Meg Whitman ลงจากตำแหน่ง Chairman ของ HP แต่ยังเป็น CEO ให้ HPE หลังมีข่าวว่าเป็นตัวเต็ง CEO Uber

Meg Whitman ได้ลงจากตำแหน่ง Chairman แห่งบอร์ดของ HP Inc. แล้ว และจะยังคงดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง HPE ต่อไป ท่ามกลางข่าวลือว่า Meg Whitman คือหนึ่งในตัวเต็งที่จะได้ไปเป็น CEO แห่ง Uber ในอนาคต

Credit: Wikipedia

 

เพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสน HP นั้นแยกบริษัทออกเป็น HP สำหรับสินค้าฝั่ง Notebook, PC, Printer และ HPE สำหรับสินค้าฝั่ง Data Center และ Enterprise Networking ซึ่งที่ผ่านมา Meg Whitman ได้ดำรงตำแหน่งเป็น Chairman ของ HP และเป็น CEO ของ HPE โดยการลงจากตำแหน่ง Chairman ของ HP ในครั้งนี้ Chip Bergh ประธานและ CEO แห่ง Levi Strauss & Co. จะมารับตำแหน่งนี้ต่อไปแทน

ประกาศครั้งนี้เกิดขึ้น 1 วันหลังจากที่ Bloomberg ได้รายงานว่า Meg Whitman อยู่ในรายชื่อตัวเต็ง CEO คนถัดไปของ Uber พอดี ทำให้หลายสำนักข่าวนำประเด็นนี้มานำเสนอกันไม่น้อย แต่เรื่องนี้จริงๆ ก็อาจไม่ได้เป็นประเด็นอะไร เพราะในเดือนพฤษภาคม 2017 ที่ผ่านมา Meg Whitman ก็ลงจากตำแหน่งบอร์ดของ Survey Monkey มาแล้วครั้งหนึ่ง

Meg Whitman ได้แถลงในประกาศของ HP ว่าปัจจุบันนี้ HP กลายเป็นบริษัทดำเนินการอิสระมาได้เกือบ 2 ปีแล้ว และเธอภูมิใจมากที่ได้มีส่วนร่วมให้ HP ได้เริ่มต้นครั้งใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเธอเองก็มั่นใจว่าหลังจากนี้ Dion Weisler ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง HP ร่วมกับ Chip Bergh ก็จะชี้นำองค์กรไปในทิศทางที่ถูกต้องได้อย่างแน่นอน

 

ที่มา: http://www.businessinsider.com/hpe-ceo-meg-whitman-steps-down-from-hewlett-packard-board-2017-7


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better โดย Cloudflare APAC

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better” เพื่อรู้จักกับแนวคิดและการทำงานของ HTTP/3 …

Microsoft เผย 3 เทคนิค Phishing อันแนบเนียนที่ควรพึงระวัง

Microsoft ได้ออกรายงานแนวโน้มภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ระบุว่า Phishing เป็นหนึ่งใในไม่กี่รูปแบบการโจมตีที่ยังคงพบบ่อยมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่ Ransomware, Crypto-mining และมัลแวร์รูปแบบอื่นๆ เริ่มพบน้อยลง