[Guest Post] หัวเว่ย เปิดตัวโครงการ Spark & Blossom หนุนอีโคซิสเต็ม Cloud สำหรับตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

[สิงคโปร์ ] หัวเว่ย ผู้นำด้าน ICT ระดับโลกเปิดตัว Go Cloud Festival และโครงการอีกมากมายเพื่อสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพและ SMEs ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในงานประชุม HUAWEI CLOUD Summit 2020 ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอีโคซิสเต็มคลาวด์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ 

 

HUAWEI CLOUD ร่วมด้วยพันธมิตรจากทั่วทุกภาคอุตสาหกรรมได้เปิดงาน Go Cloud Festival โดยเผยโฉมโครงการที่สนับสนุนทรัพยากรด้าน Cloud และแพ็กเกจโซลูชันต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถดึงศักยภาพของเทคโนโลยี Cloud ออกมาได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

โครงการ Blossom ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการด้าน IT ที่มาพร้อมกับส่วนลดสำหรับการใช้ทรัพยากรด้าน Cloud และบริการในระยะยาวอื่น ๆ เช่น การอบรมทักษะการใช้งานฟรี หรือโอกาสต่างๆ ทางการตลาดสำหรับผู้ให้บริการด้าน IT ขนาดเล็กและขนาดกลาง

ในขณะเดียวกัน เพื่อบ่มเพาะและเร่งการเติบโตของบริษัทสตาร์ทอัพต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียเปซิฟิก หัวเว่ยยังได้เปิดตัวโครงการ Spark การแข่งขันสตาร์ทอัพระดับโลกในประเทศสิงคโปร์ไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยหัวเว่ยจะลงทุนเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งเสริมเหล่าบริษัท Deep Tech Startups ต่างๆ โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G, AI/Machine Learning และ Analytics, IoT, Mobile Edge Computing รวมไปถึงแอปพลิเคชันมือถือและ SaaS

 

 

ผู้เข้าร่วมโครงการ Huawei Spark จะได้รับทรัพยากรด้าน Cloud การสนับสนุนเชิงฮาร์ดแวร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โมดูล AI และโซลูชันอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่มีเทคโนโลยี AI เป็นพื้นฐาน ตลอดจนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส การสนับสนุนอื่น ๆ เช่น โครงสร้าง ฐานข้อมูล และระบบปฏิบัติการของ AI เพื่อนำมาใช้พัฒนาแอปพลิเคชัน การให้บริการ และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของผู้เข้าร่วมโครงการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด

บริษัทสตาร์ทอัพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรในอีโคซิสเต็มเฉพาะของหัวเว่ยผ่านโมเดล 3 ระดับที่ชื่อว่า Spark Fire คือ “ขายให้ (sell-to), ขายด้วย (sell-with) และขายผ่าน (sell-through)” โดยอาจเป็นไปได้ว่าหัวเว่ยจะเป็นลูกค้ารายแรกของธุรกิจสตาร์ทอัพเหล่านี้ และจะทำงานร่วมกับพวกเขาในฐานะพาร์ทเนอร์ธุรกิจ พร้อมทั้งให้บรรดาสตาร์ทอัพได้รู้จักกับลูกค้าที่เป็นองค์กรธุรกิจจำนวนมากทั่วโลก นอกจากนี้ บริษัทสตาร์ทอัพจะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือหัวเว่ยจำนวนมากกว่า 600 ล้านคน ผ่านระบบ Huawei Mobile Services (HMS) และ Huawei App Gallery รวมทั้งเข้าถึงผู้ใช้ที่เป็นองค์กรธุรกิจอีกหลายล้านรายทั่วโลกผ่าน Huawei Cloud Marketplace

ลีโอ เจียง (Leo Jiang) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัล กลุ่มธุรกิจคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ของหัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ไร้พรมแดนและจะเฟื่องฟูได้ด้วยความร่วมมือ หัวเว่ยให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานเสมอ รวมถึงจะให้การสนับสนุนแก่พาร์ทเนอร์ในอีโคซิสเต็มของเราผ่านศักยภาพของเทคโนโลยีคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าธุรกิจสตาร์ทอัพจะเติบโตอย่างรวดเร็วและมั่นคงยิ่งขึ้นเมื่อมีคนให้คำแนะนำและให้การสนับสนุนอย่างถูกต้องเหมาะสมผ่านโครงการ Huawei Spark และจะทำให้เกิดการสร้างงานขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่เพียงแค่ในระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระดับโลกด้วย”

งานประชุมสุดยอดครั้งนี้ยังจัดแสดงถึงความร่วมมือระหว่าง HUAWEI CLOUD และ Nestia ของสิงคโปร์ แอปพลิเคชันไลฟ์สไตล์ “ครบจบในที่เดียว” และเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้คนค้นหาข้อมูลเฉพาะจากในพื้นที่นั้นๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น การได้ทำงานร่วมกับ HUAWEI CLOUD ทำให้ Nestia สามารถขยายขอบเขตการบริการของบริษัทได้ ซึ่งรวมไปถึงผลิตภัณฑ์ Cocos Game Integration, การประมวลผลภาพของโปรแกรม Open Broadcaster Software (OBS) และการทำ Content Moderation โดยปัจจุบันแอปพลิเคชันดังกล่าวมอบประสบการณ์เหนือระดับผ่านบริการต่างๆ ให้กับผู้ที่ใช้เป็นประจำทุกวันกว่า 200,000 ราย ซึ่งร้อยละ 96.6 ของจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ใช้ในพื้นที่

“HUAWEI CLOUD มุ่งมั่นที่จะสร้างอีโคซิสเต็มที่เข้มแข็งเพื่อการประสบความสำเร็จร่วมกัน เราจะเดินหน้าให้การสนับสนุนและเปิดโอกาสให้กับพาร์ทเนอร์ของเราในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงลงทุนในการอบรมผู้มีความสามารถและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นโซลูชันร่วมกัน ผ่านโครงการต่างๆ อย่างเช่น Huawei Spark และ AI Lab โดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้าง Connectivity + Computing + Cloud synergy ของเราที่มีการทำงานร่วมกัน เราจึงสามารถมอบแพลตฟอร์มที่มีความอัจฉริยะ ทำงานได้อย่างอัตโนมัติ และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลให้แก่คอนเทนต์ แอปพลิเคชัน และอัลกอริทึมของพาร์ทเนอร์ ด้วยความร่วมมือกันดังกล่าว เราจะสามารถสร้างอีโคซิสเต็มที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูไปด้วยกัน และจะนำมาซึ่งโลกอัจฉริยะที่ก้าวไปข้างหน้าและเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ” แดเนียล โจว (Daniel Zhou) ประธานกลุ่มธุรกิจคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ของหัวเว่ย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว

 

เกี่ยวกับหัวเว่ย 

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที, สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คนทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า เรามีพนักงานกว่า 194,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด   

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com  

ติดตามเราได้ที่ 

http://www.linkedin.com/company/Huawei  

http://www.twitter.com/Huawei  

http://www.facebook.com/HuaweiTechTH  

http://www.youtube.com/Huawei  

 



About Maylada

Check Also

Tableau & AWS Webinar: ใช้ประโยชน์จากพลังของโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลแบบคลาวด์อันทันสมัย [27 ต.ค. 2020 เวลา 10.00น.]

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ Chief Data Officer, Data Scientist, Data Analyst, Data Engineer, IT Manager, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง Tableau & AWS Webinar ในหัวข้อเรื่อง "ใช้ประโยชน์จากพลังของโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลแบบคลาวด์อันทันสมัย" เพื่อทำความรู้จักกับภาพรวมของการวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจองค์กรอย่างครบวงจรบน Cloud ด้วยเครื่องมือจาก Amazon Web Services (AWS) และ Tableau ในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2020 เวลา 10.00 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

[Guest Post]ดีลอยท์มองเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว แนะภาคธุรกิจเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่ “เน็กซ์นอร์มอล”

ดีลอยท์ ประเทศไทย มองภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีหน้าอยู่ในขั้นฟื้นตัว แต่เป็นไปอย่างช้า ๆ  และยังเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยต่างๆ ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ พร้อมก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงแบบ “เน็กซ์นอร์มอล” ใน 4 มิติ ทั้งด้าน สังคม ธุรกิจ …