[PR] K2 แต่งตั้งรองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

กรุงเทพฯ – 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 K2 บริษัทซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นธุรกิจเจ้าของรางวัลมากมาย ประกาศแต่งตั้ง มร. ตัน กวาง เมง ( เคเอ็ม ) เข้าดำรงตำแหน่ง รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำพันธกิจของบริษัทต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งเป็นตลาดหลักเชิงกลยุทธ์ในการขยายตัวระดับโลกของบริษัท

k2-tan-kwang-meng
มร. ตัน กวาง เมง

บทบาทของเคเอ็มในตำแหน่งรองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกที่ K2 ประกอบด้วยความรับผิดชอบในการสร้างการเติบโตเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขยายส่วนแบ่งตลาด พัฒนาความพึงพอใจของลูกค้าต่อโซลูชั่นของ K2 เคเอ็มสั่งสมประสบการณ์ด้านระบบเครือข่าย และความเข้าใจลึกซึ้งในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ และการบริหารจัดการธุรกิจมามากกว่า 20 ปี

เคเอ็มกล่าวในการรับตำแหน่งนี้ว่า “K2 เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมที่มีพลวัตสูง มีการเติบโตและวิวัฒนาการอย่างไม่หยุดยั้ง อีกทั้งมีโอกาสทางการตลาดมากมายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้เห็น K2 ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการด้วยโซลูชั่นพอร์ตโฟลิโอที่มีความทันสมัยและครบถ้วน เหมาะต่อการปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งผมแน่ใจว่าด้วยการสนับสนุนของทีมงานในเอเชียแปซิฟิก เราจะเติบโตและก้าวไปข้างหน้าในอนาคตที่จะมาถึงนี้อย่างแน่นอน”

ซีอีโอของ K2 คุณอาเดรียน แวน วิค กล่าวว่า “เอเชีย แปซิฟิกยังครองความเป็นภูมิภาคหลักสำคัญของ K2 จากที่ได้เห็นบริษัทธุรกิจที่ยอมรับการทำออโตเมชั่นกระบวนการดำเนินธุรกิจของตน เพื่อเร่งสร้างสมรรถนะในการปฏิบัติงานเชิงธุรกิจ เสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานประจำวัน จากประสบการณ์และความเข้าใจในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของภูมิภาค รวมทั้งประวัติความสำเร็จที่ผ่านมาในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ของเคเอ็ม จะได้นำความสำเร็จมาสู่ K2 เราตื่นเต้นที่จะได้ยกระดับธุรกิจเอเชีย แปซิฟิกของเราให้รุ่งโรจน์ยิ่งขึ้นไปภายใต้การบริหารงานของเคเอ็ม”

ก่อนเข้ารับตำแหน่งนี้ คุณเคเอ็มเคยดำรงตำแหน่งรองประธานและผู้จัดการทั่วไปในเขตพื้นที่ประเทศจีน ให้แก่ ซีเอเทคโนโลยี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเกียรตินิยมสาขาคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยโมนาช และได้เริ่มงานกับฮิวเล็ตแพคการ์ดในตำแหน่งวิศวกรระบบเป็นที่แรก จากนั้นได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานในระดับผู้บริหารมาโดยตลอด อาทิ บริหารงานทั่วไปและงานขายที่ สิงคโปร์คอมพิวเตอร์ซิสเต็มส์ ออโตเดสก์ และซันไมโครซิสเต็มส์

 

เกี่ยวกับ K2

K2 ซอฟต์แวร์ช่วยให้ผู้คนทำงานได้อย่างชาญฉลาดขึ้น และได้ผลสำเร็จเร็วขึ้น บนแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจที่ใช้โค้ดน้อยมาก จนถึงไม่ต้องใช้โค้ดเลย และโซลูชั่นที่ไม่ยึดติดกับบทบาทหน้าที่ แผนกส่วนงาน และแหล่งข้อมูล จึงทำให้บริษัทองค์กรธุรกิจสามารถทำการผนวกรวบรวม ตั้งค่าและปรับเปลี่ยนระบบปัจจุบันที่ใช้งานอยู่ได้ โดย K2 เปิดโอกาสให้ธุรกิจมีความคล่องตัวมาขึ้น ในขณะที่ลดความยุ่งยากซับซ้อนของกระบวนการและเวิร์คโฟลต่าง ๆ ลง การใช้ K2 ในองค์กรช่วยลดความซับซ้อนของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมลงโดยสิ้นเชิง และแทนที่ด้วยเครื่องมือช่วยในการทำงานที่ใช้งานง่ายในแบบวิช่วล ทูลส์

ซอร์สโค้ด เทคโนโลยี่ส์ อิงค์ ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2543 – เป็นผู้ที่พัฒนา K2 ขึ้น – มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองแบลล์วิว รัฐวอชิงตัน มีผู้ใช้งานทั้งหมดมากกว่า 1.5 ล้านคนใน 80 ประเทศ ที่ล้วนเป็นบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 และตลาดขนาดกลาง สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ K2 ได้ที่ www.k2.com


About TechTalkThai_PR

Check Also

[Guest Post] ฟูจิตสึเปิดตัวแบรนด์ธุรกิจใหม่ Fujitsu Uvance มุ่งแก้ปัญหาสังคม ด้วยนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน

โตเกียว, –  ฟูจิตสึได้เปิดตัวแบรนด์ธุรกิจระดับโลกใหม่ล่าสุด Fujitsu Uvance ซึ่งจะนำเสนอโซลูชั่นด้านทรานส์ฟอร์เมชั่นเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน  Fujitsu Uvance จะใช้ประโยชน์จากความสามารถด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหาของฟูจิตสึใน 7 ด้านที่สำคัญ เพื่อมอบคุณประโยชน์ที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด นั่นคือ “การทำให้โลกมีความยั่งยืนมากขึ้นด้วยการสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมโดยอาศัยนวัตกรรม”

‘ไอบีเอ็ม’ โชว์ล้ำเครื่องมือ AI ให้ข้อมูลอัจฉริยะเชิงลึกด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยองค์กรตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนและปัญหาสภาพภูมิอากาศ

กรุงเทพฯ​ ประเทศไทย – 12 ต.ค. 2564: วันนี้ ไอบีเอ็ม (NYSE:IBM) ได้ประกาศเปิดตัวชุดเครื่องมือที่ให้ข้อมูลอัจฉริยะเชิงลึกด้านสิ่งแวดล้อม ที่ใช้ความสามารพของ AI ในการช่วยให้องค์กรเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านอากาศและสภาพภูมิอากาศที่อาจดิสรัปท์ธุรกิจ พร้อมสามารถประเมินผลกระทบที่องค์กรสร้างขึ้นต่อโลกได้ง่ายขึ้น และลดความซับซ้อนในการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่กำกับดูแลและการจัดทำรายงานที่เกี่ยวข้อง