Nvidia ลงทุน ‘ครั้งสำคัญ’ ใน Thinking Machines ของ Mira Murati

Nvidia ได้เข้าลงทุน “ครั้งสำคัญ” ในบริษัทผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ Thinking Machines Lab ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือที่ทั้งสองบริษัทได้ประกาศในครั้งนี้

Credit: Nvidia

แม้จะไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินสดที่อัดฉีดเข้ามาอย่างชัดเจน แต่ทั้งสองบริษัทระบุว่า Thinking Machines จะจัดซื้อฮาร์ดแวร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จาก Nvidia ภายใต้ข้อตกลงนี้ ก่อนหน้านี้สตาร์ทอัพดังกล่าวเคยระดมทุนรอบ Seed ได้ถึง 2 พันล้านดอลลาร์จากกลุ่มผู้ลงทุนซึ่งรวมถึง Nvidia, Advanced Micro Devices, ServiceNow และบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ซึ่งทำให้มูลค่าบริษัทแตะ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในขณะนั้น แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการลงทุนล่าสุดของ Nvidia จะทำให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นเท่าใด

Thinking Machines ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mira Murati ซึ่งเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ OpenAI โดยในช่วงที่เธออยู่ที่นั่น ได้ดูแลการพัฒนา ChatGPT, Sora เครื่องมือสร้างวิดีโอ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย

เมื่อปีที่ผ่านมา Thinking Machines ได้เปิดตัวบริการแรกในชื่อ Tinker ซึ่งเป็นบริการคลาวด์ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบโอเพนซอร์สเวอร์ชันที่ปรับแต่ง หรือปรับตามความต้องการเฉพาะได้ โดยบริการนี้รองรับ LLM มากกว่าสิบตัว รวมถึงโมเดลในซีรีส์ Llama ของ Meta Platforms

Tinker ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า LoRA ในการขับเคลื่อนโมเดลที่ปรับแต่งโดยลูกค้า LoRA ทำหน้าที่ปรับแต่งโดยการเพิ่มค่าน้ำหนักของโมเดลที่กำหนดเองจำนวนเล็กน้อยเข้าไปใน LLM แบบโอเพนซอร์ส วิธีนี้ช่วยลดความจำเป็นในการแก้ไขค่าน้ำหนักเดิมของ LLM ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการฝึกฝนโมเดล

ภายใต้ความร่วมมือที่ประกาศใหม่นี้ Thinking Machines จะซื้อฮาร์ดแวร์ประมวลผลขนาดอย่างน้อย 1 กิกะวัตต์จาก Nvidia ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว Jensen Huang เคยประมาณการไว้ว่า กำลังการประมวลผล AI ขนาด 1 กิกะวัตต์นั้นมีค่าใช้จ่ายในการสร้างประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยสองในสามของจำนวนนั้นคือต้นทุนของหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)

Thinking Machines วางแผนที่จะใช้ GPU สถาปัตยกรรมรุ่นล่าสุดอย่าง Rubin ของ Nvidia ในโปรเจกต์นี้ ซึ่งชิปซีรีส์ดังกล่าวประกอบด้วยตัวเร่งความเร็ว 2 รุ่น ได้แก่ Rubin CPX ที่ปรับแต่งมาเพื่อการคำนวณเฉพาะด้านสำหรับงานอินเฟอเรนซ์ และชิป Rubin รุ่นปกติที่รองรับการใช้งานที่กว้างกว่าด้วยทรานซิสเตอร์ถึง 3.36 แสนล้านตัว

นอกจากนี้ Thinking Machines จะใช้หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) รุ่น Vera ของ Nvidia ซึ่งแต่ละตัวประกอบด้วย 88 คอร์ ใช้ชุดคำสั่ง Armv9.2 และสามารถรันได้ 176 เธรด โดยทั้งสองบริษัทระบุว่า Thinking Machines วางแผนที่จะเริ่มติดตั้งฮาร์ดแวร์เหล่านี้ในช่วงต้นปีหน้า

ความร่วมมือระหว่าง Nvidia และผู้พัฒนา AI รายนี้ยังขยายไปสู่ด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะแผนการพัฒนา “ระบบฝึกฝนและให้บริการสำหรับสถาปัตยกรรมของ Nvidia” แม้จะยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะเป็นระบบในรูปแบบซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ก็ตาม ปกติแล้วคำว่า “ระบบให้บริการ (serving system)” มักหมายถึงซอฟต์แวร์สแต็กที่นักพัฒนาใช้ขับเคลื่อนงานด้านอินเตอร์เฟซ เช่น การกระจายการคำนวณเกี่ยวกับไปยัง GPU ต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบัน Nvidia มีระบบที่เปิดเป็นโอเพนซอร์สอยู่แล้วในชื่อ Dynamo

“ความร่วมมือนี้ช่วยเร่งขีดความสามารถของเราในการสร้าง AI ที่ผู้คนสามารถกำหนดทิศทางและสร้างสรรค์ให้เป็นแบบเฉพาะตัวได้ พร้อม ๆ กับที่ AI จะช่วยยกระดับศักยภาพของมนุษย์เป็นการตอบแทน” Murati กล่าว

Thinking Machines อาจกำลังวางแผนใช้ฮาร์ดแวร์จำนวนมหาศาลที่สั่งซื้อจาก Nvidia เพื่อขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โดยข้อมูลจากการประกาศรับสมัครงานล่าสุดสองตำแหน่งระบุว่า บริษัทกำลังพัฒนาโมเดล AI ที่ปรับแต่งมาเพื่อการประมวลผลเสียงและการใช้เหตุผลผ่านภาพ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาส่วนประกอบโมเดล AI ของตนเอง เช่น โมดูลความใส่ใจในสถาปัตยกรรมทรานส์ฟอร์เมอร์

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/03/10/nvidia-makes-significant-investment-mira-muratis-thinking-machines/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

[Video] WatchGuard Webinar : Zero Trust Made Simple

ในอดีต การวางระบบ Zero Trust Architecture มักถูกมองว่าเป็น ‘ยาขม’ ของฝ่ายไอทีและองค์กรจำนวนมาก เพราะแนวคิดที่ต้อง ‘ไม่เชื่อใจใคร และต้องตรวจสอบเสมอ’ นั้น มักตามมาด้วยความซับซ้อนยุ่งเหยิงในการบริหารจัดการ ในงาน WatchGuard Webinar ครั้งนี้ท่านจะได้รับชมกับแนวทางที่ทำให้ Zero Trust …

Google ทลายเครือข่ายพร็อกซี NetNut ที่กระจายบนอุปกรณ์กว่า 2 ล้านเครื่อง

Google ได้เข้าสกัดกั้นเครือข่าย NetNut ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายพร็อกซีที่อยู่อาศัย (residential proxy network) ที่ใหญ่ที่สุดที่ยังเปิดให้บริการอยู่ ส่งผลให้บริการที่เคยเปลี่ยนอุปกรณ์ตามบ้านเรือนกว่า 2 ล้านเครื่องทั่วโลกให้กลายเป็นจุดส่งต่อทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตของผู้อื่นต้องหยุดชะงักลง