Microsoft เผยเครื่องมือ ‘Sustainability Calculator’ ประเมินการปล่อยคาร์บอนจาก Azure

Microsoft ได้เผยเครื่องมือใหม่ที่ชื่อว่า ‘Sustainability Calculator’ โดยผู้ใช้งาน Azure จะสามารถตรวจสอบได้ว่าบริการที่เราใช้อยู่นั้นมีการปล่อยคาร์บอน (CO) ออกมามากแค่ไหน

credit : azure.microsoft.com

Microsoft เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มุ่งเน้นใช้พลังงานหมุนเวียน โดยตั้งเป้าว่าปี 2025 ดาต้าเซนเตอร์ของตนจะใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ล่าสุดจึงได้มีการออกเครื่องที่ชื่อ “Microsoft Sustainability Calculator” หรือแอปพลิเคชัน Power BI สำหรับลูกค้าองค์กรบน Azure ที่จะสามารถดูได้ว่าบริการเฉพาะส่วนของตนที่ใช้จริงใช้บน Azure มีอัตราการปล่อยคาร์บอนออกมาแค่ไหน นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบว่าประหยัดพลังงานกว่า On-Premise ได้เท่าไหร่

โดยเครื่องมือนี้ต่อยอดมาจากงาน Whitepaper ที่ชื่อ “The Carbon Benefits of Cloud Computing: a Study of Microsoft Cloud” ที่คำนวณภาพรวมของบริการใน Microsoft และ Energy Grid ที่ให้บริการแก่ดาต้าเซ็นเตอร์ ดังนั้นก็สามารถตีความเทียบเคียงมาเป็นอัตราการใช้งานบริการไปจนถึงพลังงานที่ใช้ในการส่งข้อมูลข้ามอินเทอร์เน็ตด้วย ซึ่งผลลัพธ์ก็จะออกมาเป็น metric tons of carbon equivalent (MTCO2e) สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเครื่องมือได้ที่นี่

ที่มา : https://azure.microsoft.com/en-us/blog/microsoft-sustainability-calculator-helps-enterprises-analyze-the-carbon-emissions-of-their-it-infrastructure/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Kaspersky ค้นพบแคมเปญขนาดใหญ่ครั้งใหม่แพร่กระจายมัลแวร์ผ่าน WhatsApp [PR]

แคมเปญอาชญากรรมไซเบอร์นี้มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ WhatsApp บนเดสก์ท็อปและ WhatsApp Web โดยกระจายไฟล์ VBScript ที่เป็นอันตรายผ่านข้อความส่วนตัวบนแพลตฟอร์ม พบผู้ตกเป็นเหยื่อในหลายประเทศ รวมถึงมาเลเซีย บราซิล สิงคโปร์ ไต้หวัน และเวียดนาม โดยมีจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดในมาเลเซีย …

ทำความรู้จัก IFS ยักษ์ใหญ่ ERP ระดับโลก และ Alphast พันธมิตรผู้พลิกโฉมภาคการผลิตไทยสู่ดิจิทัล

ในยุคที่ความเร็วและข้อมูลคือตัวตัดสินแพ้ชนะในสมรภูมิธุรกิจ ระบบ ERP แบบดั้งเดิมที่ทำหน้าที่เพียงเป็นระบบหลังบ้านเพื่อจัดเก็บข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายในปัจจุบันได้อีกต่อไป องค์กรยุคใหม่ต้องการมากกว่าแค่ที่เก็บข้อมูลบัญชีหรือสต็อกสินค้า