[PR] แอลจีส่งหุ่นยนต์อัจฉริยะยึดพื้นที่ในสนามบินนานาชาติอินชอน เกาหลีใต้ มอบบริการอันเหนือชั้นแก่นักเดินทางสู่เกาหลี

กรุงโซล, 27 กรกฎาคม 2560 – เพื่อร่วมเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีใต้ แอลจี อีเลคทรอนิคส์  (แอลจี) เปิดตัวหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สนามบินนานาชาติอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจะให้บริการแก่นักเดินทางจำนวนราว 57 ล้านคนจากทั่วโลกที่เดินทางมาเยือนเกาหลีใต้ในแต่ละปี โดยตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา แอลจีได้ทดลองให้บริการ Airport Guide Robots หุ่นยนต์นำทางอัจฉริยะและ Airport Cleaning Robots หุ่นยนต์ทำความสะอาดภายในสนามบิน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดินทางเข้าและออกจากประเทศเกาหลีใต้ หุ่นยนต์นำทางจะเคลื่อนที่ไปทั่วสนามบิน เพื่อให้ข้อมูลที่สำคัญต่างๆ แก่ผู้โดยสาร สำหรับหุ่นยนต์ทำความสะอาดนั้นจะคอยสอดส่องดูแลความสะอาดทั่วพื้นที่สนามบิน

หุ่นยนต์นำทางในสนามบินได้รับการยกระดับด้วยระบบจดจำเสียงของแอลจี สามารถเข้าใจและสื่อสารได้ถึง 4 ภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาเกาหลี อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภาษาที่มีการใช้งานมากที่สุด ณ สนามบินอินชอน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารผ่านเสียงพูดได้ หุ่นยนต์ดังกล่าวยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบส่วนกลางของสนามบิน เพื่อแสดงข้อมูลของเที่ยวบินต่างๆ ตำแหน่งของร้านอาหาร ร้านค้า และอื่นๆ อีกมากมาย เพียงแค่สแกนบัตรที่นั่ง หุ่นยนต์นำทางสามารถพาผู้โดยสารที่เดินทางมาสายหรือหลงทางไปสู่ประตูทางเข้าเครื่องบินที่ถูกต้องได้ทันเวลา

สำหรับหุ่นยนต์ทำความสะอาดของสนามบินนั้น ได้รวบรวมประสิทธิภาพการทำความสะอาดอันทรงพลังของเครื่องดูดฝุ่นแอลจี HOM-BOT, ระบบนำทางที่ทำงานอย่างอิสระ และความสามารถในการหลบหลีกวัตถุต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ในส่วนของพื้นที่ร้านค้าและพื้นที่สาธารณะ หุ่นยนต์ตัวนี้ยังสามารถตรวจจับพื้นที่ที่ต้องการการทำความสะอาดบ่อยครั้งที่สุด จัดเก็บข้อมูลตำแหน่งของพื้นที่นั้นๆ ไว้ในฐานข้อมูล และคำนวณหารูปแบบการเคลื่อนที่ไปยังจุดดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดอีกด้วย

ด้วยหุ่นยนต์สนามบินอัจฉริยะเหล่านี้ แอลจีแสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มในการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนขับเคลื่อนสู่การเติบโตในอนาคต ปัจจุบัน ธุรกิจหุ่นยนต์ของแอลจีแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ หุ่นยนต์ภายในบ้านของแอลจี ได้แก่ เครื่องดูดฝุ่น HOM-BOT และหุ่นยนต์ผู้ช่วยในบ้านใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า Hub Robot ส่วนที่สองคือธุรกิจหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ของแอลจีซึ่งประกอบด้วยหุ่นยนต์ที่ออกแบบสำหรับบริการต่างๆ ในพื้นที่สาธารณะโดยเฉพาะ อาทิ สนามบิน  โรงแรม และธนาคาร

###

เกี่ยวกับ แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ในประเทศไทย

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประเทศไทย (จำกัด) หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าโทรศัพท์มือถือ และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านภายใต้แบรนด์ แอลจี โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวขึ้นสู่ความเป็นแบรนด์ชั้นนำของเมืองไทยที่จะเติมเต็มชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยด้วยนวัตกรรมระดับโลก โดยในประเทศไทยนั้น ประกอบไปด้วย 4 หน่วยธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ธุรกิจเครื่องปรับอากาศและโซลูชั่นด้านพลังงาน แอลจีเป็นผู้นำด้านการผลิตทีวีจอแบน อุปกรณ์ภาพและเสียง อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และตู้เย็นที่มีคุณภาพระดับโลก นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยีและคุณภาพที่วางใจได้แล้ว แอลจียังมุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ผ่านกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบที่น่าสนใจและหลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับสโลแกน “Life’s Good”

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับแอลจีได้ที่ www.LGnewsroom.com และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอลจี ประเทศไทย ได้ที่ www.lg.com/th


About TechTalkThai PR 2

Check Also

Stars Microelectronics พลิกกลับมากำไรด้วยกลยุทธ์การบริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาด กับการใช้ SAP จาก NTT DATA Business Solutions Thailand เพื่อวางรากฐานด้านการเงินอย่างมั่นคง

โจทย์สำคัญของธุรกิจโรงงานและการผลิตในไทยและทั่วโลกนั้นโดยมากมักจะหนีไม่พ้นเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุน ที่หากทำได้อย่างประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะสามารถพลิกสถานะของธุรกิจและสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้นได้อย่างทันที ซึ่ง Stars Microelectronics นั้นก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจโรงงานอุปกรณ์และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่สามารถพลิกธุรกิจให้กลับมามีกำไรได้ในระยะเวลาอันสั้น ด้วยการเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการบริหารต้นทุน

[Press Release] ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าร่วมกับ ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ เพื่อขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกล

ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) จะผลิตพลังงานของตนเอง และจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจยุคดิจิทัล และนำพลังงานหมุนเวียนมาสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย