SUSE by Ingram

ผลการใช้งานจริงชี้ Li-Fi เร็วกว่า Wi-Fi ในปัจจุบันถึง 100 เท่า

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการพิสูจน์ Li-Fi หรือระบบ Wi-Fi ที่รับส่งข้อมูลผ่านทางหลอดไฟ LED ในการทดลองใช้งานจริงแล้ว พบว่าสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่าเทคโนโลยี Wi-Fi ในปัจจุบันกว่า 100 เท่า โดยสามารถรับส่งข้อมูลขนาด 1 GB ได้ภายในเวลาเพียงแค่วินาทีเดียว

Li-Fi คืออะไร

Li-Fi เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายแบบใหม่ ที่รับส่งข้อมูลผ่านการเปลี่ยนแปลงค่าความสว่างหรือ Amplitude ของแสง แทนที่จะใช้คลื่นสัญญาณวิทยุดังเช่นเทคโนโลยี 802.11ac หรือ 4G ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้มีการทดสอบความเร็วของการใช้ Li-Fi ในห้องแล็บ พบว่าสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 224 Gbps และเมื่อไม่นานมานี้ ศาสตราจารย์ Harald Haas ผู้นำเสนอเทคโนโลยี Li-Fi ก็ได้จัดแสดงระบบต้นแบบขนาดเล็กที่สามารถใช้งานได้จริงผ่านหลอดไฟ LED และแผงเซลล์พลังงานแสดงอาทิตย์ จึงคาดว่าเทคโนโลยี Li-Fi นี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนโฉมหน้าของการใช้งานเทคโนโลยีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ตามบ้าน Gadget ที่ใช้งานกันทั่วไป และอุปกรณ์ Internet of Things

ผลการใช้งานจริงชี้ Li-Fi เร็วกว่า Wi-Fi ถึง 100 เท่า

Velmenni บริษัท Startup ชาวเอสโตเนีย ได้นำเทคโนโลยี Li-Fi มาทดลองติดตั้ง ใช้งานจริงเป็นครั้งแรกในออฟฟิสที่เมืองทาลลินน์ (เมืองหลวงของเอสโตเนีย) โดยทำการติดตั้งระบบไฟ LED อัจฉริยะที่เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับส่งข้อมูลผ่านแสง ผลลัพธ์ที่ได้ คือ พนักกงานในออฟฟิสสามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงถึง 1 GB ต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าการใช้งาน Wi-Fi ในปัจจุบันถึง 100 เท่า

li-fi_diagram

นอกจากนี้ จากการที่ Li-Fi ส่งสัญญาณผ่านแสงซึ่งไม่สามารถทะลุกำแพงได้ จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากการถูกดักฟังสัญญาณมากกว่าการใช้ Wi-Fi ที่ส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุ รวมทั้งยังเกิดการกวนกันของสัญญาณต่ำ แต่ก็ต้องแลกกับระยะทางที่สั้นลง และแหล่งกำเนิดสัญญาณ (หลอด LED) ที่ต้องมีจำนวนมากขึ้นนั่นเอง

ที่มา: http://thehackernews.com/2015/11/li-fi-wireless-internet-technology.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Microsoft เผยความสามารถที่จะเพิ่มเข้ามาใน Windows Server 2022

ในงาน Microsoft Ignite 2021 ทาง Microsoft ได้ออกมาเผยถึงความสามารถที่จะเพิ่มเข้ามาใน Windows Server 2022 ซึ่งจะเป็น Windows Server Long Term Servicing Channel (LTSC) รุ่นใหม่ถัดจาก Windows Server 2019 โดยจะมีความสามารถใหม่ๆ ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

[Guest Post] ทําไมแค่ XDR ถึงไม่เพียงพอ

หนึ่งในแนวทางการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ล่าสุดคือการขยายการตรวจจับและการตอบสนองหรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า Extended Detection and Response(XDR) ที่เป็นการเพิ่มความสามารถหลักด้านต่างๆให้กับการรักษาความปลอดภัยจากไซเบอร์  ซึ่งทาง Gartner เองนั้นได้ให้นิยามของ XDR ว่า “… แพลตฟอร์มการตรวจจับและตอบสนองเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยแบบรวม ที่สามารถรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลจากคอมโพเนนต์ความปลอดภัยที่หลากหลายรายได้โดยอัตโนมัติ” ฟังดูแล้วคล้ายกับระบบ …