เมื่อการเข้าใช้งานเครือข่าย เปลี่ยนไปใช้ใบหน้าและลายนิ้วมือยืนยันตัวตนแทนรหัสผ่าน #Aruba #ATM16APAC

ในงาน Aruba APAC Atmosphere 2016 ( #ATM16APAC) ที่จัดขึ้นในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทาง HPE Aruba ได้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจในการยืนยันตัวตนผู้ใช้งานก่อนเข้าถึงระบบเครือข่ายแบบ Multi-Factor Authentication ด้วย Biometrics กันแล้ว ซึ่งถือว่าประเด็นในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้นั้นค่อนข้างน่าสนใจดีทีเดียว ทางทีมงาน TechTalkThai จึงขอหยิบยกมานำเสนอกันดังนี้ครับ

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

 

เมื่อ Password ไม่เพียงพอต่อการยืนยันตัวตนระดับองค์กรอีกต่อไป

การยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่านอย่างเดียวนั้นถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นกับวงการ IT มาอย่างยาวนาน โดยปัญหาหลักที่เกิดขึ้นนั้นนอกเหนือไปจากประเด็นด้านความปลอดภัยที่มักจะเป็นที่พูดถึงกันแล้ว ประเด็นด้านความลำบากในการใช้งานนั้นก็ถือเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน

การใช้งาน Password นั้นผู้ใช้งานจะต้องคอยจดจำว่ารหัสผ่านของตนในแต่ละระบบคืออะไร และต้องคอยทำการกรอกชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านทุกครั้งที่มีการยืนยันตัวตน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นขั้นตอนที่ถือว่าไม่สะดวกสบายนักเพราะหากชื่อ Username มีความยาวระดับหนึ่ง และรหัสผ่านมีความซับซ้อนในการพิมพ์แล้ว การพิมพ์ในอุปกรณ์พกพาอย่าง Smartphone หรือ Tablet นั้นก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ในผู้ใช้งานทั่วๆ ไป การแบ่งปันรหัสผ่านระหว่างผู้ใช้งานเองนั้นก็ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่านเข้า Wi-Fi หรืออื่นๆ ก็ตาม ทำให้ยากต่อการควบคุมได้ว่าผู้ใช้งานที่ยืนยันตัวตนเข้ามานั้นจะเป็นคนเดียวกับเจ้าของ Username และ Password นั้นจริงๆ

 

 

Multi-Factor Authentication: การยืนยันตัวตนด้วยหลายหลักฐานจะกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ ที่จะต้องง่ายขึ้นไปกว่าเดิม

Mullti-Factor Authentication (MFA) นี้คือการใช้หลักฐานหลายๆ ชิ้นในการยืนยันตัวตนผู้ใช้งานหนึ่งๆ นั่นเอง โดยนอกเหนือไปจาก Username และ Password แล้ว ข้อมูลอื่นๆ ก็อาจถูกใช้ส่งเข้าไปด้วยเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่ยืนยันตัวตนเข้ามานี้คือผู้ที่เป็นเจ้าของ Username หรือ Password นั้นๆ จริง เช่น การใช้ Hardware Token, การใช้รหัส One Time Password (OTP) ที่อาจถูกส่งเข้ามาทางโทรศัพท์ หรืออื่นๆ เป็นต้น

อันที่จริง Multi-Factor Authentication นี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดที่เราจะใช้หลักฐานหลายๆ อย่างมาใช้ในการยืนยันตัวตนพร้อมๆ กันเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือขึ้น แต่ในงาน Aruba APAC Atmosphere 2016 ได้ชี้ถึงประเด็นความยุ่งยากที่เกิดขึ้นในการใช้งาน OTP ที่ผู้ใช้งานนั้นจะต้องมีการพกอุปกรณ์หลายชิ้นไปใช้งาน หรือยังคงต้องเสียเวลาในการยืนยันตัวตนด้วยการพิมพ์รหัสผ่านและส่งหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมเข้าไป ซึ่งขัดกับการออกแบบ User Experience (UX) ที่ดีในการใช้งาน

 

Passwordless Multi-Factor Authentication: ยืนยันตัวตนด้วยหลายหลักฐานโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่านอีกต่อไป

แนวคิดที่ถูกนำเสนอขึ้นมาใหม่นั้นก็คือการยืนยันตัวตนแบบ Multi-Factor Authentication โดยไม่มีการใช้ Password อีกต่อไปนั่นเอง เพื่อให้การยืนยันตัวตนนั้นเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วสูงสุดในขณะที่ยังคงมีความปลอดภัยในระดับที่รับได้สำหรับองค์กร ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ค่อนข้างชัดเจนก็คือความเรียบง่ายในการ Login เข้าใช้งานอุปกรณ์ Apple iOS นั่นเอง

Kasada เป็นหนึ่งในผู้ที่พัฒนาเทคโนโลยี Passwordless MFA เพื่อใช้งานในระดับองค์กร โดยมุมมองของ Kasada นั้นคือการใช้ Smartphone เป็นหนึ่งใน Factor ของการยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน และจึงให้ผู้ใช้งานเลือกได้ว่าจะใช้ภาพถ่ายที่ตนเองเคยเลือกเอาไว้เป็นอีกหลักฐานในการยืนยันตัวตนอีกชิ้นหนึ่ง หรือจะใช้ลายนิ้วมือแทนก็ได้เช่นกัน ด้วยวิธีการเหล่านี้ผู้ใช้งานนั้นก็ไม่ต้องกรอก Password ก่อนยืนยันตัวตนอีกต่อไป และไม่ต้องพกพาอุปกรณ์เสริมใดๆ นอกจาก Smartphone ที่ปกติก็พกติดตัวไปใช้งานกันอยู่แล้ว

การทำ Passwordless MFA นี้ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกด้วยว่า ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน องค์กรสามารถเลือกให้การยืนยันตัวตนมีความปลอดภัยรัดกุมด้วยการเรียกถามหลักฐานที่มากขึ้นเป็นกรณีๆ ไปได้ ตัวอย่างเช่นหากเป็นการใช้งานทั่วๆ ไปภายในองค์กร การใช้หลักฐานเพียงชิ้นเดียวก็อาจเพียงพอเพราะคนแปลกหน้าไม่สามารถเข้าถึงภายในสถานที่ขององค์กรได้อยู่แล้ว แต่หากเป็นห้องประชุมที่อาจมีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมใช้งานด้วย ก็อาจต้องใช้หลักฐาน 2 ชิ้น ในขณะที่การยืนยันตัวตนเพื่อเชื่อมต่อ VPN เข้ามาจากต่างประเทศนั้นก็อาจต้องใช้หลักฐานที่แน่นหนาถึง 3 ชิ้น เป็นต้น

hpe_aruba_kasada_01

แนวทางนี้ค่อนข้างน่าสนใจเพราะเป็นการยกการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานเอาไปไว้บน Cloud ด้วยส่วนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันวิธีการนี้ก็มีข้อจำกัดในแง่ของการที่ผู้ใช้งานต้องติดตั้ง Mobile Application ล่วงหน้าและต้องสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายสาธารณะเพื่อยืนยันตัวตนกับระบบ Cloud ให้ได้เสมอๆ ซึ่งก็อาจกลายเป็นข้อจำกัดในหลายๆ สถานการณ์ แต่ด้วยโลกเราที่เปลี่ยนไปใช้ทุกอย่างเป็น Cloud อย่างในทุกวันนี้ภาพเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นเรื่องปกติได้ในเวลาอีกไม่นานเช่นกัน

HPE Aruba นั้นได้จับมือกับ Kasada ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการทำ Passwordless MFA โดยเฉพาะ และนำระบบนี้เข้ามา Integrate กับการยืนยันตัวตนในการเข้าใช้งานระบบเครือข่ายผ่าน Network Access Control (NAC) อย่าง Aruba ClearPass ทำให้การยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งานระบบเครือข่ายทั้งแบบมีสายและไร้สายนั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://kasada.io/products/auth/ นะครับ น่าสนใจดีเหมือนกัน

 

Biometrics: ใช้ตัวตนของเรายืนยันตัวเอง

อีกแนวทางหนึ่งของการยืนยันตัวตนในอนาคตนั้นก็คือการใช้ Biometrics หรือหลักฐานต่างๆ จากร่างกายของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า, เสียง, ลายนิ้วมือ หรืออื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นมาในอนาคตเพื่อการยืนยันตัวตนเป็นหลัก โดยเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนด้วย Biometrics และการจัดเก็บข้อมูลสำหรับใช้สอบเทียบการยืนยันตัวตนนั้นก็มีความปลอดภัยสูงขึ้นทุกวัน ดังนั้น Biometrics จึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

hpe_aruba_goverifyid_01

GoVerifyID นั้นเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาเทคโนโลยี Biometrics Authentication ที่ทำงานอยู่บนระบบ Cloud เป็นหลัก และสามารถ Integrate ระบบเข้ากับ HPE Aruba ได้เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนก่อนเข้าเครือข่าย โดยผู้ใช้งานนั้นจะต้องติดตั้ง Mobile Application เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน และทำการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า, เสียง, ลายนิ้วมือ, ม่านตา, รูปทรงของมือ, รูปทรงใบหู, SMT (Scars/Marks/Tattoos) และทางเลือกอื่นๆ ของการใช้ Biometrics เพื่อเข้าใช้งานเครือข่ายนั่นเอง ผู้ที่สนใจสามารถลองเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://goverifyid.com/ ครับ

 

ก็ขอจบการสรุปเนื้อหาเพียงเท่านี้ครับ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทีมงาน HPE Aruba ที่ให้โอกาสไปร่วมงานในครั้งนี้ถึงที่สิงคโปร์ด้วยครับผม

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ