Samsung เผยรายละเอียดสถาปัตยกรรมการผลิตชิป 2 นาโนเมตร

ในงาน Samsung Foundry Forum (SFF) ที่กำลังจัดขึ้น Samsung ได้ออกมาเผยรายละเอียดเกี่ยวสถาปัตยกรรมการผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตร

Credit: Samsung

Samsung เผยรายละเอียด Process node ใหม่ในชื่อ SF2 โดยเป็นสถาปัตยกรรมการผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตร ถูกรีแบรนด์มาจาก SF3P ที่เปิดตัวออกมาในช่วงปีที่แล้ว แต่หันมาใช้ชื่อใหม่เพื่อสื่อถึงการออกแบบและการพัฒนาที่มีการปรับปรุงใหม่ ซึ่ง SF2 node ใช้การผลิตทรานซิสเตอร์แบบ gate-all-around หรือ GAA แบบปรับปรุงใหม่ ช่วยลดกระแสที่รั่วออกจากทรานซิสเตอร์ขณะประมวลผลได้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าดีขึ้น คาดว่าสถาปัตยกรรมการผลิตนี้จะพร้อมใช้งานในช่วงปีหน้า และจะเปิดตัว SF2P เวอร์ชันปรับปรุง ซึ่งมีทรานซิสเตอร์ที่เพิ่มความเร็วตามมาในปี 2026 ส่วนปี 2027 จะมีแผนการเปิดตัวเวอร์ชันที่สามตามมา โดยมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Backside Power Delivery

นอกจากนี้ Samsung ยังเผยอีกว่ากำลังปรับปรุง Process node ขนาด 3 นาโนเมตรซึ่งเตรียมจะเปิดตัวในปีนี้ ขณะเดียวกันก็กำลังพัฒนา Process node ขนาด 4 นาโนเมตรเวอร์ชันใหม่ไปพร้อมกัน ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวในปี 2025 ส่วน SF1.4 สถาปัตยกรรมการผลิตขนาด 1.4 นาโนเมตรซึ่งเป็นรุ่นถัดไปของ SF2 นั้นกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา คาดว่าน่าจะพร้อมเปิดตัวสำหรับ Mass production ในปี 2027

ที่มา: SiliconANGLE

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …