OpenAI แก้สัญญา Pentagon เพื่อจัดการข้อกังวลเกี่ยวกับการสอดแนม

OpenAI Group กำลังดำเนินการแก้ไขข้อตกลงด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ได้ลงนามร่วมกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว

Credit: OpenAI

ผู้พัฒนา ChatGPT ได้เผยแพร่ข้อความทางกฎหมายที่ได้รับการปรับปรุงบางส่วน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มั่นใจว่า Pentagon จะไม่นำโมเดลของ OpenAI ไปใช้ในการสอดแนมภายในประเทศ Axios ได้อ้างอิงแหล่งข่าวว่าข้อตกลงฉบับแก้ไขดังกล่าวยังไม่ได้มีการลงนามอย่างเป็นทางการ

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา OpenAI ชนะสัญญาหนึ่งปีในการให้ Pentagon เข้าถึงโมเดล AI ของตน โดยในขณะนั้นบริษัทระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์ และตามข้อมูลจาก OpenAI เจ้าหน้าที่มีแผนที่จะนำ AI ไปใช้ในกรณีการใช้งานต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

Anthropic ก็ได้ลงนามในข้อตกลงมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ในลักษณะเดียวกันกับ Pentagon ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีรายงานปรากฏว่าคู่แข่งของ OpenAI รายนี้ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว โดย Anthropic พยายามที่จะทำให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีของตนจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อทำการสอดแนมมวลชนหรือสร้างอาวุธอัตโนมัติ พร้อมทั้งได้ติดตั้งเกราะป้องกันให้กับโมเดลเพื่อบล็อกการใช้งานในลักษณะดังกล่าว

Pentagon ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายของบริษัท และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลกลางยุติการใช้ซอฟต์แวร์ของ Anthropic นอกจากนี้ ในความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนที่จะกำหนดให้ Anthropic เป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งการกำหนดนี้จะส่งผลให้ผู้รับเหมาและซัพพลายเออร์ทางทหารของสหรัฐฯ ถูกห้ามไม่ให้ทำธุรกิจกับผู้ให้บริการ AI รายนี้

ในวันศุกร์ OpenAI ได้ประกาศแผนการให้ Pentagon เข้าถึงโมเดล AI ภายใต้ข้อตกลงที่แก้ไขใหม่ และในโพสต์บน X เมื่อช่วงดึกของวันจันทร์ Sam Altman ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าสัญญาดังกล่าวรวมถึงการคุ้มครองจากการสอดแนมภายในประเทศ โดยหนึ่งในข้อกำหนดของสัญญาระบุว่า “ระบบ AI จะต้องไม่ถูกนำไปใช้โดยเจตนาเพื่อการสอดแนมบุคคลและพลเมืองสหรัฐฯ ภายในประเทศ” และเสริมว่า “เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย กระทรวงฯ เข้าใจว่าข้อจำกัดนี้รวมถึงการห้ามติดตาม สอดแนม หรือเฝ้าระวังบุคคลหรือพลเมืองสหรัฐฯ อย่างจงใจ รวมถึงผ่านการจัดซื้อหรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ซึ่งได้มาในเชิงพาณิชย์”

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญประการหนึ่งคือข้อกำหนดนี้ครอบคลุมถึง “ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ซึ่งได้มาในเชิงพาณิชย์” โดยข้อมูลจาก Axios ระบุว่าสัญญาเดิมของ OpenAI กับ Pentagon กล่าวถึงเพียง “ข้อมูลส่วนตัว” เท่านั้น ซึ่งภาษาดังกล่าวมิได้ห้ามการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ซื้อมาจากนายหน้าขายข้อมูล

Altman กล่าวเสริมว่าข้อตกลงนี้ไม่อนุญาตให้หน่วยงานข่าวกรองนำโมเดลของ OpenAI ไปใช้ โดยระบุว่าการใช้งานดังกล่าวจะต้องมี “การแก้ไขสัญญาเพิ่มเติม” นอกจากนี้ ข้อตกลงยังระบุว่าโมเดลของ OpenAI จะสามารถใช้งานได้เฉพาะใน “เครือข่ายคลาวด์” เท่านั้น

ความพยายามของ OpenAI ในการนำ AI เข้าสู่หน่วยงานรัฐบาลกลางเริ่มต้นขึ้นเมื่อปีที่แล้วด้วยการเปิดตัวบริการที่ชื่อว่า ChatGPT Gov ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษของ ChatGPT ที่สามารถทำงานบนสภาพแวดล้อม Microsoft Azure และ Azure Government โดยบริการนี้มาพร้อมกับการควบคุมการบริหารจัดการที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้าน ความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์ของภาครัฐ

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/03/03/openai-revises-pentagon-contract-address-surveillance-concerns/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ

Omnissa เปิดตัว Workspace ONE UEM 2604 บริหารจัดการ Windows Server ได้แล้ว เพิ่มความสามารถใหม่ๆ มากมาย

Omnissa ได้ออกมาเปิดตัว Release ใหม่ล่าสุด 2604 โดยถือเป็นหนึ่งในการอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุด ด้วยความสามารถใหม่ๆ มากมาย ดังนี้