ปัญหาเรื่องข้อจำกัดด้านพื้นที่ พลังงาน และความร้อนสะสม กำลังเป็นความท้าทายใหญ่ของ Data Center โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังผลักดันให้เกิดการประมวลผลมหาศาล ล่าสุด Samsung ได้ออกมาประกาศความชัดเจนในการพัฒนา Floating Data Center (FDC) หรือศูนย์ข้อมูลลอยน้ำ โดยตั้งเป้าเปิดใช้งานจริงภายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2028 เพื่อสลัดข้อจำกัดเดิมทิ้งและสร้างโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่

Samsung Heavy Industries (SHI) ธุรกิจต่อเรือและวิศวกรรมนอกชายฝั่งของกลุ่ม Samsung ได้เซ็น MoU กับ Capital Clean Energy Carriers และ Lloyd’s Register เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดย SHI จะรับหน้าที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่ Capital ดูแลเรื่องการจัดหาโครงการและการลงทุน ส่วน Lloyd’s Register จะเข้ามาจัดการด้านการรับรองและกฎระเบียบต่าง ๆ
แนวทางของ Samsung มีความน่าสนใจตรงที่พวกเขาเลือกที่จะสร้างใหม่จากศูนย์ โดยประยุกต์ใช้กระบวนการต่อเรือที่องค์กรมีความเชี่ยวชาญระดับโลก แตกต่างจากคู่แข่งฝั่งญี่ปุ่นอย่างกลุ่ม Mitsui OSK Lines และ Hitachi ที่เลือกใช้วิธีดัดแปลงโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลใส่ลงไปในเรือที่มีอยู่แล้ว ซึ่งฝั่งญี่ปุ่นตั้งเป้าเปิดใช้งานเร็วกว่าเล็กน้อยในปี 2027
สำหรับ FDC แห่งแรกของ Samsung จะถูกออกแบบให้รองรับพลังการประมวลผลได้ประมาณ 50 เมกะวัตต์ โดยสามารถใช้ระบบผลิตพลังงานบนตัวเรือเอง หรือเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานบนฝั่ง และใช้ประโยชน์จากน้ำทะเลในการระบายความร้อนโดยตรง การออกแบบเบื้องต้นนี้ได้รับการอนุมัติจาก American Bureau of Shipping และ Lloyd’s Register แล้ว
แต่เนื่องจากศูนย์ข้อมูล AI ลอยน้ำยังถือเป็นเรื่องใหม่ ยูนิตแรกที่สร้างขึ้นจึงเปรียบเสมือนเป็น Proof of Concept ขนาดใหญ่ไปในตัว ในทางกลับกันการตั้งศูนย์ข้อมูลกลางทะเลต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ทั้งแรงสั่นสะเทือน ความเอียงของตัวเรือ อากาศที่มีความเค็มสูง และความชื้นที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ล้วนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเสถียรภาพและอายุการใช้งานของเซิร์ฟเวอร์
เพื่อแก้โจทย์นี้ SHI จึงได้ลงนามในโครงการพัฒนาร่วมกับ Supermicro ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ระดับโลก เพื่อทำการทดสอบและตรวจสอบการทำงานของระบบ AI Server เมื่อต้องติดตั้งใช้งานในสภาพแวดล้อมทางแม่น้ำและนอกชายฝั่งโดยเฉพาะ เพื่อรองรับตลาดที่เติบโต โดย Moody’s ประเมินว่าตลาดโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับกับ AI อาจมีมูลค่าเติบโตแตะระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030
Floating Data Center อาจกลายเป็นทางออกที่สำคัญของอุตสาหกรรม Enterprise IT ในทศวรรษหน้า เพราะมันเข้ามาช่วยทลายข้อจำกัดด้านพลังงาน การระบายความร้อน และความขาดแคลนของที่ดิน ซึ่งเป็น Pain Point ใหญ่ที่จำกัดการขยายตัวของ Data Center ทั่วโลก คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าความพยายามของ Samsung ในปี 2028 จะสามารถพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กรได้จริงหรือไม่
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย









