[PR] โปรเอ็นฯ ทุ่มงบ 50 ล้าน ขยายศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับนโยบายภาครัฐไทยแลนด์ 4.0 ตั้งเป้ารายได้โต 30%

โปรเอ็น อินเทอร์เน็ต  สบช่องนโยบายภาครัฐ ไทยแลนด์ 4.0 ทุ่มงบ  50 ล้านบาท ขยายศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์  บนพื้นที่ 450  ตารางเมตร  เจาะให้บริการกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน  ตั้งเป้ารายได้โต 30%  พร้อมเปิดให้บริการ 1 กรกฎาคมศกนี้ 

กรุงเทพฯ, 5 มิถุนายน 2560นายกิตติพันธ์ ศรีบัวเอี่ยม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท        โปรอิมเมจ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด หรือ โปรเอ็น อินเทอร์เน็ต (PROEN Internet)  ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ดาต้าเซ็นเตอร์ เต็มรูปแบบรายแรกๆ ในประเทศไทย เปิดเผยว่า จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลทำให้บริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสการเติบโตของศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ จึงได้ทุ่มงบ  50 ล้านบาท เพื่อขยายศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่ม ที่ชั้น 18 อาคารกสท โทรคมนาคม บางรัก บนพื้นที่ 450 ตารางเมตร  รองรับได้ถึง 170 ตู้แร๊ค  เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กลุ่มคอนเทนต์  โพรวายเดอร์  ทีวี คอนเทนต์  ไฟแนนซ์  ฟินเทค ประกันภัย และกลุ่มเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อาทิ เกม  โมบาย  โดยจะเปิดให้บริการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 นี้  พร้อมตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% 

“ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทฯ อยู่ในระดับเทียร์ 3  มีจุดเด่นคือ  ตั้งอยู่ที่อาคารกสท. โทรคมนาคม  บางรัก  ซึ่งเป็นศูนย์กลางระบบอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย จึงมั่นใจได้ว่า เชื่อมต่อข้อมูลได้รวดเร็ว   มีแบนด์วิดท์ที่เร็วที่สุดในประเทศไทย และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 – Information Security Management System (ISMS) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่บริษัทชั้นนำให้ความสำคัญ”

สำหรับการให้บริการศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์นั้นให้บริการแบบครบวงจร  ให้บริการคุ้มครองเก็บรักษาข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์แก่ลูกค้า ทั้งประเภทบริการฝากวางเซิร์ฟเวอร์ (Co-Location Server)  เพื่อเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์เข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เว็บ เซิร์ฟเวอร์  เมล เซิร์ฟเวอร์ และเกม เซิร์ฟเวอร์  ลูกค้าสามารถดูแลเซิร์ฟเวอร์ได้ด้วยตนเอง เข้าไปจัดการ ควบคุม แก้ไขเกี่ยวกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์และระบบได้อย่างเต็มที่และบริการเช่าเซิร์ฟเวอร์ (Dedicated Server) การให้เช่าเซิร์ฟเวอร์แบบทั้งเครื่อง โดยไม่ต้องลงทุนซื้อเอง เพื่อช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน สามารถบริหาร จัดการด้วยวิธี รีโมท แอคเซส (Remote Access) และสามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานจัดสรรได้ตามต้องการ

  ทั้งนี้นายกิตติพันธ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า “ แนวโน้มศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์จากนี้ไปอีก 5 ปี จะมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ  ทั้งแบบใช้พื้นที่ในการสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือการใช้บริการคลาวด์ดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะทุกภาคส่วนธุรกิจจำเป็นต้องก้าวสู่นโยบายของภาครัฐไทยแลนด์ 4.0  ทำให้ทุกองค์กรต้องนำเอาระบบไอทีเข้ามาใช้ โดยมีการจัดเก็บข้อมูล รองรับข้อมูลมหาศาล  (Big Data) และนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ (Big Data Analytics)”

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ก้าวขึ้นมาเป็น ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการที่ปรึกษา และพัฒนาระบบเครือข่ายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ให้บริการลูกค้าในกลุ่มราชการ และ องค์กรธุรกิจ ตั้งแต่ขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ ด้วยขอบเขตการบริการครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การพัฒนา และวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสารสนเทศ แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจ ด้วยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นที่จะช่วยให้ลูกค้าได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้เพื่อความสำเร็จขององค์กร เพื่อการเติบโตที่ยังยืน ตลอดจนสามาถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.proen.co.th.

###

เกี่ยวกับบริษัท โปรอิมเมจ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด

บริษัท โปรอิมเมจ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัดหรือ โปรเอ็น อินเทอร์เน็ต (PROEN Internet ) ก่อตั้งเมื่อปี 2540 โดยเริ่มต้นธุรกิจ เพื่อประกอบกิจการด้าน อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ ซึ่งบริษัทฯ ถือเป็นผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ เต็มรูปแบบรายแรก ๆ ในประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ อาคาร กสท โทรคมนาคม บางรัก ซึ่งเป็นอาคารที่ตั้งของระบบ International Internet Gateway (IIG) และ National Internet Exchange (NIX) ของประเทศไทย โดยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศ (National Internet Gateway) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจการให้บริการระบบอินเทอร์เน็ต โดยเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บบครบวงจร จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ www.proen.co.th


About TechTalkThai PR 2

Check Also

Synology เปิดเกมรุก เปิดตัวโซลูชันใหม่ด้านการจัดเก็บข้อมูลสำหรับธุรกิจทุกขนาดตั้งเป้าโตกว่า 30% เดินหน้าตลาดในไทย เต็มลูกสูบ ชูนวัตกรรมใหม่ มั่นใจในความปลอดภัย เข้าถึงผู้ใช้งานได้ทุกกลุ่ม [Press Release]

กรุงเทพฯ – การเก็บรักษาข้อมูลภายใต้ระบบความปลอดภัยสูงสุด ถือเป็นประเด็นหลักที่หลายองค์กรทั่วโลกต้องคำนึงถึง เนื่องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ อาจสร้างความเสียหายทางธุรกิจได้ในพริบตา การเลือกใช้โซลูชันทางไอทีที่มีประสิทธิภาพสูงและระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่ดี นอกจากจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรแล้ว ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก แม้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างเช่น สถานการณ์โรคระบาด

ภาครัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเดินหน้าจัดงาน ดิจิเทค อาเซียน ไทยแลนด์ 2022 [Guest Post]

สนับสนุนอนาคตของเทคโนโลยีเพื่อปฏิรูประบบดิจิทัลของประเทศไทย