Hewlett Packard Enterprise หรือ HPE เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดที่ชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ Great Virtualization Reset โดยพบว่าองค์กรธุรกิจกว่า 2 ใน 3 กำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการใช้งาน Virtualization อย่างมีนัยสำคัญภายใน 2 ปีข้างหน้า แต่มีองค์กรเพียง 5% ที่พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันหลายฝ่ายเริ่มให้ความสนใจการเปลี่ยนแปลงโมเดล Licensing Cost ของผู้ให้บริการ Virtualization รายใหญ่ แต่ผลสำรวจของ HPE กลับพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า มีเพียง 4% ขององค์กรเท่านั้นที่ระบุว่า ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นปัจจัยเดียวที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
เพราะเหตุผลหลักที่ทำให้ CIO และผู้นำด้านไอทีต้องรื้อระบบ Virtualization คือความต้องการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Hybrid Operating Model และการเตรียมพร้อมใช้งาน AI โดยองค์กรตระหนักดีว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมไม่สามารถรองรับเวิร์กโหลด AI ที่ซับซ้อนและการจัดการข้อมูลมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป
การย้ายจากระบบเดิมไประบบใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ผลสำรวจระบุถึงอุปสรรคสำคัญที่ชะลอความคืบหน้าของ Great Virtualization Reset ประกอบด้วย
- ข้อจำกัดด้านงบประมาณ 28%
- ความซับซ้อนทางเทคนิค 24%
- ความเสี่ยงในการย้ายระบบ 21%
- การขาดแคลนทักษะ 20%
ขณะเดียวกันองค์กรต่าง ๆ กำลังมองหาโซลูชันที่ยั่งยืนมากกว่าการแค่เปลี่ยนแบรนด์ โดยผลสำรวจชี้ว่าฟีเจอร์ที่องค์กรให้ความสำคัญสูงสุดในการวางแผนใช้ Virtualization และ Private Cloud หลังจากนี้คือ การสำรองข้อมูล และกู้คืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการดูแลได้อย่างครอบคลุม และบริหารจัดการการใช้งาน AI ได้ดี
ปัจจุบัน ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าองค์กรกว่า 57% กำลังใช้วิธีการปรับเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต โดยมี Hybrid Cloud เป็นเส้นทางหลักที่ถูกเลือกเพื่อรองรับความต้องการด้านประสิทธิภาพของ AI
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






