IBM ผุดไอเดียใช้โดรนบินสำรวจความแรงคลื่น 5G เพื่อวางแผนตั้งเสาสัญญาณให้ดีขึ้น

อาคารที่อยู่อาศัยและสำนักงานที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนั้นเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางที่อาจบ่อนทำลายประสิทธิภาพของคลื่นสัญญาณได้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคลื่นสัญญาณ 5G ที่ประกอบไปด้วยย่านความถี่หลายย่านประกอบกัน วิศวกรจาก IBM จึงได้ทดลองนำโดรนมาใช้เพื่อสำรวจคุณภาพการเชื่อมต่อในจุดต่างๆ เพื่อวางแผนติดตั้งเสาสัญญาณ 5G ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

Project Skittles นั้นใช้โดรนเพื่อบินสำรวจพื้นที่ภายในสำนักงาน ที่พักอาศัย หรือแม้แต่สนามฟุตบอล ถึงคุณภาพการเชื่อมต่อ (Connectivity Strength) ในจุดต่างๆ โดยข้อมูลที่โดรนนี้เก็บมาได้จะถูกนำมาแสดงผลผ่านเทคโนโลยี AR ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นได้ทันทีว่าในแต่ละจุดนั้นมีการเชื่อมต่อเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อค้นหาจุดที่มีสัญญาณดี หรือวางแผนในการติดตั้งเสาสัญญาณเพิ่มเติมได้

โดรนที่ใช้ในโปรเจกต์นี้เป็นเพียงโดรนรุ่นผู้ใช้งานที่ไป ที่ติดตั้งตัวรับสัาญญาณ Wifi และ LTE อยู่ในตัวเพื่อรับค่าสัญญาณ และในส่วนของซอฟต์แวร์ ทีมงาน IBM ได้ใช้ Node-RED เพื่อโปรแกรมการเคลื่อนที่ของโดรน โดยมีการกำหนดจุด Grid ที่โดรนต้องบินไปทดสอบสัญญาณไว้ และท้ายที่สุด ข้อมูลที่ได้ก็จะถูกนำมาแสดงผลผ่าน AR เป็นจุดสี แดง เขียว และเหลือง ตามความแรงของการเชื่อมต่อ

ความแรงของสัญญาณที่โดรนสำรวจมาได้จะถูกแสดงผลผ่านเทคโนโลยี AR (ภาพ: IBM)

ปัจจุบัน Project Skittles นั้นยังเป็นเพียงโปรเจกต์ PoC ที่ IBM ใช้เพื่อสำรวจเครือข่ายอย่างคร่าวๆเพื่อดูว่าจะสามารถปรับปรุงจุดใดได้บ้าง ซึ่งโปรเจกต์ดังกล่าวนับเป็นไอเดียที่น่าสนใจ และใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่หาได้ง่ายและ IBM มีอยู่แล้วทั้งสิ้น

ที่มา: https://www.ibm.com/blogs/think/2019/09/how-drones-help-visualize-the-wireless-grid-to-serve-stronger-5g/


Check Also

[Video Webinar] HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better โดย Cloudflare APAC

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better” เพื่อรู้จักกับแนวคิดและการทำงานของ HTTP/3 …

Microsoft เผย 3 เทคนิค Phishing อันแนบเนียนที่ควรพึงระวัง

Microsoft ได้ออกรายงานแนวโน้มภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ระบุว่า Phishing เป็นหนึ่งใในไม่กี่รูปแบบการโจมตีที่ยังคงพบบ่อยมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่ Ransomware, Crypto-mining และมัลแวร์รูปแบบอื่นๆ เริ่มพบน้อยลง