Breaking News

Microsoft เตรียมให้บริการ Microsoft Defender ATP บน Linux ในปี 2020

Microsoft ประกาศเตรียมเปิดให้บริการ Microsoft Defencer Antivirus บนระบบปฏิบัติการ Linux ภายในปี 2020 โดยจะสาธิตการใช้งานจริงภายในงาน Microsoft Ignite Conference ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์นี้

Microsoft ทำการเปลี่ยนชื่อซอฟต์แวร์ Antivirus ของตนจาก Windows Defender ไปเป็น Microsoft Defender เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เปิดให้นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงปลอดภัยนำซอฟต์แวร์ดังกล่าวไปติดตั้งลงบนอุปกรณ์ Mac เพื่อตรวจสอบมัลแวร์ผ่านทางคอนโซล Microsoft Defender

ล่าสุด Rob Lefferts รองประธานฝ่าย M365 Security ของ Microsoft ได้ประกาศเตรียมให้บริการ Microsoft Defender บนระบบปฏิบัติการ Linux ภายในปี 2020 ที่จะถึงนี้ โดยเปิดให้ผู้ใช้ Linux ทุกคนสามารถดาวน์โหลดไปติดตั้งเพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้แก่อุปกรณ์ของตนได้

นอกจากนี้ Lefferts ยังระบุอีกว่า Microsoft เตรียมให้บริการ Application Guard บน Office 365 ด้วยเช่นกัน โดยฟีเจอร์ดังกล่าว ก่อนหน้านี้จะให้บริการเฉพาะ Microsoft Edge เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิด Webpage บน Virtual Machine ที่แยกออกมาต่างหากได้อย่างมั่นคงปลอดภัย แก้ปัญหาเรื่องมัลแวร์ถูกโหลดมาติดตั้ง เช่นเดียวกัน เมื่อผู้ให้เปิดไฟล์เอกสารของแฮ็กเกอร์บน Office 365 และมีการดาวน์โหลดมัลแวร์เข้ามา มัลแวร์จะถูกโหลดและติดตั้งบน Virtual Machine แทน ช่วยเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ Office 365 ไปอีกระดับ

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/microsoft-defender-atp-is-coming-to-linux-in-2020/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] Enterprise Container Management with Google Kubernetes Engine

สำหรับผู้ที่ไม่เข้าฟังบรรยาย Tangerine | Google Webinar เรื่อง “Enterprise Container Management with Google Kubernetes Engine (GKE)” พร้อมสาธิตความสามารถเด็ดของ …

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ Emerging Stronger Series

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก การเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือที่ชัดเจนกับความไม่แน่นอนท่ามกลาง “ความปกติใหม่” ที่เกิดขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่องค์กรตั้งรับในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคต