Google Cloud เปิดตัว Gemini Code Assist Tools รองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องมือจาก 3rd-Party

Google Cloud ประกาศเปิดตัว Gemini Code Assist Tools ระบบเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI รุ่นล่าสุด รองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องมือต่างๆ จากพาร์ทเนอร์ชั้นนำอย่าง GitHub, GitLab, Atlassian และอื่นๆ

Credit: Google Cloud

Gemini Code Assist Tools ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือต่างๆ ได้โดยตรงจาก IDE โดยไม่ต้องสลับหน้าต่างการทำงาน ระบบใช้ AI แปลงคำสั่งภาษาธรรมชาติเป็น API call ตามมาตรฐาน OpenAPI ทำให้นักพัฒนาสามารถเรียกใช้ข้อมูลจากระบบภายนอกได้อย่างสะดวก เช่น การดูความคืบหน้าของงานใน Jira หรือตรวจสอบประวัติการแก้ไขไฟล์ใน Git

ในช่วง Private Preview นั้น Google Cloud ได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำหลายราย ทั้งด้าน Observability อย่าง Dynatrace และ New Relic, ด้านความปลอดภัยอย่าง Snyk และ SonarQube รวมถึงผู้ให้บริการฐานข้อมูลอย่าง MongoDB และ Redis เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับระบบ นอกจากนี้ Gemini Code Assist ยังรองรับการทำงานร่วมกับโมเดล Gemini 2.0 Flash ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองใช้งาน Gemini Code Assist Tools และ Gemini 2.0 Flash ในช่วง Preview ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ นอกจากนี้ นักพัฒนายังสามารถสมัครเพื่อสร้าง Extension สำหรับ Gemini Code Assist ได้อีกด้วย โดยสามารถใช้งานได้บน IDE ยอดนิยมอย่าง Visual Studio Code, IntelliJ และ PyCharm

ที่มา: https://cloud.google.com/blog/products/application-development/gemini-code-assist-launches-developer-early-access-for-tools

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ