พบแคมเปญ Mongo Lock ลบฐานข้อมูลเพื่อเรียกค่าไถ่

Bob Diachenko นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยได้ไปพบกับแคมเปญ Mongo Lock หรือการที่แฮ็กเกอร์ค้นหาเซิร์ฟเวอร์ MongoDB ที่ไม่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงจากภายนอก โดยใช้แพลตฟอร์มอย่าง Shodan.io หรือสแกนหาเป้าหมายผ่านอินเทอร์เน็ต จากนั้นก็เข้าไปลบ Database พร้อมกับทิ้งข้อความเรียกค่าไถ่นั่นเอง

Credit: MongoDB

หลักการง่ายมากคือแฮ็กเกอร์ใช้แพลตฟอร์มการค้นหาที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง Shodan.io หรือการสแกนผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาเซิร์ฟเวอร์ MongoDB จากนั้นเข้าไป Export ฐานข้อมูลออกมาก่อนและลบฐานข้อมูล พร้อมกับทิ้งข้อความเรียกค่าไถ่ไว้ในไฟล์ Readme ภายใต้โฟลเดอร์ Warning นอกจากนี้มีการโจมตีเกิดขึ้นหลายครั้งซึ่งข้อความเรียกค่าไถ่มีหลายรูปแบบ เช่น ทิ้ง Bitcoin address หรือที่อยู่อีเมล โดยบ้างก็อ้างว่า Database ถูกนำออกมาแล้ว ถ้าจ่ายเงินค่าไถ่จะได้คืนหรือบางครั้งก็บอกว่า Database ถูกเข้ารหัสไว้เป็นต้น

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า Script ของคนร้ายบางครั้งก็ไม่สามารถทำงานได้สมบูรณ์เพราะเกิดความผิดพลาดบางอย่าง สาเหตุที่แคมเปญการโจมตีนี้เกิดขึ้นเพราะฐานข้อมูล MongoDB สามารถเข้าถึงได้จากทางไกลและไม่ได้รับการปกป้องที่ดีพอ แต่การป้องกันนั้นก็ทำได้ไม่ยากเลยเพราะทาง MongoDB ได้ให้แนะนำไว้อย่างดีสามารถติดตามได้ที่นี่ ดังนั้นอย่าลืมป้องกันไว้ก่อนดีกว่ารอเกิดเหตุค่อยแก้ทีหลังครับ

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/mongo-lock-attack-ransoming-deleted-mongodb-databases/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

พบแคมเปญโจมตีพุ่งเป้าช่องโหว่ Critical บน VMware vCenter เตือนแค่แพตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ

ช่องโหว่ระดับ Critical บน VMware vCenter รหัส CVE-2026-59310 กำลังถูกใช้โจมตีจริงเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยผู้โจมตีฝังกลไกคงสถานะการเข้าถึงที่ยังทำงานต่อได้แม้ระบบจะถูกแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบจึงต้องตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะระบบควบคู่ไปกับการติดตั้งแพตช์