เสริมพลังประมวลผลให้ถึงขีดสุด ตอบโจทย์ทุกการทำ Digital Transformation ด้วย HPE Superdome Flex 280 Server

เมื่อธุรกิจต่างหันมาพึ่งพาโลกออนไลน์เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อเป็นช่องทางการขายหรือการให้บริการแก่ลูกค้า, การนำซอฟต์แวร์ ERP หรือ CRM มาใช้เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ หรือกรณีอื่นๆ แนวโน้มเหล่านี้ได้ส่งผลให้ธุรกิจองค์กรนั้นต้องมองหาแนวทางที่จะทำให้ระบบดิจิทัลเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างมั่นคงทนทานและมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดติดขัด

HPE ในฐานะของผู้นำเทคโนโลยี Server สำหรับธุรกิจองค์กร จึงได้พัฒนาโซลูชันขึ้นมาตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะภายใต้ผลิตภัณฑ์ HPE Superdome Flex 280 Server ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาใหม่ล่าสุด ในฐานะของ Server ที่ถูกออกแบบมาให้มีความมั่นคงทนทานสูงเป็นพิเศษ ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อรองรับระบบแอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ที่ต้องการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงในทุกๆ วันให้ต่อเนื่องยาวนานได้มากที่สุด

HPE Superdome Flex 280 Server: สุดยอดระบบ x86 Server สำหรับงานระดับ Mission-Critical

โดยทั่วไปแล้วหากเราพูดถึง HPE Server เรามักนึกถึงแต่ HPE ProLiant Server ที่เป็นเครื่อง Server สำหรับการใช้งานทั่วไปในระดับธุึกิจองค์กรเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว HPE ยังมี Server ในตระกูลอื่นๆ อีกอย่างเช่น HPE Superdome Flex ที่ออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นการใช้งานได้อย่างมั่นคงทนทานสูงสุด สำหรับตอบโจทย์ของระบบที่ต้องการให้มี Downtime ต่ำที่สุด หรือ HPE Apollo ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูงโดยเฉพาะ เป็นต้น

สำหรับ HPE Superdome Flex 280 Server นี้คือระบบ Server ความมั่นคงทนทานสูงรุ่นล่าสุดจาก HPE ที่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานร่วมกับ Mission-Critical Application เป็นหลัก ให้ระบบสามารถทำงานได้ต่อเนื่องยาวนานหลายปีโดยที่มี Downtime น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ระบบสำคัญของธุรกิจองค์กรทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอันเกิดจากการหยุดทำงานของระบบ

ภายใน HPE Superdome Flex 280 Server นี้ได้มีการผสานรวมนวัตกรรมชั้นนำเอาไว้มากมาย ทำให้แตกต่างจาก Server ทั่วไปตามท้องตลาด ดังนี้

ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้หน่วยประมวลผล 2-4 Socket

HPE Superdome Flex 280 Server จะรองรับการติดตั้งหน่วยประมวลผล 3rd Generation Intel Xeon Scalable Processor ทั้งในรุ่น Gold และ Platinum ได้ตั้งแต่ 2-4 Socket และสามารถเพิ่มขยายสูงสุดในแบบ Scale-Up ได้ถึง 8 Socket ทำให้ในแต่ละเครื่องนั้นสามารถรองรับการประมวลผลได้เหนือกว่า Server ทั่วๆ ไป 2-8 เท่าเลยทีเดียว

ในขณะเดียวกัน Server เครื่องนี้ยังออกแบบระบบ Mainboard มาให้รองรับศักยภาพของ 3rd Generation Intel Xeon Scalable Processor ได้อย่างเต็มที่ ด้วยการรองรับ 6 UPI Link ต่อ CPU ทำให้มี Bandwidth ในการรับส่งข้อมูลที่สูงยิ่งขึ้น และยังสามารถติดตั้ง RAM, PCIe, HDD, SSD และอื่นๆ เพิ่มเติมในเครื่องได้อย่างอิสระ

สำหรับระบบขนาดใหญ่ที่ต้องการความง่ายดายในการบริหารจัดการ HPE ก็พร้อมตอบโจทย์นี้ได้ด้วยการออกแบบ HPE Superdome Flex 280 Server ให้สามารถบริหารจัดการได้ผ่าน HPE OneView, OpenStack, Redfish API พร้อมทั้งหน้า GUI ในการบริหารจัดการรายเครื่องที่ใช้งานได้ง่าย

ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นนี้ช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในกรณีศึกษาหนึ่งนั้นพบว่าการใช้ HPE Superdome Flex ร่วมกับ ENSIGN นั้นจะสามารถทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้านความมั่นคงปลอดภัยและตรวจจับภัยคุกคาม Showshoe ได้ในเวลาเพียงแค่ 25 นาทีเท่านั้น ในขณะที่การใช้งาน Server ทั่วไปร่วมกับ Splunk นั้นจะต้องใช้เวลานานถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว นับเป็นความต่างที่มากถึง 16 เท่า

รองรับ Workload ประสิทธิภาพสูงด้วยการออกแบบในแบบ Modular

HPE Superdome Flex 280 Server รองรับหน่วยความจำตั้งแต่ 64GB – 24TB ด้วยการผสมผสานกันระหว่าง DRAM และ Persistent Memory ทำให้สามารถรองรับระบบ In-Memory และ Real-Time ได้เป็นอย่างดี โดยอาศัยความสามารถของ Intel Optane Persistent Memory 200 Series นั่นเอง

นอกจากนี้ ในตัวเครื่องยังมีการออกแบบระบบ I/O อย่างยืดหยุ่น ด้วยการรองรับการติดตั้งการ์ด PCIe 3.0 มากถึง 32 ชุดด้วยกัน และเปิดให้เลือกได้ว่าจะใช้ 16-slot (low profile) หรือ 12-slot (FH/FW) ทำให้สามารถเลือกติดตั้งการ์ดที่แตกต่างกันไปตามความต้องการของแต่ละระบบได้

HPE Superdome Flex 280 Server นี้รองรับการติดตั้ง SAS/SATA/NVMe Drive ได้ภายในเครื่องสูงสุดถึง 20 ชุด พร้อมรองรับการทำ RAID และ Hardware Encryption เพื่อปกป้องข้อมูลภายในเครื่อง รวมถึงยังสามารถเชื่อมต่อใช้งานร่วมกับระบบ Enterprise Storage ภายนอกได้อย่างอิสระ

จุดเด่นเหล่านี้ได้ทำให้ HPE Superdome Flex ถูกนำไปใช้ในโครงการทางด้าน AI อย่างแพร่หลาย เช่น ในระบบ Neocortex ของ Pittsburgh Supercomputing Center ที่ใช้ HPE Superdome Flex เพื่อลดจำนวน Node ของเครื่องที่ต้องใช้ประมวลผลลง และทำให้การประมวลผลโดยรวมมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น และลดความซับซ้อนของการประมวลผลลงได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังไม่ต้องทำการกระจายข้อมูลปริมาณมากอย่างที่เคยต้องทำในอดีต

นอกจากการประมวลผลประสิทธิภาพสูงแล้ว HPE Superdome Flex ก็ยังถูกใช้ในระบบ SAP HANA โดยการผ่านการรับรองถึงระดับ Class L ที่สามารถใช้รองรับระบบ HANA ขนาด 12TB ภายในเครื่องเดียว เพื่อรองรับประสิทธิภาพระดับ 5,000 Qs/H สำหรับข้อมูล 2,800 ล้านรายการได้ ทำให้องค์กรสามารถออกแบบระบบ SAP HANA ที่มีขนาดใหญ่ได้ และรองรับการเพิ่มขยายได้ในแบบ Scale-Up เพื่อความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว

ทนทานและปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจาก HPE

จุดเด่นสำคัญสูงสุดของ HPE Superdome Flex 280 Server รุ่นนี้ก็คือการออกแบบด้านความมั่นคงทนทานและความมั่นคงปลอดภัยที่แตกต่างและเหนือกว่า Server ทั่วไปด้วยแนวทางที่หลากหลาย ได้แก่

Firmware-First Approach ด้วยการออกแบบ Firmware ส่วนต่างๆ ในเครื่องให้มีการตรวจสอบความผิดพลาดและทำการแก้ไขก่อนที่จะส่งข้อมูลต่อไปยังระดับของระบบปฏิบัติการ ทำให้การทำงานของระบบเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องแม้จะมีความผิดพลาดของ Hardware เกิดขึ้น ช่วยลด Downtime ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Analysis Engine ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่จะทำการรวบรวมข้อมูลจาก Hardware ส่วนต่างๆ ภายในเครื่องเพื่อทำการทำนายแนวโน้มที่ Hardware ใดๆ จะเกิดความเสียหายหรือความผิดพลาดในการทำงาน และดำเนินการทำ Self-Repair โดยอัตโนมัติภายในตัว ช่วยเสริมความมั่นคงทนทานให้กับระบบโดยรวมอีกทาง

Silicon Root of Trust ปกป้องระบบไม่ให้ถูกโจมตีในระดับ Firmware ลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยลง และปกป้อง Firmware ให้ทำงานได้อย่างถูกต้องแม่นยำอยู่เสมอ

HPE Serviceguard for Linux (SGLX) โซลูชันเสริมสำหรับการทำ High-Availability & Disaster Recovery Clustering ให้กับ Linux เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรในปัจจุบันที่มักใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการเบื้องหลังระบบแอปพลิเคชันสำคัญของธุรกิจ ให้มีความมั่นคงทนทานสูงสุดด้วยการผสานความสามารถในการทำ Fault Tolerant ทั้งในระดับของ Hardware และ Software เข้าด้วยกัน

จะเห็นได้ว่าความสามารถที่ถูกเสริมเข้ามาเหล่านี้เป็นความสามารถที่ไม่ค่อยจะพบเจอในเครื่อง Server ทั่วๆ ไป แต่มักจะเจอในเครื่องระดับ Mainframe เป็นหลัก ทำให้ HPE Superdome Flex 280 Server นี้ถูกใช้งานในระบบสำคัญของธุรกิจองค์กรได้อย่างหลากหลาย รวมถึงถูกใช้งานทดแทนระบบ Mainframe ในบางธุรกิจได้เลยเช่นกัน

เลือกใช้งานได้อย่างอิสระ ด้วยรูปแบบการลงทุนที่หลากหลาย

ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกใช้งาน HPE Superdome Flex 280 Server ได้ทั้งในรูปแบบของการจัดซื้อตามปกติ, การเช่าใช้งานผ่าน HPE Pointnext Services และการคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงแบบ IT-as-a-Service ผ่านทาง HPE GreenLake ทำให้การลงทุนในการทำ Digital Transformation นี้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น และสามารถช่วยให้ CFO ของธุรกิจเอาชนะความท้าทายที่เกิดขึ้นในการลงทุนเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องขององค์กรได้ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE Superdome Flex 280 Server ได้ที่ https://clickhpe.com/hpe-superdome-280-flex-servers/?utm_campaign=TTTBanner

สนใจ HPE Superdome Flex 280 Server ติดต่อทีมงาน HPE ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน HPE Superdome Flex 280 Server หรือ HPE Superdome Flex รุ่นอื่นๆ สามารถกรอกแบบฟอร์มที่ https://bit.ly/32gZb03 เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี! The New Digital Age: Reshaping The Future Of Your Digital Workforce [16 มิ.ย.22]

มาร่วมค้นหา New Operating Model ในการนำ Intelligent Automation (IA) เข้ามาช่วยผลักดันให้เป็นผู้นำในธุรกิจแม้สถานการณ์โลกต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมแนะนำการลงทุนใน IA ให้คุ้มค่าจากประสบการณ์ของ Blue Prism CTO …

ปกป้องข้อมูลและกู้สถานการณ์จาก Ransomware โดยอัตโนมัติ ด้วย IBM FlashSystem Cyber Vault

ทุกวันนี้ การรับมือกับ Ransomware ได้กลายเป็นหนึ่งในหน้าที่พื้นฐานของเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ภายในองค์กรไปแล้ว และแน่นอนว่าเหล่าผู้พัฒนาโซลูชันระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล โดยเฉพาะ Enterprise Storage เองต่างก็ได้มีการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ในการรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว