LinkedIn กลายเป็นแบรนด์ที่ถูกปลอมตัวมากที่สุดสำหรับการโจมตีแบบฟิชชิง

LinkedIn ได้รับการแจ้งเตือนจากนักวิจัยด้านความปลอดภัยโดย Check Point Research (CPR) ถึงการแอบอ้างปลอมตัวตนเสมือนจริงเป็น LinkedIn เพื่อใช้ในการโจมตีแบบฟิชชิง
จากข้อมูลรายงานสถิติ LinkedIn กลายเป็นแบรนด์ที่มีการหลอกลวงมากที่สุดในการโจมตีแบบฟิชชิง คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 52% ของความพยายามทั้งหมดทั่วโลก ข้อมูลเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565
 
เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังไปเมื่อช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ตัวเลขจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่มีการจัดอันดับ LinkedIn รั้งอยู่แค่ในอันดับที่ 5 เท่านั้น ผ่านไปแค่ไตรมาสเดียวเท่านั้น สถิติกลับพุ่งเพิ่มขึ้นถึง 44% ส่งผลให้ LinkedIn ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 ของไตรมาสแรกของปี 2565 อย่างรวดเร็ว
 
จัด 10 อันดับยอดนิยมได้ดังนี้
อันดับ 1 คือ LinkedIn สัดส่วน 52%
อันดับ 2 คือ DHL สัดส่วน 14%
อันดับ 3 คือ Google สัดส่วน 7%
อันดับ 4 คือ Microsoft สัดส่วน 6%
อันดับ 5 คือ FedEx สัดส่วน 6%
อันดับ 6 คือ WhatsApp สัดส่วน 4%
อันดับ 7 คือ Amazon สัดส่วน 2%
อันดับ 8 คือ Maersk สัดส่วน 1%
อันดับ 9 คือ Ali Express สัดส่วน 0.8%
อันดับ 10 คือ Apple สัดส่วน 0.8%
Credit : Check Point
จากข้อมูลการจัดอันดับข้างต้น มีแบรนด์หมวดหมู่ธุรกิจด้านการขนส่งหลุดเข้ามาจำนวนมากที่สุดถึง 4 บริษัท DHL, FedEx, Maersk และ Ali Express แต่เมื่อคิดสัดส่วนรวมกันจะอยู่ที่ 21.8% ก็ยังเป็นอันสองรองจาก LinkedIn อยู่ดี
 
ตัวอย่างรูปแบบการแอบอ้างเป็น LinkedIn ของผู้ไม่หวังดีนั้น จะใช้วิธีการส่งอีเมลฟิชชิงที่มีโลโก้ของ LinkedIn ไปยังเป้าหมาย พร้อมข้อความเชิญชวนคำขอเชื่อมต่อกับข้อมูลขององค์กร
 
การคลิกไปที่ปุ่ม “ยอมรับ” จะนำพาเหยื่อที่หลงกลไปยังเว็บไซต์ฟิชชิงที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับหน้าต่างการเข้าสู่ระบบของ LinkedIn ซึ่งจริงๆ แล้วชื่อของโฮสต์ URL ที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมานั้นไม่ใช่ของจริง เช่น carriermasr.com/public/linkedin.com/linkedin.com/login.php
Credit : Check Point
LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เชื่อมต่อข้อมูลพนักงานและองค์กรเข้าด้วยกัน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้ไม่หวังดีจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษจนดันเรทติ้งให้ LinkedIn ทะยานขึ้นเป็นผู้นำบนหัวตารางที่มีคะแนนความนิยมมากเกินกว่าครึ่ง
 
การป้องกันภัยคุกคามฟิชชิ่งที่ดีที่สุด คือ ความรู้ ช่างสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พนักงานบริษัทควรได้รับการฝึกอบรมให้รู้เท่าทันเพื่อตรวจสอบความผิดปกติที่น่าสงสัย การสังเกตชื่อโดเมนที่อาจจะสะกดผิดไปจากชื่อที่แท้จริง หรือข้อมูลของวันที่ที่อาจจะไม่ถูกต้อง และรายละเอียดอื่นๆ ที่อาจเปิดเผยอีเมลหรือข้อมูลที่อาจเป็นอันตราย
 
ที่มา :
 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Broadcom เปิดตัว VMware vSphere Express สำหรับองค์กรขนาดเล็ก พร้อมอัปเดต VCF ด้าน Private AI

Broadcom เปิดตัว VMware vSphere Express ชุด virtualization พื้นฐานสำหรับองค์กรที่มีสภาพแวดล้อมขนาดเล็ก เปิดให้ใช้งานได้ทันทีทุกภูมิภาค พร้อมอัปเดต VMware Cloud Foundation (VCF) ด้าน …

Meta เข้าซื้อกิจการ Conductor สตาร์ทอัพ AI Coding ที่ให้ Agent หลายตัวทำงานคู่ขนานกัน

Meta เข้าซื้อกิจการ Conductor สตาร์ทอัพด้าน AI coding ที่ให้ผู้ใช้งานสร้างโปรเจกต์ซอฟต์แวร์ด้วยการ deploy Agent หลายตัวให้ทำงานคู่ขนานกันใน workspace ที่แยกจากกัน โดย Meta ไม่เปิดเผยรายละเอียดของดีล