กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ระบบตู้แช่แข็งขัดข้องอย่างผิดปกติในฐานทัพทหารหลายแห่งทั่วประเทศเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยตั้งสมมติฐานว่าอาจเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เสบียงอาหารเน่าเสียเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สืบสวนของสหรัฐฯ ได้ประสานงานร่วมกับทางการฝรั่งเศส เพราะมีรูปแบบการโจมตีที่คล้ายกัน

ปัจจุบัน US Cyber Command ร่วมกับ Army CID Cyber Field Office และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย อยู่ระหว่างการสืบสวนเชิงลึกถึงที่มาและผู้รับผิดชอบเบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น เหตุขัดข้องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อร้านค้าสวัสดิการในฐานทัพอย่างน้อย 6 แห่ง โดยพบความผิดปกติเชิงเทคนิคที่ชี้ชัดว่าไม่ใช่ความล้มเหลวของฮาร์ดแวร์ทั่วไป
เพราะตัวเครื่องเปลี่ยนโหมดการทำงานกระทันหัน เช่น ที่ฐานทัพ Fort Huachuca รัฐแอริโซนา พบว่าระบบทำความเย็นถูกสั่งเปลี่ยนเข้าสู่ Defrost Mode หรือโหมดละลายน้ำแข็งโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นจนอาหารเน่าเสียทั้งหมด ซึ่งเหตุการณ์นี้คล้ายกับการโจมตีในฝรั่งเศสที่ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 350 แห่ง ถูกเร่งอุณหภูมิจนสร้างความเสียหายให้กับอาหารรวมมูลค่าหลายสิบล้านยูโร
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบุว่า จุดเปราะบางสำคัญของระบบทำความเย็นอยู่ที่การนำระบบควบคุม Operational Technology (OT) เข้าสู่อินเทอร์เน็ต โดยในกรณีของฝรั่งเศส อุปกรณ์ควบคุมจาก Danfoss ที่ถูกโจมตีนั้นเป็นรุ่นเก่าหรือใช้เฟิร์มแวร์ที่ขาดการอัปเดตช่องโหว่ด้านความปลอดภัย แต่การโจมตีระบบทำความเย็นไม่ใช่เรื่องใหม่
เพราะหากย้อนกลับไปในปี 2022 เกิดเหตุเจาะระบบควบคุมตู้แช่ในรัสเซียและอิสราเอล รวมถึงช่วงปลายปี 2024 อัยการสหรัฐฯ ได้สั่งฟ้องกลุ่มแฮกเกอร์ที่โจมตีระบบทำความเย็นของโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ ส่งผลให้เนื้อสัตว์เสียหายกว่า 2,000 ปอนด์ ต้นตอของปัญหาจึงเกิดจากการที่อุปกรณ์ควบคุมอุตสาหกรรม ซึ่งเดิมออกแบบมาให้ทำงานแบบแยกส่วนถูกนำมาเชื่อมต่อระบบเครือข่ายภายนอกเพื่อความสะดวก แต่ไม่มีมาตรการความปลอดภัย
เหตุการณ์นี้นับเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของความเสี่ยงใน Food Supply Chain เพราะภัยไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การขโมยข้อมูลทางไอที แต่กำลังขยายวงเข้าสู่ระบบควบคุมเชิงกายภาพ ดังนั้นองค์กรที่พึ่งพาระบบ Cold Storage และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ จำเป็นต้องจัดทำบัญชีทรัพย์สินอุปกรณ์ OT แยกเครือข่ายออกจากระบบอินเทอร์เน็ตสาธารณะ และตรวจเช็กการตั้งค่าเฟิร์มแวร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อปิดช่องโหว่ต่าง ๆ
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย










