MIT ใช้ Machine learning ช่วยค้นหาบั๊ก ได้ผลดีกว่าระบบแบบเดิมถึง 10 เท่า

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

ระบบค้นหาและแก้ไขบั๊กโดยใช้ Machine Learning ที่พัฒนาโดยนักศึกษาจาก MIT ในครั้งนี้ มีชื่อว่า Prophet ซึ่งได้มีการเปิดเผยเป็นครั้งแรกในงานสัมนาวิชาการเกี่ยวกับ Principles of Programing Languages โดยให้ผลดีกว่าระบบก่อนๆถึง 10 เท่า

Prophet จะทำการเรียนรู้โดยอัตโนมัติจาก Patch ที่ถูกปล่อยออกมาโดยนักพัฒนา ซึ่งการเรียนรู้แบบอัตโนมัติในครั้งนี้ใช้ตัวอย่าง Patch จาก Open Source หลายๆตัว เช่น apr, curl, httpd, libtiff, python, subversion, และ wireshark เพื่อศึกษาถึงลักษณะความเป็นไปได้ของบั๊ก และเพื่อหาตัวอย่างของโค้ดที่ถูกต้อง

หลังจากนั้นได้มีการทดลองนำไปใช้หาบั๊กจริงๆในแอพพลิเคชัน Open Source ที่อยู่บน GitHub ทั้งหมด 8 ตัว คือ libtiff, lighttpd, the PHP interpreter, gmp, gzip, python, wireshark, และ fbc ผลที่ได้คือ Prophet สามารถค้นหาและแก้บั๊กได้สำเร็จทั้งหมด 777 จุดด้วยกัน ซึ่งมีการทดสอบเปรียบเทียบกับหลายๆระบบที่ใกล้เคียงกัน เช่น GenProg ของมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (University of Virginia) โดย Prophet ให้ผลที่แม่นยำกว่าถึง 10 เท่า

สำหรับวิธีการนี้จะช่วยลดเวลาในการตรวจสอบโค้ดของโปรแกรมลงไปได้ โดยสามารถบ่งบอกได้ว่าจุดไหนน่าจะเป็นบั๊ก ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่จะส่งโค้ดขึ้นไปในช่วงทดสอบ

ผู้ที่สนใจสามารถอ่าน Paper ฉบับเต็มได้ที่ลิ้งนี้ : http://people.csail.mit.edu/fanl/papers/prophet-popl16.pdf

ที่มา : http://news.mit.edu/2016/faster-automatic-bug-repair-code-errors-0129

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

CrowdStrike เข้าซื้อกิจการ Fiddler AI และ Dreadnode เสริมแกร่ง Falcon Platform รับมือความเสี่ยง Autonomous AI Agents

CrowdStrike เข้าซื้อกิจการสตาร์ตอัปด้านความปลอดภัย AI 2 แห่ง ได้แก่ Fiddler AI และ Dreadnode เพื่อเสริมความสามารถด้าน AI Observability และการทดสอบความปลอดภัยอัตโนมัติ ตอบโจทย์องค์กรที่เริ่มนำระบบ …

UOB AI Ready Programme 2026 ถอดบทเรียน SME ไทย: เมื่อความท้าทายไม่ใช่การใช้ AI แต่คือการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ [PR]

AI กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ช่วย” ไปสู่ “แรงงานดิจิทัล” ที่สามารถวิเคราะห์ วางแผน และดำเนินงานบางขั้นตอนได้อย่างอัตโนมัติ แต่สำหรับธุรกิจไทย ความท้าทายในวันนี้ไม่ใช่การตัดสินใจว่าจะใช้ AI หรือไม่ หากเป็นการนำ AI ไปสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้