Breaking News

AWS เตรียมลงทุน 32,000 ล้านบาทในอินโดนีเซีย ขยายฐานรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

The Straits Times ได้ออกมารายงานถึงแผนการลงทุนในอินโดนีเซียของ AWS ที่จะมีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 32,000 ล้านบาท เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการเติบโตของตลาดอินโดนีเซียที่ถือว่ามีความรวดเร็วโดดเด่นในภูมิภาคเดียวกัน และยังเป็นการเร่งรุกให้ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตไปด้วย

 

Credit: AWS

 

การลงทุนครั้งนี้จะเป็นการลงทุนต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปี โดย Tempo News ที่เป็นแหล่งข่าวได้ระบุว่า Werner Vogels ได้นำเสนอแผนการนี้แก่ Joko Widodo ประธานาธิบดีแห่งอินโดนีเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อให้บริการ AWS แก่เหล่าภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐในอินโดนืเซียได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจากการสำรวจของ Statista ประเทศอินโดนีเซียจะมีแนวโน้มด้านการลงทุนใช้งานบริการ Cloud ในปีนี้สูงถึง 1,300 ล้านเหรียญหรือราวๆ 41,600 ล้านบาทเลยทีเดียว

ก้าวนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญทางยุทธศาสตร์ของ AWS เนื่องจากเป็นการลงทุนต่อเนื่องจากการเปิด Data Center เพิ่มเติมในสิงคโปร์ อีกทั้ง Amazon เองก็ยังต้องแข่งขันกับ Alibaba ที่เริ่มขยายบริการและมีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคนี้อย่างดุเดือด ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Alibaba Cloud เองก็ได้มีการชิงเปิด Data Center ในอินโดนีเซียไปก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ที่มา: https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/amazon-planning-14-trillion-rupiah-investment-in-indonesia



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ