ชวนทำบุญฉบับคน IT! ร่วมประมวลผลงานวิจัยทางการแพทย์กับ World Community Grid

สำหรับชาว IT ที่มีฝันอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมผลักดันโลกนี้ให้ดีขึ้น ช่วยชีวิตคนจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้มากขึ้น ทางทีมงาน TechTalkThai ขอแนะนำให้รู้จักกับโครงการ World Community Grid ที่จะนำ CPU และ GPU ในส่วนที่เราไม่ได้ใช้งานไปช่วยประมวลผลงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์กันครับ

 

รู้จัก World Community Grid กันก่อน

Credit: World Community Grid

 

World Community Grid เป็นโครงการหนึ่งของทาง IBM ที่นำเทคโนโลยี Grid Computing มาใช้เพื่อเปลี่ยนให้เครื่อง PC/Desktop ที่บ้านหรือที่ทำงาน สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Grid Computing ขนาดใหญ่สำหรับใช้วิจัยทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ เพื่อให้เหล่ามหาวิทยาลัยทั่วโลกหรือองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรได้นำไปใช้ในงานวิจัยที่ต้องการพลังการประมวลผลสูง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

โครงการนี้ถูกก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2004 โดยปัจจุบันมีอาสาสมัครผู้เข้าร่วมโครงการแล้วเกินกว่า 650,000 รายและกว่า 460 องค์กรทั่วโลกคอยบริจาคพลังประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์และ Smartphone ให้เหล่านักวิจัยนำไปใช้กันได้ฟรีๆ

ตัว Software ของ World Community Grid นี้จะเป็น Client ขนาดเล็กที่คอยรับโจทย์การประมวลผลจากฝั่ง Server มาคอยประมวลผลเรื่อยๆ โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนดพฤติกรรมการประมวลผลเหล่านี้ได้เองให้ไม่กระทบต่อการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ในการทำงานหรือความบันเทิง รวมถึงยังตั้งค่าให้ทำงานเฉพาะเวลาที่เราเปิดคอมทิ้งไว้แต่ไม่ได้ใช้งานก็ได้เช่นกัน ดังนั้นการติดตั้งใช้งาน World Community Grid เพื่อช่วยประมวลผลนี้ หากทำการตั้งค่าดีๆ ก็จะแทบไม่รู้สึกถึงความต่างที่เกิดขึ้นเลย

 

ตัวอย่างงานวิจัยที่เข้าร่วมกับ World Community Grid

สำหรับตัวอย่างของงานวิจัยที่เราจะได้มีส่วนช่วยวิจัยใน World Community Grid มีดังนี้

 

FightAIDS@Home Phase 2: ร่วมพัฒนายาต้านเอดส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Credit: World Community Grid

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันจะก้าวหน้าและเริ่มมีหนทางในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ในแต่ละปีก็ยังมีผู้ป่วยติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้นมากถึงปีละ 2 ล้านคนและเสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HIV มากถึง 1 ล้านคนในแต่ละปี ทาง World Community Grid จึงได้รับวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับโครงการ FightAIDS@Home เมื่อ 10 ปีก่อนเพื่อให้การรักษามีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น และนำข้อมูลจากครั้งนั้นมาปรับปรุงให้การประมวลผลมีประสิทธิภาพมากขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้นใน Phase 2 นี้

ลองศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ได้ที่ https://www.worldcommunitygrid.org/research/fahb/overview.do

 

Smash Childhood Cancer: ช่วยค้นหาวิธีรักษาโรคมะเร็งในเด็ก

Credit: World Community Grid

ในแต่ละปี มีเด็กทั่วโลกถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งมากถึง 300,000 คน และมีเด็กเสียชีวิตจากโรคมะเร็งถึง 80,000 คนต่อปี ในโครงการนี้จึงเป็นการค้นหาวิธีการรักษามะเร็งในกลุ่ม  neuroblastoma ที่มักพบในเด็กทารกและเด็กอ่อน

ลองศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ได้ที่ https://www.worldcommunitygrid.org/research/scc1/overview.do

 

OpenZika: ค้นหาวิธีการรักษาผู้ป่วยจากไวรัส Zika

Credit: World Community Grid

หลังจากที่ World Health Organization ได้ประกาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2016 ว่าไวรัส Zika นั้นเป็นภัยคุกคามฉุกเฉินต่อมนุษยชาติ ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และพบผู้ป่วยจำนวนมากโดยเฉพาะในเด็ก อีกทั้งยังทำให้เด็กในครรภ์นั้นมีปัญหากับการพัฒนาของสมอง รวมถึงยังส่งผลร้ายอีกมากมายแก่มวลมนุษย์ โครงการนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อพยายามค้นหายาที่จะสามารถรักษาผู้ติดเชื้อไวรัส Zika นี้โดยเฉพาะ

ลองศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ได้ที่ https://www.worldcommunitygrid.org/research/zika/overview.do

 

Help Stop TB: ร่วมรักษาโรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 1.5 ล้านคนในปี 2014

Credit: World Community Grid

Tuberculosis (TB) เป็นหนึ่งในโรคที่ร้ายแรงที่สุดที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนานจากการแพร่ระบาดมาหลายพันปี โดย 1 ใน 3 ของประชากรโลกนี้เป็นพาหะให้แก่แบคทีเรีย TB และในปี 2014 ก็ทำให้ผู้คนต้องเสียชีวิตไปมากถึง 1.5 ล้านคน ทาง World Health Organization ได้ยกระดับให้ TB นั้นมีความรุนแรงในระดับเดียวกับ HIV ในโครงการนี้จึงจะมุ่งเน้นไปที่การ Simulate พฤติกรรมของโมเลกุลภายใน TB เพื่อทำความเข้าใจและค้นหาวิธีป้องกัน TB ให้ได้

ลองศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ได้ที่ https://www.worldcommunitygrid.org/research/hst1/overview.do

 

จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ World Community Grid ได้อย่างไร?

ก่อนอื่นเลยก็ต้องไปสมัคร Account ที่ https://join.worldcommunitygrid.org?recruiterId=765890 กันก่อนครับ เมื่อสมัครเสร็จแล้วและ Login เข้าระบบไปแล้ว ก็ไปให้ทำการโหลดตัว Client ได้ที่ https://www.worldcommunitygrid.org/reg/ms/viewDownloadAgain.do จากนั้นก็ Login เข้าไปด้วยชื่อและรหัสผ่านที่เพิ่งลงทะเบียนไป เท่านี้เราก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Grid แล้ว โดยตัว Client นี้รองรับทั้ง Windows 7/8.1/10, macOS, Linux และก็ Android (ARM) ครับ

จากนั้นที่ต้องทำก็คือ เข้าไปที่หน้า My Projects เพื่อเลือกว่าเราจะช่วยประมวลผลงานวิจัยชิ้นใดบ้างที่ https://www.worldcommunitygrid.org/ms/viewMyProjects.do ครับ จากนั้นก็เข้าไปปรับแต่งค่า Computing Preference ใน Client ที่เราโหลดมาว่าจะตั้งเงื่อนไขในการประมวลผลแบบใด เช่น ประมวลผลหลังจากที่เครื่องของเรา Idle ไปเป็นระยะเวลาที่กำหนด, ประมวลผลตลอดเวลาโดยให้ใช้ CPU/RAM/Disk ไม่เกินค่าที่กำหนดเอาไว้ หรือยังไงก็ตามแต่ อันนี้แล้วแต่แต่ละท่านจะตั้งค่ากันได้เลยครับ ส่วนในมือถือ Android การตั้งค่าก็จะต่างออกไปเล็กน้อย แนะนำให้ตั้งค่า Default ที่จะประมวลผลเฉพาะตอนที่เราชาร์จแบต, ต่อ Wi-Fi และมีแบตเกินกว่า 90% เท่านั้นครับ แบตจะได้ไม่ลดเวลาเราใช้ทำงาน

 

หน้า UI แบบพื้นฐาน ปรับแต่งอะไรไม่ค่อยได้มากนัก

 

หน้า UI แบบ Advanced เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับแต่งพฤติกรรมการประมวลผลเยอะๆ

 

สุดท้ายเราก็สามารถเข้าไปทำการตรวจสอบสถิติการประมวลผลของเราได้ที่ https://www.worldcommunitygrid.org/ms/viewMyMemberPage.do ว่าเราได้เคยประมวลผลงานอะไรหรือช่วยโครงการไหนไปมากน้อยแค่ไหนแล้วบ้างครับ



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คกว่า 900 รุ่นได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ Intel ME

หลังจากที่ Intel ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการว่า มีช่องโหว่ร้ายแรง 8 รายการบนชิป Intel Management Engine (ME) เมื่อ 3 วันก่อน ล่าสุด ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ชื่อดังทั้ง …

10 ข้อแนะนำในการซื้อของออนไลน์ให้ปลอดภัย

ช่วงนี้ตลาดออนไลน์มาแรงมาก ดังนั้นวันนี้เราจึงได้สรุปคำแนะนำในการซื้อของออนไลน์ให้ปลอดภัยเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในโลกไซเบอร์ โดยเฉพาะโปรโมรชันหลังวันขอบคุณพระเจ้า (Cyber Monday) จากเว็บต่างประเทศยิ่งเย้ายวนใจขาช้อปเสียด้วย