ADPT

Redis Labs มีมูลค่า 1 พันล้านเหรียญแล้วจากการระดมทุนรอบล่าสุด, เตรียม IPO อีก 2 ปีข้างหน้า

Redis Labs ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ฐานข้อมูล Redis กลายมาเป็นยูนิคอร์นอีกตัวของ Silicon Valley หลังการระดมทุน Series F รอบล่าสุดที่ทำให้มูลค่าของบริษัทไปแตะที่ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Credit: Redis Labs

การระดมทุน Series F มูลค่า 100 ล้านเหรียญนี้นำโดยบริษัททุนอย่าง TCV และ Bain Capital Ventures โดยมีผู้ร่วมทุนคือ Francisco Partners, Goldman Sachs Growth, Viola Ventures, และ Dell Technologies Capital

ตั้งแต่การก่อตั้งเมื่อ 9 ปีก่อน Redis Labs ได้รับเงินลงทุนไปทั้งสิ้นเกือบ 250 ล้านเหรียญ และ Ofer Bengal – CEO ของ Redis Labs กล่าวว่าเงินใน Series F รอบล่าสุดนี้จะเตรียมความพร้อมให้ Redis Labs เข้าสู่ตลาดหุ้นได้เป็นอย่างดีในอีกสองปีข้างหน้า โดยเขากล่าวว่าเงินทุนที่ได้มานั้นจะมุ่งเน้นไปที่การใช้จ่ายเพื่อสร้างความเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหุ้น ในลักษณะเดียวกับที่ MongoDB เคยลงทุนกว่า 350 ล้านเหรียญเพื่อให้บริษัทโตขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนเข้า IPO

ฐานข้อมูล Redis นั้นเป็นซอฟต์แวร์แบบ Opensource ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการนำมาสร้างระบบ Cache สำหรับช้อมูลที่ใช้ซ้ำบ่อย จากฐานข้อมูลตัวนี้เอง Redis Labs ก็ได้พัฒนา Redis Enterprise ที่มีความสามารถที่ยืดหยุ่นเหมาะกับการประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่างๆมากขึ้นมาให้บริการกลุ่มลูกค้าองค์กร รวมไปถึงการให้บริการ Redis Enterprise นี้บนคลาวด์ด้วย

ปัจจุบัน Redis Labs มีลูกค้าอยู่กว่า 8,000 รายจากอุตสากรรมต่างๆ เช่น การเงิน การแพทย์ และเทคโนโลยี โดยองค์กรเหล่านี้นำ Redis Enterprise ไปพัฒนาระบบเช่น ระบบส่งข้อความ ระบบจัดการคลังสินค้า ระบบยืนยันการทำธุรกรรม และระบบจัดการการเคลม เป็นต้น

Redis Labs มีรายได้ที่เติบโตขึ้นราวปีละ 50% ในช่วงปีที่ผ่านมา และถึงแม้จะยังไม่มี Cash flow เป็นบวก แต่ก็มีรายได้ในปีล่าสุดเกือบ 100 ล้านเหรียญ โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Redis Labs ก็เพิ่งเปิดตัวโมดูล RedisAI ซึ่งจะช่วยในส่วนของการจัดการข้อมูลที่ต้องใช้ในการพัฒนาระบบ Machine Learning โดยสามารถทำงานร่วมกับ Framework การพัฒนา Machine Learning ที่ได้รับความนิยม เช่น TensorFlow, PyTorch, และ ONNX


ที่มา: https://www.forbes.com/sites/kenrickcai/2020/08/25/redis-labs-database-startup-series-f-unicorn/


Check Also

Google Cloud เตรียมปรับลดส่วนแบ่งรายได้จากนักพัฒนาลงเหลือ 3%

Google Cloud เตรียมปรับลดส่วนแบ่งรายได้จากนักพัฒนา Third-party Cloud Software ลงจาก 20% เหลือ 3%

[Guest Post] Fujitsu Smart Factory โซลูชันเสริมพลังจากนวัตกรรมเพื่อโรงงานอัจฉริยะ

ด้วยความมุ่งมั่นของภาครัฐบาลและกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ ในการก้าวไปสู่เป้าหมาย Thailand 4.0 เพื่อบรรลุถึงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจยุคใหม่ อุตสาหกรรมการผลิตจึงได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเข้าสู่โลกดิจิทัลภายใต้ Industrial 4.0 ด้วยการอาศัยแนวทางการดำเนินงานที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ มองเห็นภาพรวมของทั้งกระบวนการผลิต เชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าหากัน สามารถคาดการณ์และปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์