องค์กรระดับเอนเทอร์ไพรส์กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้ AI ไปสู่การนำมาใช้งานจริง แต่เมื่อ Agentic AI เริ่มมีบทบาทในการตัดสินใจ สั่งการเครื่องมือต่าง ๆ และทำงานข้ามสภาพแวดล้อมข้อมูลที่กระจัดกระจาย สิ่งที่ตามมาคือความเสี่ยงในการสูญเสียการควบคุม และความน่าเชื่อถือ SAS จึงขอเข้ามาแก้ปัญหาด้วยชุดเครื่องมือใหม่ที่ครอบคลุมทั้ง Copilot, Agent Frameworks, MCP Plugins และโซลูชันการจัดการชั้นนำ

เริ่มต้นด้วยการเปิดตัว SAS Viya Copilot ผู้ช่วย AI ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์ และเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม Viya ผสานการทำงานกับ Microsoft Foundry เพื่อช่วยให้นักพัฒนาและนักวิเคราะห์ข้อมูลสามารถใช้ภาษาทั่วไปในการวิเคราะห์ข้อมูล สร้างโมเดล และตัดสินใจในเวิร์กโฟลว์ต่าง ๆ โดยความสามารถหลักของ Viya Copilot มีดังนี้
- การถามตอบทั่วไปข้ามแอปพลิเคชันหลักของ Viya
- การสร้างโค้ดด้วย AI ที่มีการจัดทำเอกสารและสามารถอธิบายได้
- การให้คำแนะนำและขั้นตอนต่อไปสำหรับ Model Pipeline
- การสร้างแดชบอร์ดแบบสนทนา
- การสืบสวนด้วยภาพพร้อมระบบค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ในช่วงแรก SAS เปิดให้ใช้งานสองโมเดลคือ Asset and Liability Management (ALM) สำหรับงานด้านประเมินความเสี่ยงทางการเงิน และ Health Clinical Data Discovery สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีแผนขยายบริการ Viya Copilot ไปที่กลุ่มธนาคารและการผลิตในปลายปีนี้ อีกทั้งยังเปิดตัว SAS Viya MCP Server ช่วยให้ Agent อื่น ๆ เช่น Claude, GPT และ Gemini เข้าถึงข้อมูลได้อย่างปลอดภัย
ทั้งส่ง Agentic AI Accelerator ชุดรวบรวมโค้ด อินเทอร์เฟซ และกรณีศึกษต่าง ๆ ที่ช่วยให้ทีมงานทุกระดับ ตั้งแต่นักพัฒนาไปจนถึงผู้ใช้ Low-code/No-code สามารถสร้างและจัดการ Agents ภายใน SAS Viya ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำงานควบคู่กับ SAS AI Navigator ซอฟต์แวร์ในรูปแบบ SaaS ในไตรมาสที่ 3 ปี 2026 บน Microsoft Azure Marketplace อีกด้วย
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






