ADPT

Lucky Star Universal ยกระดับธุรกิจตู้แช่เย็นและห้องเย็น ใช้ SAP ปรับปรุงกระบวนการผลิต ต่อยอดสู่การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล

โจทย์สำคัญของธุรกิจโรงงานและการผลิตที่เหมือนกันทั่วโลกนั้น ก็คือการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ในขณะที่ยังควบคุมคุณภาพของการผลิตให้ได้อย่างเหมาะสม

ในบทความนี้คุณมิญช์ นาเงิน กรรมการผู้จัดการบริษัท Lucky Star Universal ผู้ผลิตตู้แช่เย็นและห้องเย็นชั้นนำของประเทศไทย ได้ให้เกียรติทีมงาน TechTalkThai ในการให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและประสบการณ์ในการตัดสินใจเลือกใช้ระบบ ERP และ Data Analytics จาก SAP เพื่อปรับปรุงรากฐานสำคัญธุรกิจครั้งใหญ่ เตรียมรับมือต่ออนาคตที่การแข่งขันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นดังนี้ครับ

Lucky Star Universal ผู้ผลิตตู้แช่เย็นและห้องเย็น ที่เน้นเรื่องคุณภาพเป็นสำคัญ

 

หากใครอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารและยา ก็คงจะทราบถึงความสำคัญของตู้แช่เย็นที่มีบทบาทสำคัญในการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าเอาไว้ให้มีอายุยาวนานมากขึ้น และ Lucky Star Universal ก็คือผู้ผลิตตู้แช่เย็นและห้องเย็นชั้นนำรายหนึ่งของเมืองไทย ที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 17 ปีแล้ว โดยมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเช่น  Freezer, Showcase, Stainless, Upright Chiller, Upright Freezer โดยแต่ละผลิตภัณฑ์ก็มีรุ่นต่างๆ ให้เลือกมากมายตามแต่ความเหมาะสมของการใช้งาน

หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ Lucky Star Universal นี้ก็คือการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดี ด้วยการสั่งวัตถุดิบและส่วนประกอบที่มีคุณภาพจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกนำมาประกอบในไทย ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Lucky Star Universal มีความทนทาน รักษาความเย็นได้จริงตามความคาดหวังของลูกค้ามาโดยตลอด รวมถึงยังมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นระบบทำความเย็นแบบ Inverter ที่กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการ เป็นต้น

ช่องทางการจัดจำหน่ายของ Lucky Star Universal นี้จะเป็นการขายผ่านตัวแทนเข้าไปยังธุรกิจองค์กรซึ่งต้องการใช้งานตู้แช่เป็นหลัก ทั้งในส่วนของสินค้าแบรนด์ต่างๆ หรือร้านอาหารก็ตาม โดยมีสัดส่วนของลูกค้าในไทยอยู่ที่ 60% และต่างชาติอยู่ที่ 40%

ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คุณมิญช์ได้ระบุว่าธุรกิจของ Lucky Star Universal นี้ถือว่าโชคดี ที่ท่ามกลางวิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมานี้ถึงแม้จะส่งผลกระทบกับธุรกิจอยู่บ้างในบางแง่มุม แต่ในภาพรวมนั้นก็ยังถือว่าปัญหาเบาบางกว่าอุตสาหกรรมอื่นอยู่ค่อนข้างมาก เพราะตู้แช่นั้นกลายเป็นสิ่งที่ร้านอาหารนั้นต้องการใช้งานอย่างเร่งด่วนตลอดช่วง COVID-19 แพร่ระบาดที่ผ่านมา ทำให้มีการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาค่อนข้างมาก แต่ในขณะเดียวกัน วิกฤตครั้งนี้ก็ได้ส่งผลกระทบไปถึง Supply Chain ทั่วโลก ทำให้ Lucky Star Universal ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายในประเด็นเหล่านี้เช่นกัน

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตู้แช่และห้องเย็นจาก Lucky Star Universal สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ http://www.luckystaruniversal.co.th/    หรือ เยี่ยมชมที่เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/luckystarsales/

วางแผนลงทุนระบบ ERP เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ต้นทุนต่ำลง ก่อนเตรียมก้าวสู่ Data-Driven

 

ทีมผู้บริหารของ Lucky Star Universal นั้นมีวิสัยทัศน์ในการนำระบบ ERP เข้ามาใช้ปรับปรุงการดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว โดยเป้าหมายหลักของโครงการขึ้นระบบ ERP นี้ก็คือการปรับปรุงกระบวนการการผลิตให้มีต้นทุนที่ต่ำลง เพิ่มความคุ้มค่าในการดำเนินงานให้สูงขึ้น และทำให้ธุรกิจมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจอยู่ในทุกขณะ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในระยะยาว Lucky Star Universal ก็ต้องการให้ระบบ ERP นั้นกลายเป็นระบบกลางที่ทุกแผนกทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลทางธุรกิจ และนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ต่อยอดในฝ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากฝ่ายผลิตได้ เช่น ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด เพื่อให้การทำการตลาดนั้นมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น และมีขีดความสามารถในการแข่งขันในแต่ละพื้นที่หรือแต่ละภูมิภาคที่สูงยิ่งขึ้น จากการที่สามารถทำความเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้นด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ และการคิดคำนวณต้นทุนของสินค้าที่ขายไปในแต่ละส่วนได้อย่างละเอียด

วางระบบ ERP เลือกแค่เทคโนโลยีไม่ได้ แต่ Implementer ที่ดีจะช่วยให้โครงการมีโอกาสสำเร็จได้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ Lucky Star Universal จะมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเพียงใด แต่ในอดีตที่ผ่านมาทางบริษัทเองก็ประสบปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถขึ้นระบบ ERP ได้มาแล้ว

คุณมิญช์ได้แบ่งปันประสบการณ์ในอดีตว่า แรกเริ่มนั้นทางบริษัทตัดสินใจเลือกใช้ Implementer รายหนึ่งมาก่อน ซึ่งถึงแม้ในแง่ของค่าใช้จ่ายหรือการพูดคุยก่อนเริ่มโครงการนั้นจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่พอเมื่อต้องดำเนินโครงการจริงๆ แล้ว ทีม Implementer รายนั้นกลับไม่มีทรัพยากรและประสบการณ์ที่เพียงพอ ทำให้ในขั้นตอนการสำรวจความต้องการและออกแบบระบบนั้นต้องกินเวลานานถึง 2 ปี และยังไม่ได้มีผลลัพธ์ใดที่นำไปใช้ต่อยอดขึ้นระบบ ERP จริงๆ ได้

ด้วยเหตุนี้ Lucky Star Universal จึงต้องมองหาระบบ ERP ใหม่พร้อม Implementer ที่มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเมื่อโจทย์ของบริษัทมีความชัดเจนว่าต้องการเริ่มต้นจากการปรับปรุงการผลิตก่อน การเฟ้นหา Implementer ที่มีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจด้านการผลิตจึงมีไม่มากนัก

จากการคัดเลือกระบบ ERP หลากหลายยี่ห้อและ Implementer หลายราย สุดท้าย Lucky Star Universal ก็ตัดสินใจเลือกใช้ SAP โดยทีมงาน ISS Consulting จากความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ในการขึ้นระบบ ERP เพื่อรองรับงานผลิตโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีทีม Consult ที่เข้าใจอุตสาหกรรมของตู้แช่เป็นอย่างดี ทำให้การนำเสนอโครงการมีความราบรื่น และตอบโจทย์ของบริษัทได้อย่างครบถ้วน

เริ่มต้นจาก SAP ECC 6.0 เตรียมอัปเกรดสู่ SAP S/4HANA ในอนาคต ปรับธุรกิจสู่ Data-Driven ด้วย SAP Analytics Cloud

สิ่งหนึ่งที่ถือว่าแตกต่างจากธุรกิจโรงงานและการผลิตรายอื่นๆ นั้น ก็คือ Lucky Star Universal ตัดสินใจเริ่มต้นระบบจาก SAP ECC 6.0 ก่อนแม้ว่าในเวลานั้นจะมี SAP S/4HANA เป็นตัวเลือกแล้วก็ตาม เนื่องจากในช่วงเวลาที่ตัดสินใจเริ่มโครงการในครั้งนี้ SAP S/4HANA ยังถือว่าใหม่มาก ในขณะที่ SAP ECC 6.0 นั้นก็มีค่าใช้จ่ายในการขึ้นระบบโดยรวมที่ต่ำกว่าอยู่เมื่อเทียบกับ SAP S/4HANA ในเวลานั้น

คุณมิญช์ได้เล่าถึงปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจในยามนั้นก็คือจุดคุ้มทุนของโครงการ ERP ที่ Lucky Star Universal มองว่าหากลงทุนเป็น SAP ECC 6.0 ไปก่อนเพื่อให้ได้ระบบ ERP ที่ตอบโจทย์มาเริ่มต้นใช้งานอย่างรวดเร็วในต้นทุนที่คุ้มค่าที่สุด หากใช้งานไปประมาณ 5-6 ปี ระบบก็จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้จนถึงจุดคุ้มทุน และทีมงานมีความคุ้นชินกับการใช้ระบบ ERP ควบคุมการผลิตแล้ว หลังจากนั้นจึงค่อยทำการอัปเกรดระบบไปยัง SAP S/4HANA ในภายหลังเพื่อให้ระบบรองรับความสามารถที่มากขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อ Lucky Star Universal ในระยะยาว

“ทีมงาน ISS Consulting มาช่วยติดตั้งระบบ SAP ECC 6.0 ทั้งหมดจนแล้วเสร็จภายในเวลาเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น หลังจาก Implement เสร็จสิ้น สามารถลดต้นทุนในการผลิตได้จริง

อย่างไรก็ดี  ในระหว่างที่ทีมงาน Lucky Star Universal ได้เริ่มใช้งานระบบ ERP นั้น ทางทีมงานก็เริ่มเห็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลภายในระบบ ERP มาต่อยอดอีกมากมาย โครงการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลจึงเกิดขึ้นตามมาทันที ซึ่งทาง Lucky Star Universal ก็ได้คัดเลือกระบบจากผู้ผลิตหลากหลายราย และสุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะเลือกใช้ SAP Analytics Cloud หรือ SAC ด้วยสาเหตุว่าไม่ต้องการย้ายข้อมูลไปมาระหว่างหลายระบบให้มีความซับซ้อนมากนัก ซึ่งการใช้โซลูชันของ SAP ด้วยกันเองนี้ก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี

แน่นอนว่าในการใช้งาน SAC ครั้งนี้ Lucky Star Universal ก็ตัดสินใจร่วมงานกับ ISS Consulting เช่นเดียวกัน เนื่องจากทีมงานมีความเข้าใจในระบบและความต้องการของธุรกิจเป็นอย่างดีอยู่แล้ว การต่อยอดจึงทำได้ง่ายดายและรวดเร็ว

อนาคต IoT จะมีบทบาทสำคัญต่อการผลิต ในขณะที่ Robot เองก็เป็นเทคโนโลยีที่ต้องจับตามอง

สุดท้าย คุณมิญช์ได้เล่าถึงสองเทคโนโลยีที่จะมีบทบาทเป็นอย่างมากต่อวงการโรงงานและการผลิต ได้แก่ Internet of Things หรือ IoT ที่จะเข้ามาช่วยให้การปรับปรุงสายการผลิตเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นด้วยข้อมูลแวดล้อมที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น และ Robot ที่จะมาเป็นกำลังสำคัญในการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้นในอนาคต และแน่นอนว่า Lucky Star Universal เองก็กำลังทำการศึกษาและประเมินการใช้งานเทคโนโลยีทั้งสองนี้อยู่ในปัจจุบัน

แต่แน่นอนว่าการที่ธุรกิจใดๆ จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาต่อยอดให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น เทคโนโลยีที่จะเป็นหัวใจหลักของธุรกิจอย่าง ERP นั้นก็ถือเป็นรากฐานที่สำคัญ ซึ่งคุณมิญช์ก็ระบุว่า Lucky Star Universal นั้นจะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาปรับปรุงรากฐานสำคัญของธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะต่อยอดธุรกิจด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเร่งสร้างการเติบโตในอนาคตหลังจากนี้

 

เกี่ยวกับ ISS Consulting

ISS Consulting (Thailand) Ltd. เป็นพาร์ทเนอร์กับ SAP ในระดับ Platinum และ SAP Global Partner ที่สามารถให้บริการด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งโซลูชั่นของ SAP อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก/กลาง/ใหญ่ ในหลากหลายอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 21 ปี โดยปัจจุบันนี้มีลูกค้าธุรกิจและองค์กรทั่วประเทศไทยรวมมากกว่า 250 ราย พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทยโดยทีมงานกว่า 300 คน

ปัจจุบัน ISS Consulting (Thailand) Ltd. ได้เข้าร่วมเป็นบริษัทในกลุ่ม NTT DATA และ itelligence ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก ทำให้บริษัท มีความสามารถในการนำเสนอ SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทยในขอบเขตที่กว้างยิ่งขึ้นและครบวงจรมากยิ่งขึ้น ทางด้าน SAP Partner นั้น ISS Consulting (Thailand) Ltd.  ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่ม SAP Global Partner ทำให้บริษัทมีศักยภาพมากขึ้นในการนำเสนอ SAPโซลูชั่นธุรกิจระดับโลก

ล่าสุดในงาน SAP South East Asia Partner Kick off – Meeting 2021 ทางบริษัทฯ ยังได้รับรางวัลด้วยกันถึง 4 รายการ ได้แก่

  • รางวัล SAP Partner of The Year 2020 – Indochina รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลสูงสุดในระดับโลกที่ทางบริษัทฯ ได้รับจาก SAP เป็นเวลา 4 ปีต่อเนื่อง โดยรางวัลที่ได้รับแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการนำนวัตกรรมและโซลูชั่นของ SAP มาปรับใช้เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า รวมถึงการบริการต่างๆ ของ ISS Consulting ที่ตอบโจทย์ความพึงพอใจของลูกค้าที่อยู่ในเกณฑ์สูงมาโดยตลอด
  • รางวัล General Business Partner of The Year 2020 – Indochina โดยรางวัลนี้เป็นรางวัลที่มอบให้กับพันธมิตรที่สามารถสร้างฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มธุรกิจ (GB) ที่ใช้งาน SAP จำนวนเพิ่มขึ้นมากที่สุด
  • รางวัล SAP S/4HANA Partner of The Year 2020 – Indochina เป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นถึงการที่ ISS Consulting มีผลงานโดดเด่นด้านยอดขายสูงสุดของโซลูชั่น SAP S/4HANA
  • รางวัล DRS Partner of The Year 2020 – Indochina เป็นรางวัลที่แสดงถึงผลงานจากการสร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นได้อย่างยอดเยี่ยม และลูกค้าไว้วางใจและเปิดโอกาสให้ ISS Consulting เข้าไปนำเสนอโซลูชั่น SAP ในอนาคตด้วยกันมากที่สุด

รางวัลเหล่านี้ถือเป็นการตอกย้ำในความเป็นผู้นำของ ISS Consulting (Thailand) Ltd. ในฐานะของผู้ให้บริการโซลูชันของ SAP อย่างครบวงจรในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันของ SAP สำหรับนำไปใช้ในธุรกิจโรงงานและการผลิต สามารถติดต่อทีมงาน ISS Consulting เพื่อขอคำปรึกษาได้ทันทีที่ Email: marketing_th@issconsulting.net หรือโทร  02-2370553 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.issconsulting.co.th

Website: bit.ly/ISSConsultinbwebsite

Facebook: bit.ly/issconsultingfb

Instagram: bit.ly/ISSInstagram

YouTube: bit.ly/issconsulting

 

 

 


About Maylada

Check Also

เริ่มต้นก้าวแรกสู่ Hybrid Cloud อย่างมั่นคงและคุ้มค่าด้วย Dell Hybrid Cloud Solution จาก NTT

ในช่วงปีที่ผ่านมานั้นก็ถือเป็นจังหวะที่หลาย ๆ องค์กรถือโอกาสอัปเกรดระบบ Data Center ของตนเองให้พร้อมรับกับยุคสมัยของ Hybrid Cloud และในวันนี้ NTT ก็ได้ร่วมกับ Dell Technologies นำ Dell …

รู้จักกับ Fully Homomorphic Encryption (FHE) อนาคตของการประมวลผลข้อมูลสำคัญโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูล

เมื่อสัปดาห์ที่มาผ่านมาทาง IBM ได้จัดงานเพื่อแนะนำวิธีการเข้ารหัสใหม่ที่ทำให้สามารถใช้งานข้อมูลสำคัญได้อย่างมั่นใจที่ชื่อ Fully Homomorphic Encryption (FHE) ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญต่อการประมวลผลข้อมูลในอนาคต