สัมภาษณ์ Dimension Data กับวงการ IT ไทยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่คน IT ควรต้องปรับตัว

ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้พูดคุยสัมภาษณ์กับคุณสุทัศน์ คงดำรงเกียรติ ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่งบริษัท Dimension Data ถึงทิศทางของวงการ IT ไทยที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และประเด็นต่างๆ ที่เหล่าองค์กรต้องให้ความสนใจในปีนี้อย่าง GDPR และ EEC ซึ่งก็ถือว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจไม่น้อยในภาพใหญ่ว่าวงการ IT ไทยควรจะขับเคลื่อนไปอย่างไร ในมุมมองของธุรกิจ Systems Integrator ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติรายนี้

 

คุณสุทัศน์ คงดำรงเกียรติ CEO แห่ง Dimension Data

 

รู้จัก Dimension Data ผู้ให้บริการมืออาชีพด้านระบบ IT แบบครบวงจงจร

ในการพูดคุยกับคุณสุทัศน์ในครั้งนี้ คุณสุทัศน์ได้เริ่มจากการเล่าถึงภาพรวมของ Dimension Data ตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบันเพื่อให้เราได้เห็นภาพรวมของธุรกิจกันก่อน

เมื่อ 28 ปีที่แล้ว บริษัท Dimension Data นี้ก่อตั้งขึ้นมาในชื่อของ Datacraft ซึ่งหลายๆ คนในวงการที่อยู่มานานก็น่าจะรู้จักกันดี โดยธุรกิจของ Datacraft ในยามนั้นจะเน้นไปที่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่าย และมีวิศวกรที่มี Certificate ชั้นสูงอยู่มากมายเพื่อคอยให้บริการระดับมืออาชีพแก่เหล่าลูกค้าที่มีระบบเครือข่ายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจโดยเฉพาะ ซึ่งในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Dimension Data และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน

ธุรกิจของ Dimension Data นี้ขยายออกมากว้างขึ้นจากเดิมมาก โดยนอกจากจะมีการให้บริการทางด้าน Systems Integration (SI) ที่ครอบคลุม IT Infrastructure ทั้งฝั่งของ Network, Data Center และ Security แล้ว ทาง Dimension Data เองก็ยังมีบริการด้าน Consulting Service ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ได้ทั้งธุรกิจที่ต้องการเริ่มนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปใช้สร้างกระบวนการหรือผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นจริง, การแก้ไขปัญหาเชิงลึกด้านเทคโนโลยีที่องค์กรกำลังเผชิญ ไปจนถึงการให้บริการแบบ Managed Services เพื่อช่วยองค์กรเปลี่ยนโมเดลการลงทุนด้าน IT แบบ CapEx มาเป็น OpEx แทน

แน่นอนว่าด้วยบริการที่ครอบคลุมระดับนี้ ท่ามกลางยุคสมัยที่ระบบ IT ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของหลายๆ ธุรกิจไปแล้ว ธุรกิจของ Dimension Data เองก็ย่อมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมียอดขายต่อปีประมาณ 4,000 ล้านบาท ในขณะที่ก็มีพนักงานกว่า 500 คน ด้วย DNA ว่าทุกคนที่ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้า ไม่ว่าอยู่ในบทบาทใดก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีเป็นอย่างดี

 

ธุรกิจ IT จะรู้แต่เทคโนโลยีไม่ได้แล้ว แต่ต้องเข้าใจธุรกิจด้วย

คุณสุทัศน์เล่าว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับภาพใหญ่ในธุรกิจของ Dimension Data นี้เกิดขึ้นจากแนวโน้มของการทำ Digital Transformation ที่ทำให้ความคาดหวังของเหล่าลูกค้าองค์กรเปลี่ยนไป เพราะเดิมทีเหล่าลูกค้าองค์กรนั้นหากจะเริ่มมองหาเทคโนโลยีใดๆ มาใช้งานก็มักพึ่งพา SI ไปช่วยทำการค้นคว้าเบื้องต้นให้อยู่แล้ว ซึ่งเดิมระบบ IT นั้นมักจะยังเป็นระบบเพื่อสนับสนุนธุรกิจอยู่เบื้องหลังเป็นหลัก Dimension Data ที่มีความพร้อมด้านการให้บริการเกี่ยวกับ IT Infrastructure จึงมองว่าเป็นโจทย์ที่ยังตอบได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

แต่ในปัจจุบัน Digital Transformation นี้ในหลายธุรกิจมักมองไปถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ กับลูกค้าองค์กรหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการการทำงานของพนักงานภายในองค์กรโดยตรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม Dimension Data จึงต้องเน้นบทบาทของตนเองใน 2 ส่วนหลักๆ เพิ่มเติม ได้แก่การทำความเข้าใจเชิงธุรกิจของลูกค้าให้ได้มากขึ้น และทีมพัฒนา Application เพื่อให้สามารถสร้างโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาได้ด้วยตนเอง

 

คนสาย IT เองก็จะเก่งแค่เรื่องเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีความรู้รอบด้านทางเทคโนโลยีให้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์โลกของ Software-Defined ให้ได้

สำหรับในภาพของบุคลากรทางด้าน IT เองนั้น คุณสุทัศน์ก็มองว่าปัจจุบันคนที่มีความรู้รอบด้านทั้งระบบ IT Infrastructure, Software Development และ Business ซึ่งพร้อมจะเรียนรู้ทั้งธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มเติมอยู่ตลอดนั้นถือเป็นบุคลากรที่หายากแต่ก็ทรงคุณค่าต่อธุรกิจ IT มาก และคนที่มีคุณสมบัติเหล่านี้เองก็เหมาะที่จะทำงานในบทบาท Leader ของโครงการหรือทีมงานขนาดใหญ่ภายในธุรกิจ IT

ในขณะเดียวกัน สำหรับบุคลากร IT ที่เติบโตมาจากสายเทคนิคเป็นหลักและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้น ก็ต้องเริ่มเรียนรู้ศาสตร์อื่นๆ รอบตัวเพิ่มเติม เช่น หากเดิมมีความเชี่ยวชาญด้าน Network อยู่แล้ว การเรียนรู้ด้าน Network Programming, เรียนรู้ด้าน Systems Engineering และ Cloud หรือเรียนรู้ด้าน Security เพิ่มก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะในยุคของ Software-Defined Everything นั้น ศาสตร์ด้านต่างๆ จะถูกนำมาผสมผสานจนแยกออกจากกันยากขึ้น และหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรด้าน IT แต่ละคนก็ย่อมจะกว้างขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

3 โซลูชันหลักของ Dimension Data ในปี 2018: IT Infrastructure, Customer Experience, Cybersecurity

คุณสุทัศน์ได้กลับมาเล่าถึงโซลูชันสำคัญของ Dimension Data ใน 3 โซลูชันที่ต้องการจะผลักดันในตลาดประเทศไทยสำหรับปี 2018 เอาไว้ดังนี้

  • Digital Infrastructure เพื่อให้เหล่าธุรกิจองค์กรมีระบบ Network, Data Center, Cloud, Edge, WAN, HCI และอื่นๆ ที่เพียบพร้อม รองรับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้งานในองค์กรได้อย่างคล่องตัว เป็นธุรกิจ SI แบบดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยกันดี แต่มีทีมงานสำหรับการพัฒนา Script ให้กับระบบ Software-Defined เพิ่มเติมโดยเฉพาะเข้ามา ในขณะที่ Dimension Data เองก็มีบริการ Cloud ของตนเองอยู่ที่สิงคโปร์และทั่วโลก สำหรับรองรับระบบ Mission Critical ในธุรกิจองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่อย่าง SAP ได้ด้วย
  • Customer Experience + Digital Transformation ทีม Business Consulting และ Software Development จะรับบทบาทหลักๆ ในส่วนนี้ โดยจะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีทางด้าน Omnichannel, Contact Center, Automation, Chatbot และ IoT เป็นหลัก เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเหล่าธุรกิจอุตสาหกรรมในไทยในเวลานี้
  • Cybersecurity ทาง Dimension Data จะมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอโซลูชันในแบบ Full Architecture ไม่ได้มองเป็นการขายเป็นรายผลิตภัณฑ์ แต่มองไปที่ระบบและสถาปัตยกรรมทางด้าน IT ที่ธุรกิจองค์กรใช้งานอยู่ และทำการออกแบบโซลูชันให้เหมาะสมต่อการใช้งานของลูกค้าเป็นหลักแทน รวมถึงยังมีบริการด้าน Managed SOC เพื่อทำการรวบรวมข้อมูล Log ในองค์กรไปทำการตรวจสอบ วิเคราะห์ และแจ้งเตือนปัญหา, ภัยคุกคาม หรือความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กรได้ตลอด 24×7

 

สำหรับโครงการที่เกิดขึ้นมากในเมืองไทยในเวลานี้ที่ Dimension Data มีโอกาสได้เข้าไปร่วมงานด้วยนั้น ได้แก่

  • สถาบันการเงินและธุรกิจ Retail เริ่มมีการทดลองเทคโนโลยีทางด้าน Mobile, Customer Service, Omnichannel, Bot และ AI/Machine Learning
  • การเกิดการค้าขายรูปแบบใหม่ๆ และ Transaction เกิดขึ้นในช่องทางที่หลากหลาย การจัดการด้าน Customer Experience ในยุคที่การสื่อสารเปลี่ยนแปลงจึงได้รับความสนใจมากจากหลากหลายอุตสาหกรรม
  • ในธุรกิจโรงงานและการผลิต มีความสนใจด้านการลงทุนระบบ Industrial IoT, Robotics และ Data Analytics เป็นหลัก แต่อาจต้องใช้เวลาเพราะธุรกิจเหล่านี้มีรอบของการลงทุนที่ค่อนข้างตายตัว

 

GDPR: องค์กรไทยควรเริ่มศึกษา เพื่อเตรียมรับมือกับกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในอนาคต

ในฐานะที่ Dimension Data เองก็เป็นธุรกิจข้ามชาติที่มีสาขาทั่วโลก ภายในบริษัทเองก็ได้มีการตอบสนองต่อกฎหมาย General Data Protection Regulation (GDPR) ที่ทางยุโรปบังคับใช้กันแล้ว ซึ่งทางคุณสุทัศน์เองก็ได้แนะนำว่าหากธุรกิจไทยมีการทำธุรกิจกับทางยุโรป ก็ควรพูดคุยทำความเข้าใจกันให้ดีว่าธุรกิจฝั่งของไทยจะต้องปรับกระบวนการหรือระบบอะไรอย่างไรบ้าง ในขณะที่ธุรกิจไทยทั่วๆ ไปเองก็ควรเริ่มทำการศึกษาแนวทางของกฎหมายนี้ เพื่อเตรียมตัวปรับระบบให้รองรับต่อกฎหมายในลักษณะเดียวกันที่อาจถูกบังคับในพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเราได้ในอนาคต

 

EEC: โอกาสใหม่ของธุรกิจ IT ไทย ที่ต้องมาพร้อมกับการปรับตัวครั้งใหญ่ของวงการ IT

โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เองก็ถือเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจไม่น้อยจากภาคธุรกิจ เพราะเป็นโอกาสที่ธุรกิจไทยและประเทศไทยจะได้รับการลงทุนจากต่างชาติที่สนใจมากขึ้น แต่ประเด็นนี้เราก็อาจต้องรอภาครัฐออกมาให้ความชัดเจนเพิ่มขึ้นว่าต้องการที่จะสร้างผลกระทบครั้งใหญ่ในประเด็นใดบ้าง เพื่อให้ภาคเอกชนสนองนโยบายได้ถูก

อย่างไรก็ดี เหล่าธุรกิจ IT และบุคลากรทางด้าน IT เองก็ไม่ควรรีรอ เพราะนโยบาย EEC นี้ย่อมมาพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ แห่งอนาคตเข้ามาใช้เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยอย่างแน่นอน และทุกวันนี้เทคโนโลยีด้าน IoT, AI, Blockchain เองก็มีทรัพยากรพร้อมให้เริ่มต้นศึกษาได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก บางเทคโนโลยีเองก็สามารถใช้งานได้ง่ายกว่าที่คิดเอาไว้ ดังนั้นการเริ่มต้นเตรียมความพร้อมด้านทักษะใหม่ๆ ตั้งแต่วันนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่ควรทำทันที

 

บุคลากร IT ไทยขาดแคลน: คอขวดที่ทุกธุรกิจไทยต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา

สำหรับประเด็นทิ้งท้ายที่ได้พูดคุยกับคุณสุทัศน์ ก็คือปัญหาที่เหล่าธุรกิจ IT ไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกันอย่างถ้วนหน้า ก็คือปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น

  • การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ทั้งในเชิงลึกและกว้างในทุกๆ ธุรกิจ IT รวมถึงองค์กรที่กำลังมองหาผู้นำด้านเทคโนโลยีภายใน
  • การขาดแคลนบุคลากรด้าน Cybersecurity ที่จะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากต่อ Digital Business
  • การขาดแคลนวิธีการพัฒนานักศึกษาทางด้าน IT ให้มีคุณภาพและมีแรงจูงใจให้นักศึกษาที่เรียนจบทางด้าน IT ยังคงอยากทำงานต่อในสายเดิมได้

ทาง Dimension Data เองก็ได้มีทั้งโครงการที่จะมาช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้ ทั้งการจัดกิจกรรม Digital Challenge Recruit ร่วมกับสถาบันการศึกษาในไทยเพื่อให้นักศึกษาได้เริ่มพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในปัจจุบันอย่างเช่นการเขียนโปรแกรมหรือความรู้ด้าน Security, การวางระบบ Training ให้นักศึกษาจบใหม่มาเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างเดียวเป็นเวลา 3-6 เดือนโดยไม่ต้องออกไปทำงานกับลูกค้าจริง เพื่อให้มีทักษะต่างๆ ที่จำเป็นก่อนออกไปทำงาน

การรักษาพนักงานปัจจุบันให้ยังคงอยากทำงานต่อก็เป็นอีกประเด็นที่ Dimension Data ให้ความสำคัญ ด้วยการให้สวัสดิการดีๆ แก่พนักงาน เช่น งบประมาณการตั้งชมรมภายในบริษัทเพื่อให้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันได้, บริการการนวดฟรี, บริการใช้สปาฟรี, บริการ Fitness ฟรี และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าการมาทำงานนั้นไม่ใช่แค่การทำงาน แต่คือการมาใช้ชีวิตที่ดีและสร้างสังคมที่ดีนั่นเอง

 

ติดต่อทีมงาน Dimension Data ได้โดยตรง

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันต่างๆ ของ Dimension Data หรือกำลังมองหา SI รายใหญ่ที่มีผลงานน่าเชื่อถือ ก็สามารถติดต่อทีมงาน Dimension Data ในประเทศไทยได้โดยตรงที่โทร 02-625-0999 อีเมลล์ : info.th@dimensiondata.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.dimensiondata.com


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

UiPath ขอเชิญร่วม Meeting ในหัวข้อ Discovering the process for Automation 3 ก.ค. 2019

UiPath ขอเชิญผู้ที่สนใจเทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) ทุกท่าน เข้าร่วมงาน Meeting ฟรี Discovering the process for Automation เพื่อเรียนรู้ว่าปัจจุบันนี้กระบวนการใดบ้างที่นิยมแปลงให้เป็นอัตโนมัติด้วย RPA ในวันที่ 3 ก.ค. 2019 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

ขอเชิญร่วม Webinar ฟรี รู้จักกับ Software-Defined Camera นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ โดย หัวเว่ย

หัวเว่ยขอเรียนเชิญเหล่า IT Manager, Network Engineer, IT Admin และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบ IT ภายในองค์กรทุกท่าน เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง "Software-Defined Camera นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ โดย หัวเว่ย" เพื่อรู้จักกับเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดสมัยใหม่ที่เปลี่ยนรูปแบบไปเป็น Software-Defined Camera และการประยุกต์ใช้งานจริงภายในธุรกิจองค์กร ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้