IBM เปิดตัว Security Platform ใหม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากหลาย Vendor ได้ไว้ที่เดียว

IBM ได้เปิดตัว Cloud Platform ใหม่ที่ชื่อ ‘Security Connect’ ซึ่งสามารถนำเอาข้อมูลจากเครื่องมือของผู้ผลิตรายต่างๆ ผสานเข้าความสามารถด้าน AI จาก IBM ที่มีอยู่แล้วเพื่อตอบโจทย์ด้านความมั่นคงปลอดภัยเพราะ IBM ได้เล็งเห็นมานานแล้วว่าปัจจุบันนี้ผู้ใช้งานต้องจัดการเครื่องมือของผู้ผลิตหลายเจ้า

credit : securityintelligence.com

โดยคาดว่า Security Connect จะสามารถพร้อมให้บริการได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2019 และรายละเอียดที่น่าสนใจของแพลตฟอร์มใหม่มีดังนี้

  • รายชื่อของผู้ผลิตที่เข้าร่วมตอนนี้มี Cisco, Capgemini, Carbon Black, EY, ForeScout, Fortinet, McAfee, Qualys, Smarttech, Symantec, Trend Micro และ VMware
  • เป็น Open Community ที่เปิดให้องค์กรสามารถนำเอาอุปกรณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยจากหลายเจ้าเข้ามาต่อและแชร์ข้อมูลกันได้เพื่อสร้างการป้องกันให้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความซับซ้อนแบบเดิมๆ เพราะสามารถมองเห็นภาพรวมขององค์กรได้อย่างแท้จริง

Marc van Zadelhoff , GM ของ IBM Security กล่าวว่า “ด้วยความสามารถของ Cloud เราจึงสามารถรวมเอาเครื่องมือ ข้อมูลและคนมาทำงานด้วยกันได้ง่ายขึ้น ซึ่ง Security Connect จะทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยมองเห็นภาพนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ยากเย็นซับซ้อนเหมือนที่แล้วมา

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

HPE อัดยาแรง! แจกฟรี VM Essentials 1 ปี พร้อม Zerto 1 ดอลลาร์ ดึงลูกค้า VMware

HPE ใช้จังหวะที่ VMware ปรับขึ้นค่าไลเซนส์ นำเสนอสิทธิพิเศษให้ลูกค้าใช้งานระบบ VM Essentials ฟรี 1 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์ใช้งานซอฟต์แวร์ปกป้องข้อมูล Zerto ในราคาเพียง 1 ดอลลาร์ …

Forrester เผยผู้บริโภคยังไม่พร้อมให้ AI Agent ชำระเงินแทน ชี้ความเชื่อใจคือกำแพงสำคัญ

AI Shopping Agent กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบีบให้แพลตฟอร์มค้าปลีกต้องรองรับระบบค้นหาแบบต่าง ๆ ขณะนี้เวนเดอร์ ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มค้นหาต่างเร่งพัฒนา AI ให้มีอิสระถึงขั้นทำรายการสั่งซื้อแทนผู้บริโภคได้โดยอัตโนมัติ แต่รายงานล่าสุดจาก Forrester ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่เวนเดอร์อ้างว่าเทคโนโลยีทำได้กับสิ่งที่ผู้ใช้งานในปัจจุบันยินยอมให้ทำนั้นไม่เหมือนกัน