Meg Whitman ประกาศลาออกจากตำแหน่ง CEO ของ HPE ให้ Antonio Neri ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน

Meg Whitman ได้ออกมาประกาศลาออกจากตำแหน่ง CEO แห่ง HPE อย่างเป็นทางการแล้วในการแถลงผลประกอบการประจำไตรมาสของ HPE โดยผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งแทนก็คือ Antonio Neri วิศวกรวัย 50 ปีแห่ง HPE

Credit: Wikipedia

 

ข่าวนี้ทำให้หุ้นของ HPE ตกลงไปถึง 6% เลยทีเดียว อย่างไรก็ดี Meg Whitman ได้แสดงความเห็นเอาไว้ว่า เธอเชื่อว่าผู้นำคนต่อไปของ HPE นั้นควรจะเป็นบุคลากรภายในองค์กร ไม่ได้จ้างมาจากภายนอก ซึ่ง Antonio Neri นี้ก็คือผู้นำแบบที่เธอคาดหวังเอาไว้ โดยเธอยังเชื่ออีกว่า CEO คนถัดไปของ HPE อย่าง Antonio Neri นี้ควรจะต้องเป็นคนสายเทคโนโลยีที่รู้เรื่องเชิงลึกเป็นอย่างดีอีกด้วย

ทั้งนี้ Meg Whitman จะยังคงทำงานกับ HPE ไปจนถึงปี 2018 และ Antonio Neri จะเข้ารับตำแหน่ง CEO ต่อจาก Meg Whitman อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2018 ส่วนตำแหน่งประธานของ HPE นั้นยังคงว่างอยู่

Meg Whitman เข้ามาทำงานที่ HP ตั้งแต่ปี 2011 และมีบทบาทเป็นอย่างมากในการปรับโครงสร้างบริษัท รวมถึงการแยกธุรกิจ HP และ HPE ออกจากกัน อีกทั้งในยุคสมัยของ Meg Whitman นี้ก็เกิดดีลสำคัญของ HPE มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อกิจการของ Aruba Networks, SGI, SimpliVity และ Nimble Storage อีกทั้งยังเพิ่มงบประมาณด้าน R&D รวมถึงยังมีการเริ่มพัฒนาหน่วยประมวลผลเฉพาะทาง และการสร้างสถาปัตยกรรมการประมวลผลใหม่ๆ ด้วย

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า Meg Whitman จะก้าวไปสู่วงการใดต่อไปหลังจากนี้

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/11/21/hpe_meg_whitman/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Ericsson ประสบความสำเร็จ ทดสอบ 5G ที่ความเร็ว 23.4Gbps

Ericsson ได้ออกมาประกาศถึงความสำเร็จในการทดสอบความเร็วของเทคโนโลยี 5G ร่วมกับ Telecom Italia (TIM) ได้ความเร็วในการ Download ที่สูงถึง 23.4Gbps

Andrew Ng ชี้ สมรภูมิถัดไปของ AI คือธุรกิจโรงงานและการผลิต

Andrew Ng ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI ที่เคยเป็นผู้สร้างโครงการ Google Brain และเคยดำรงตำแหน่งผู้นำเทคโนโลยี AI แห่ง Baidu ได้ออกมาเผยถึงวิสัยทัศน์ว่าสมรภูมิถัดไปของการพัฒนา AI ในความคิดของเขานั้นอยู่ที่ภาคธุรกิจโรงงานและการผลิตเป็นหลัก