MIT พัฒนาชิปพิเศษสำหรับทำ Deep Learning ได้เร็วกว่า GPU ปกตินับ 10 เท่า และอาจติดตั้งใช้งานบนโทรศัพท์ได้

กลุ่มนักวิจัยจาก MIT ได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาชิปสำหรับการทำ Deep Learning แบบใหม่ที่ช่วยให้การประมวลผลทางด้าน Neural Networks และการจำแนกประเภทของข้อมูลได้เร็วกว่า GPU นับสิบเท่า และเปิดเผยถึงเทคโนโลยีนี้ในงาน International Solid-State Circuits ใน San Francisco

Credit: ra2studio/ShutterStock
Credit: ra2studio/ShutterStock

เทคโนโลยีนี้มีชื่อว่า Eyeriss โดยในชิปแต่ละชุดนั้นจะมีจำนวน 168 Cores ซึ่งมีหน่วยความจำสำหรับทำหน้าที่เป็น Cache แยกขาดจากกัน และพยายามไม่ให้มีการย้ายข้อมูลระหว่างหน่วยความจำเหล่านี้ ต่างจากชิปอื่นๆ ก่อนหน้านี้ที่ต้องมีการแชร์หน่วยความจำกัน

นอกจากนี้เพื่อลดจำนวนข้อมูลที่ต้องมีการรับส่งในแต่ละครั้ง ก็จะมีวงจรพิเศษที่ทำหน้าที่บีบอัดข้อมูลเหล่านั้นก่อนทำการส่ง และแปลงข้อมูลกลับเมื่อได้รับข้อมูลใดๆ อีกทั้งยังมีวงจรพิเศษที่จะช่วยทำหน้าที่แบ่งโหลดให้กับแต่ละ Core ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

กลุ่มนักวิจัยจาก MIT นี้ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาสำหรับการประมวลผล Neural Networks เท่านั้น แต่ Intel เองก็ได้ทำชิปพิเศษให้กับ Amazon EC2 และ Google ก็ได้ให้ ARM พัฒนาชิปพิเศษให้เช่นกัน เพราะการประมวลผล Deep Learning ให้มีต้นทุนต่ำที่สุดให้ได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ หรือลดปริมาณพลังงานที่ต้องใช้ลงให้ต่ำที่สุดนั้น ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก

Deep Learning เป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบ Object Recognition, Speech หรือ Face Detection ก็ตาม

ที่มา: http://www.theregister.co.uk/2016/02/04/machine_learning_chip_10x_faster/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …