อินโดนีเซียผุดโครงการสร้างอาชีพ สอนเขียนโค้ดให้แม่บ้านอินโดในต่างประเทศ

กว่า 1 ใน 3 ของแรงงานอินโดนีเซียในต่างประเทศนั้นประกอบอาชีพแม่บ้านให้กับบ้านในสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และแถบตะวันออกกลาง ทว่าเมื่อวีซ่าการทำงานหมดอายุ แรงงานเหล่านี้กลับขาดทักษะสำหรับอาชีพรายได้สูงหรือประกอบธุรกิจส่วนตัว หน่วยงาน Creative Economy ของอินโดนีเซียจึงเกิดไอเดียจัดโครงการสอนเขียนโค้ดขึ้นสำหรับแรงงานเหล่านี้

โครงการอบรมการเขียนโปรแกรมสำหรับแม่บ้านนี้เป็นโครงการความยาว 8 สัปดาห์ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้เรียนจะได้เรียนการเขียนโปรแกรมภาษาต่างๆ เช่น HTML และ CSS โครงการนี้ได้เปิดตัวในประเทศสิงคโปร์ไปในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และจะมีการเปิดตัวในฮ่องกง มาเลเซีย ไต้หวัน ซาอุดิอาระเบีย และพื้นที่อื่นๆที่มีแรงงานอินโดนีเซียอาศัยอยู่มากตามลำดับ

Credit: Sai Kiran Anagani

สำหรับโครงการที่เพิ่งเปิดตัวไปในสิงคโปร์นั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากบรรดาแรงงานอินโดนีเซียจนต้องมีการจัดลำดับให้กับผู้วีซ่าใกล้หมดอายุได้อบรมก่อน การอบรมมีขึ้นทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงบ่ายโมงตรง ซึ่งตรงกับวันหยุดของเหล่าแม่บ้าน จัดสอนโดยอาสาสมัครที่สามารถพูดภาษาอินโดนีเซียได้ โดยผู้เรียนต้องนำคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปมาด้วยตัวเอง

“เราต้องการบุคลากรในชาติที่มีความสามารถด้านโปรแกรมมิ่ง จะได้ไม่ต้องพึ่งพาแรงงานจากต่างชาติอีกต่อไป” Triawan Munaf ผู้ก่อตั้งโครงการนี้กล่าว โดยทางรัฐบาลอินโดนีเซียคาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มแรงงานที่มีทักษะการเขียนโปรแกรมเข้าสู่ตลาดแรงงานราว 1 ล้านคน ให้สูงเป็น 13 ล้านคนภายในปี 2019

ก่อนหน้านี้หน่วยงาน Creative Economy ได้มีโครงการคล้ายๆกันที่มุ่งเป้าหมายไปยังคุณแม่ที่เป็นแม่บ้าน (Stay-at-home mums) ในประเทศอินโดนีเซียภายใต้ชื่อ Coding Mum ซึ่งได้รับความนิยมและกำลังดำเนินการขยายไปยังอีก 3 เมืองจากเดิม 6 เมืองในการเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา โดยคุณแม่ซึ่งผ่านการอบรมดังกล่าวได้นำความรู้ไปใช้ในการประกอบธุรกิจส่วนตัว และทำงานในตำแหน่ง front-end developer และ tester ในบริษ้ทซอฟต์แวร์ต่างๆซึ่งรวมไปถึงใน Tokopedia บริษัท e-commerce ชื่อดังด้วย

 

ที่มา: http://www.scmp.com/week-asia/business/article/2085759/cooking-coding-what-free-html-classes-mean-indonesian-maids


Check Also

GitHub เปิดให้สนับสนุนเงินแก่นักพัฒนาได้แล้ว

GitHub ได้ประกาศเปิดช่องทางสนับสนุนเงินให้แก่นักพัฒนาได้แล้วผ่านทางเครื่องมือที่เรียกว่า ‘Sponsors’ ซึ่งกำหนดจ่ายเป็นรายเดือน

จาก Mobile Banking สู่ Open Banking: เมื่อธนาคารทั่วโลกต้องให้บริการทางการเงินผ่าน API ตอบโจทย์ธุรกิจในยุค Digital

การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจธนาคารเองนั้นจะยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เพราะก้าวถัดไปที่เหล่าธนาคารต้องปรับตัวกันต่อไปนั้นก็คือการก้าวสู่ API Economy ที่จะทำให้บริการทางด้านการเงินของธนาคารนั้นสามารถเชื่อมต่อกับ Digital Product อื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Web Application, Mobile Application หรือบริการรูปแบบใดๆ ก็ตาม เพื่อให้ผู้ใช้งานของ Digital Product นั้นๆ สามารถเรียกใช้งานบริการทางด้านการเงินได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งกว่าเดิม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็มีชื่อเรียกกันว่า Open Banking นั่นเอง และบทความนี้เราก็จะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับ Open Banking กันครับ