook ไตรมาส 2 ปี 2021 เติบโต 75%

ตัวเลขรายงานยอดขาย Chromebook ของไตรมาสที่ 2 ปีนี้เติบโตสูงถึง 75% คิดเป็นยอดจำหน่ายกว่า 11.9 ล้านเครื่อง