IBM เปิดตัว FlashSystem รุ่นใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ FlashSystem 5600, 7600 และ 9600 พร้อมด้วย FlashSystem.ai ที่นำ Agentic AI มาใช้ในการจัดการ Storage แบบอัตโนมัติ สามารถลดภาระงานด้านการจัดการ Storage ลงได้สูงสุดถึง 90%

IBM ประกาศเปิดตัว FlashSystem เจนเนอเรชันใหม่ทั้ง 3 รุ่นพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการเปิดตัว FlashSystem ครั้งสำคัญที่สุดในรอบ 6 ปี โดยทั้ง 3 รุ่นให้ประสิทธิภาพด้าน Data Efficiency สูงกว่ารุ่นก่อนถึง 40% และมาพร้อมกับ FlashCore Module เจนเนอเรชันที่ 5 ซึ่งเป็น All-flash Drive ที่ให้ความจุสูงสุดถึง 105TB ต่อไดรฟ์ สามารถตรวจจับ Ransomware ได้ภายในเวลาไม่ถึง 60 วินาทีโดยมีอัตรา False Positive ต่ำกว่า 1% พร้อมดำเนินการกู้คืนอัตโนมัติในระดับ Hardware
ในส่วนของรายละเอียดแต่ละรุ่น FlashSystem 5600 เป็นระบบ Storage ขนาด 1U ที่ให้ความจุสูงสุด 2.5 PBe และประสิทธิภาพ 2.6 ล้าน IOPS เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีพื้นที่จำกัด เช่น Edge Location หรือสำนักงานสาขา ส่วน FlashSystem 7600 มาในขนาด 2U ให้ความจุสูงสุด 7.2 PBe และ 4.3 ล้าน IOPS ออกแบบมาสำหรับ Virtualized Environment ขนาดใหญ่และแพลตฟอร์ม Analytics ขณะที่ FlashSystem 9600 ซึ่งเป็นรุ่นท็อปนั้นให้ความจุสูงสุด 11.8 PBe และ 6.3 ล้าน IOPS ในขนาด 2U เหมาะสำหรับงาน Mission-critical อย่างระบบ Core Banking, ERP และ AI Application โดยสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 57% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน นอกจากนี้ทั้ง 3 รุ่นยังช่วยลด Storage Footprint ได้ 30%-75% จากการ Optimize Placement และ Consolidation
ด้าน FlashSystem.ai เป็นชุดบริการอัจฉริยะใหม่ที่ใช้ Agentic AI ช่วยผู้ดูแลระบบในการ Monitor, Diagnose และแก้ไขปัญหาตลอดทั้ง Data Path โดยอัตโนมัติ ระบบ AI ได้รับการ Train จากข้อมูล Telemetry หลายหมื่นล้านจุดข้อมูลและข้อมูลการใช้งานจริงหลายปี สามารถตัดสินใจอัตโนมัติได้หลายพันครั้งต่อวันในงานที่เคยต้องอาศัยผู้ดูแลระบบ อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมของ Application ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง รวมถึงช่วยลดเวลาในการจัดทำเอกสาร Audit และ Compliance ลงครึ่งหนึ่งผ่าน AI-generated Operational Reasoning ที่สามารถอธิบายเหตุผลการทำงานได้
FlashSystem รุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 6 มีนาคม 2026 สำหรับรุ่น 7600 และ 9600 มาพร้อมกับ Interactive LED Bezel แบบใหม่สำหรับแสดงข้อมูลสถานะของระบบ นอกจากนี้ IBM Technology Lifecycle Services (TLS) ยังให้บริการ AI-enabled Monitoring และ Automated Issue Detection ผ่าน Call Home เพื่อช่วยระบุและแก้ไขปัญหาก่อนที่จะส่งผลให้ระบบหยุดทำงาน
ที่มา: https://newsroom.ibm.com/next-generation-ibm-flashsystem-portfolio
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






