[PR] องค์กรที่ขาดการพัฒนารูปแบบธุรกิจด้วยไอที อาจพลาดโอกาสทางการตลาดในอนาคต

รายงานผลวิจัยฉบับใหม่เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านไอทีใช้เวลาไปกับการให้บริการ
ตามคำขอและประเด็นการแก้ปัญหามากกว่าการสร้างสรรค์นวัตกรรม

นายบิล แพดฟิลด์ ผู้บริหารฝ่ายบริการของไดเมนชั่น ดาต้า กรุ๊ป

กรุงเทพฯ, 23 กุมภาพันธ์ 2560 – รายงานฉบับใหม่ ได้กล่าวถึงการปฏิบัติงานด้านไอทีอย่างไรให้เกิดประสิทธิผลที่ดีที่สุดในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งเผยแพร่โดยบริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานด้านไอทีใช้เวลาในการทำงานมากกว่า 30% ไปกับการให้บริการตามคำขอและดูแลประเด็นการแก้ปัญหา ขณะใช้เวลาเพียงแค่ 15% ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรม นี่แสดงให้เห็นถึงการจัดสรรเวลาที่ลดลงถึง 25%ในแต่ละปี– อย่างในเรื่อง ความต้องการประโยชน์ที่จะได้จากการปรับปรุงความผูกพันระหว่างลูกค้ากับองค์กร การใช้งานอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือ ไอโอที (IoT)  การเพิ่มการใช้งานข้อมูลขนาดใหญ่หรือบิ๊ก ดาต้าและการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งทำให้นวัตกรรมด้านไอทีเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเอามาเป็นข้อต่อรองในองค์กรได้

นับเป็นการส่งสารที่ชัดเจนว่า องค์กรธุรกิจที่ขาดการพัฒนารูปแบบธุรกิจด้วยไอทีอาจพลาดโอกาสทางการตลาดในอนาคต

นายบิล แพดฟิลด์ ผู้บริหารฝ่ายบริการของไดเมนชั่น ดาต้า กรุ๊ป กล่าวว่า รายงานฉบับนี้ได้เน้นถึงระบบงานอัตโนมัติว่ามีความสำคัญที่ทำให้การปฏิบัติงานด้านไอทีเกิดประสิทธิผลที่ดีที่สุด

“องค์กรไอทีที่ชาญฉลาดต่างเข้าใจว่า ถ้าพวกเขาไม่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการทำงานในตอนนี้ อาจจะพลาดโอกาสทางการตลาดที่มากกว่าเดิมในอนาคต ระบบงานอัตโนมัติและทักษะในการประสานงานของไดเมนชั่น ดาต้า จะเข้ามาดูแลกระบวนการและกิจกรรมทางธุรกิจของลูกค้าของเราให้ดำเนินไปได้เป็นปกติ ทำให้พวกเขาต้องการทรัพยากรที่น้อยลง และสามารถใช้เวลาได้มากขึ้นไปกับการใส่ใจในเรื่องความสามารถทางการแข่งขัน การปรับปรุงทรัพยากรที่ให้มูลค่าใหม่ ๆ  การสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านช่องทางที่เหมาะสม  และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อการปฏิบัติงานที่ดีขึ้น”

กว่าทศวรรษที่ผ่านมา เทคโนโลยีได้ส่งผ่านประสิทธิภาพการทำงานที่เข้มข้น นับตั้งแต่การประหยัดต้นทุนไปจนถึงการจัดวางกำลังคน เอื้อต่อกระบวนการปฏิบัติงานที่ลดทอนความสูญเสีย และบรรลุความคาดหวังของผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพงานโดยตัวมันเองนั้นยังไม่พอสำหรับยุคดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้น ฝ่ายปฏิบัติงานด้านไอทีจะต้องสนับสนุนแนวทางการบริหารเพื่อให้เกิดการริเริ่มธุรกิจดิจิทัลใหม่ ๆ  และส่งผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีความพร้อมสูงได้ตรงต่อความต้องการของผู้ใช้งาน สิ่งเหล่านี้ต้องการระบบไอทีที่ให้ประสิทธิผลดีและยั่งยืน เพื่อส่งผ่านข้อตกลงระดับการบริการที่ดีขึ้น เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น และบนการบริหารโครงสร้างพื้นฐานระดับสูงโดยลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบให้น้อยลง แต่การปล่อยให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างอิสระเพื่อการพัฒนานวัตกรรมยังคงเป็นเรื่องท้าทาย

ขณะที่องค์กรทั้งหลายต่างรู้ว่า พวกเขาต้องพัฒนาระบบปฏิบัติงานด้านไอทีในเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้นและใช้กลยุทธ์ให้น้อยลง ทีมพัฒนาไอทีและเทคโนโลยีในองค์กรส่วนใหญ่ยังคงดิ้นรนที่จะทำต่อไป  จริง ๆ แล้ว องค์กรส่วนใหญ่ซึ่งมีส่วนร่วมในรายงานฉบับนี้ กล่าวว่า พวกเขายังคงต้องคอยสอดส่องและปรับจูนการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้านไอทีที่ยังไม่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน โดยมีเพียง 14% ที่รายงานว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของเขามาถึงจุดที่เป็นระบบดิจิทัลแล้ว

ตามรายงานดังกล่าว องค์กรเพียง 20% เท่านั้นที่กล่าวว่า การดำเนินงานของพวกเขาเป็นระบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ และเกิดผลสัมฤทธิ์ในการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีเป็นอย่างดี ในขณะที่ส่วนใหญ่ยังอยู่บนเส้นทางสู่การสร้างระบบงานอัตโนมัติแต่ยังไปไม่ถึงเป้าหมาย

  • 9% ขององค์กรไม่มีระบบงานอัตโนมัติ
  • 13% มีระบบงานอัตโนมัติที่มีข้อจำกัด
  • 32% มีระบบงานอัตโนมัติและการประสานงานในระดับกลาง
  • 25% มีระบบงานที่เป็นอัตโนมัติอย่างมาก

นายแพดฟิลด์ กล่าวถึงเหตุผลบางประการที่ทำไมองค์กรไอทีทั้งหลายยังดำเนินการได้ล่าช้าอยู่ว่า น่าจะมาจากเรื่องของงบประมาณ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ “การปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จต้องการการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างผู้คน กระบวนการ และเครื่องมือ อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มของการให้บริการอัตโนมัติด้านไอทียังมีราคาแพง และต้องใช้เวลามากในการพัฒนาและบูรณาการเพื่อเข้าสู่สภาพแวดล้อมด้านไอทีแบบไฮบริดให้เป็นผลสำเร็จ”

###

เกี่ยวกับบริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า

บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า ก่อตั้งขึ้นในปี 2526 เป็นผู้ให้บริการด้าน ICT และโซลูชั่นที่ใช้ความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีของตนเอง ความสามารถในการให้บริการทั่วโลก และมุ่งมั่นผลักดันให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในธุรกิจ ไดเมนชั่น ดาต้า เป็นบริษัทในเครือของ NTT Group

ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เราดำเนินการในสำนักงาน 50 แห่งใน 13 ประเทศ เราช่วยให้ลูกค้าได้ใช้เทคโนโลยี และดำเนินการโครงสร้างไอทีพื้นฐานและการแปลงโซลูชั่นเทคโนโลยีดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานไอทีของพวกเขา และการแปลงโซลูชั่นเทคโนโลยีให้เกิดความคุ้มค่า เป็นการรวมความเชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่าย การรักษาความปลอดภัย การสื่อสาร ศูนย์ข้อมูลและการใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ปลายทาง ด้วยทักษะขั้นสูงในการจัดหาไอที การให้บริการไอที ระบบบริการแบบบูรณาการและการฝึกอบรม www.dimensiondata.com


About TechTalkThai PR 2

Check Also

[Guest Post] ฟูจิตสึเปิดตัวแบรนด์ธุรกิจใหม่ Fujitsu Uvance มุ่งแก้ปัญหาสังคม ด้วยนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน

โตเกียว, –  ฟูจิตสึได้เปิดตัวแบรนด์ธุรกิจระดับโลกใหม่ล่าสุด Fujitsu Uvance ซึ่งจะนำเสนอโซลูชั่นด้านทรานส์ฟอร์เมชั่นเพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน  Fujitsu Uvance จะใช้ประโยชน์จากความสามารถด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหาของฟูจิตสึใน 7 ด้านที่สำคัญ เพื่อมอบคุณประโยชน์ที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด นั่นคือ “การทำให้โลกมีความยั่งยืนมากขึ้นด้วยการสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมโดยอาศัยนวัตกรรม”

‘ไอบีเอ็ม’ โชว์ล้ำเครื่องมือ AI ให้ข้อมูลอัจฉริยะเชิงลึกด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยองค์กรตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนและปัญหาสภาพภูมิอากาศ

กรุงเทพฯ​ ประเทศไทย – 12 ต.ค. 2564: วันนี้ ไอบีเอ็ม (NYSE:IBM) ได้ประกาศเปิดตัวชุดเครื่องมือที่ให้ข้อมูลอัจฉริยะเชิงลึกด้านสิ่งแวดล้อม ที่ใช้ความสามารพของ AI ในการช่วยให้องค์กรเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านอากาศและสภาพภูมิอากาศที่อาจดิสรัปท์ธุรกิจ พร้อมสามารถประเมินผลกระทบที่องค์กรสร้างขึ้นต่อโลกได้ง่ายขึ้น และลดความซับซ้อนในการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่กำกับดูแลและการจัดทำรายงานที่เกี่ยวข้อง