Heritage Estates พลิกธุรกิจจากผู้ให้บริการ Service Office สู่การเป็นผู้วางกลยุทธ์ Satellite Office ปรับธุรกิจได้อย่างมั่นคงด้วย SAP Business One on HANA

ด้วยรูปแบบของการทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปจากการทำงานในออฟฟิศ ไปสู่การทำงานที่บ้าน และกำลังจะก้าวสู่ยุคของการทำงานแบบ Hybrid Work ทำให้ธุรกิจผู้ให้บริการพื้นที่สำหรับอาคารสำนักงานนั้นต้องมีโจทย์ใหญ่ในการปรับตัวกันอย่างเร่งด่วน เพื่อตอบรับต่อความต้องการของ “พื้นที่ทำงาน” ที่กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ในครั้งนี้ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณนาฏยา เหล่าวานิช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ
(Chief Operating Officer) บริษัท เฮอริเทจ เอสเตทส์ จำกัด ถึงวิสัยทัศน์ในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงของธุรกิจผู้บริหารจัดการพื้นที่สำนักงานและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงบทเรียนจากการประยุกต์นำระบบ ERP อย่าง SAP Business One มาใช้เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกับธุรกิจนี้เป็นไปได้อย่างแม่นยำและมั่นคง

รู้จัก Heritage Estates ผู้บริหารพื้นที่ทำงานและสำนักงาน รวมถึงเปิดให้บริการ Co-Working Space ชื่อดังอย่าง Glowfish

คุณนาฏยาได้เริ่มแนะนำให้เรารู้จักภาพรวมของธุรกิจในเครือ Heritage Estates ในฐานะของผู้ให้บริการ Service Office ที่เป็นธุรกิจสัญชาติไทย 100% ซึ่งต่อยอดมาจากธุรกิจของครอบครัวที่เป็นเจ้าของอาคารสำนักงานหลายแห่ง จนค่อยๆ กลายมาเป็นผู้ให้บริการ Co-Working Space ชั้นนำสำหรับธุรกิจหลากหลายอย่าง Glowfish ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่ 3  แห่งได้แก่ที่อาคารอโศกทาวเวอร์, อาคารสาทรธานี และอาคารสาทรนคร

นอกเหนือจาก Glowfish แล้ว ภายใต้เครือ Heritage Estates เองก็ยังดำเนินธุรกิจห้องประชุม ห้องสัมมนา และศูนย์อาหาร ที่อาคารสาทรธานี และโรงแรมบูทิคอย่าง Ad Lib ในโซนสุขุมวิทด้วย

หัวใจของการบริหารจัดการพื้นที่สำนักงานคือ “การออกแบบประสบการณ์”

จุดเด่นหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจของ Heritage Estates โดดเด่นนั้นก็คือ “ความใส่ใจในการออกแบบและการบริการ” ที่ทางผู้บริหารและทีมงานต่างก็มีวิสัยทัศน์ที่ตรงกันว่าธุรกิจหลักของ Heritage Estates นั้นไม่ใช่การบริหารพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าภาคธุรกิจที่มาเช่าใช้พื้นที่ทำสำนักงาน ดังนั้นการออกแบบพื้นที่เหล่านี้ให้ตอบโจทย์ต่อการทำงาน, การสร้างความสุขให้การทำงาน และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลูกค้าได้อย่างครบถ้วน เรียกได้ว่าต้องผสมผสานทั้งศาสตร์ทางด้าน Space Design และ Service Design เข้าด้วยกันเพื่อสร้าง Customer Journey ให้กับลูกค้า

เมื่อวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและทีมงานเป็นไปในทิศทางนี้ รายละเอียดต่างๆ ในพื้นที่สำนักงานที่ Heritage Estates นำเสนอจึงเต็มไปด้วยความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบไฟฟ้าให้สว่างทั่วถึงทำงานได้สะดวก, การออกแบบระบบถ่ายเทอากาศให้รองรับการทำงานได้ทั้งวัน และการจ้างบุคลากรเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถหลากหลาย ทั้งจิตใจที่รักการบริการ, มีทักษะในการสื่อสารได้หลายภาษา, พร้อมเปิดรับต่อการเปลี่ยนแปลง และมี Mindset ในการแก้ไขปัญหาที่ดี เพื่อให้พนักงานทุกคนทำหน้าที่เป็น Brand Ambassador ได้ในตัว

ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Heritage Estates สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่  https://www.glowfishoffices.com/

วิกฤต COVID-19 คือบททดสอบครั้งใหญ่ของคนทำธุรกิจทุกคน

เมื่อได้ทราบประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ของ Heritage Estates แล้ว คุณนาฏยาก็ได้เล่าถึงภาพปัจจุบันของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างหนัก ทั้งจากนโยบาย Social Distance ไปจนถึง Work from Home ที่กระทบต่อธุรกิจในส่วนของ Service Office Co-Working Space ห้องประชุม สัมมนา รวมถึงนโยบายต่างๆ ทั้งการจำกัดที่นั่งในร้านอาหาร และการกักตัวนักท่องเที่ยว ก็ทำให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมอย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ทีมงานของ Heritage Estates ต้องรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันมาอย่างต่อเนื่อง ต้องมีการวางแผนใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และยังต้องบริหารจัดการกระแสเงินสดให้ดี เพื่อดูแลลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่และขยายฐานหาลลูกค้าใหม่ๆ เพื่อมาเติมเต็มธุรกิจ คุณนาฏยาระบุว่าสถานการณ์ท่ามกลางวิกฤตในครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับผู้บริหาร และเป็นโจทย์ใหม่ที่ไม่มีตำราให้เปิดหาคำตอบ แต่ละธุรกิจต้องปรับตัวด้วยการพลิกแพลงตามแนวทางของตนเอง

อย่างไรก็ดี ก่อนที่คุณนาฏยาจะมาเป็นผู้บริหารให้กับ Heritage Estates นั้น เคยมีพื้นฐานในอุตสาหกรรมพลังงานมาก่อน จึงคุ้นเคยกับการบริหารธุรกิจด้วยข้อมูลและการทำ Data Analytics มาเป็นอย่างดี ดังนั้นการมองหาทิศทางหรือกลยุทธ์ใหม่ๆ ให้กับธุรกิจจึงอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ซึ่งช่วยให้เกิดความแม่นยำ ในขณะที่การปรับตัวในแต่ละวันอย่างต่อเนื่องของธุรกิจนั้นก็มีข้อมูลมาสนับสนุนการตัดสินใจอยู่ตลอด ทำให้ Heritage Estates ยังคงพยุงธุรกิจอยู่ และพร้อมจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ก้าวสู่ภาพใหม่ ของบทบาทผู้ช่วยธุรกิจองค์กรวางกลยุทธ์ Satellite Office เทรนด์ใหม่แห่งการทำงาน

คุณนาฏยากล่าวว่าการปรับตัวที่ใหญ่ที่สุดของ Heritage Estates ท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้ ก็คือการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่มีอยู่เดิมไปสร้างบริการใหม่เพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการของธุรกิจในอนาคตหลังยุค COVID-19 นั่นเอง

ในมุมมองของ Heritage Estates นั้น ในอนาคตการทำงานจะต้องมุ่งสู่การทำงานแบบ Hybrid Work อย่างเต็มตัวที่เปิดให้พนักงานสามารถทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาทั้งภายในและภายนอกออฟฟิศ ในขณะที่การเช่าออฟฟิศขององค์กรนั้นก็จะเปลี่ยนรูปแบบจากการเช่าพื้นที่ขนาดใหญ่เพียงที่เดียว ไปสู่การเช่าออฟฟิศขนาดเล็กจำนวนมากที่มีความยืดหยุ่นสูงและกระจายตัวกันอยู่ในหลายพื้นที่หรือที่เรียกว่า Satellite Office เพื่อให้พนักงานแต่ละคนสามารถเดินทางมาเข้าถึงออฟฟิศที่อยู่ใกล้กับตนเองได้อย่างสะดวก และยังสามารถใช้ทรัพยากรส่วนกลางของบริษัทในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังเลือกที่จะทำงานจากที่บ้าน หรือเดินทางไปหาลูกค้าในที่ต่างๆ แล้วเข้าไปทำงานต่อในออฟฟิศที่อยู่ใกล้แทนได้

เพื่อตอบโจทย์วิสัยทัศน์ดังกล่าวนี้ คุณนาฏยาระบุว่า Heritage Estates จึงปรับตัวเองจากในฐานะของผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงาน ไปสู่การเป็นที่ปรึกษาองค์กรเพื่อวางกลยุทธ์ด้าน Satellite Office และรับบริหารจัดการ Satellite Office เหล่านี้แบบครบวงจร ตั้งแต่การทำความเข้าใจโจทย์ของธุรกิจ, การเฟ้นหาพื้นที่ที่เหมาะสม, การออกแบบพื้นที่ทำงานและประสบการณ์ภายใน Satellite Office แต่ละแห่ง ไปจนถึงการเสริมบริการต่างๆ เช่น ศูนย์อาหาร, มุมพักผ่อน, มุมสุขภาพ, มุมออกกำลังกาย หรือ กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มพนักงาน เพิ่มเติมเข้าไปยังพื้นที่ทำงาน เพื่อให้สะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรและความเอาใจใส่ดูแลพนักงาน โดย Heritage Estates จะรับดูแลบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละ Office ให้กับองค์กร เสมือนเป็นฝ่ายอาคารขององค์กรนั้นๆ

คุณนาฏยาสรุปถึงเทรนด์ในอนาคตที่ Heritage Estates มองว่า

Satellite Office จะต้องเป็นสถานที่ทำงานที่ดึงดูดให้พนักงานอยากออกจากบ้านไปทำงานมากที่สุด

ERP: เครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจที่มีรายละเอียดในการดำเนินการสูง

เมื่อเราเริ่มเห็นภาพกันแล้วว่าธุรกิจของ Heritage Estates นั้นไม่ได้มีเพียงแค่การให้เช่าออฟฟิศสำนักงาน แต่ยังมีประเด็นของการให้บริการ และการออกแบบพื้นที่หรือกระบวนการต่างๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ของการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีอยู่เสมอ ทำให้ Heritage Estates นั้นมีกลิ่นอายของความเป็นธุรกิจที่ปรึกษาและผู้ให้บริการเสียมากกว่าที่จะเป็นผู้ให้เช่าสำนักงาน

ประเด็นนี้เองได้ทำให้ระบบเบื้องหลังอย่าง Enterprise Resource Planning หรือ ERP นั้นต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงาน ตั้งแต่การเก็บข้อมูลและความต้องการของลูกค้า, การกำหนดแผนการทำงาน ไปจนถึงการคำนวณต้นทุนต่างๆ ย้อนกลับเข้ามาเป็นรายงานทางบัญชีและการเงินรายวันเพื่อให้การบริหารจัดการงานที่มีความซับซ้อนสูงนี้เป็นไปได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ดี การใช้งานระบบ ERP ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้บริหารของธุรกิจจะต้องเข้าใจถึงแก่นของธุรกิจและมองเห็นลำดับความสำคัญในการตัดสินใจในเชิงธุรกิจให้รอบด้านเสียก่อน รวมถึงจะต้องมีความตั้งใจที่จะนำ ERP เข้ามาใช้งานให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของทุกๆ คนในองค์กร ซึ่งจะต้องใช้กำลังในการผลักดันเป็นอย่างมาก

SAP Business One Credit: SAP

เลือกใช้ SAP Business One เป็นเครื่องมือประจำของผู้บริหารและพนักงานทุกคน

ด้วยความคุ้นเคยของคุณนาฏยาในการใช้งาน SAP ในการบริหารจัดการธุรกิจมาตั้งแต่ในอดีต ทำให้คุณนาฏยาตัดสินใจเลือกใช้ SAP Business One ซึ่งเป็นโซลูชันระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในการขับเคลื่อนธุรกิจของ
Heritage Estates

ในช่วงแรกเริ่มนั้น Heritage Estates เริ่มต้นจากการใช้งานโมดูลสำคัญๆ อย่างเช่นระบบบัญชีการเงินก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ขยายฐานการใช้งานไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ เช่นการบริหารจัดการห้องสำนักงานหรืออุปกรณ์ต่างๆ ภายในสำนักงานเพิ่มเติมมากขึ้น

เป้าหมายของคุณนาฏยานั้นคือการทำให้ SAP Business One กลายเป็นเครื่องมือที่พนักงานทุกคนใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจไปด้วยกัน ดังนั้นแนวทางการวางระบบของ SAP Business One นั้นจึงเปิดให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมอยู่เสมอ ตั้งแต่การออกแบบ Workflow การทำงานของแผนกต่างๆ ร่วมกับพนักงานที่อยู่หน้างานเพื่อให้มีการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนและทำงานได้สะดวกรวดเร็ว, การออกแบบ Cost Structure ของการให้บริการต่างๆ ร่วมกับฝ่ายขายและเจ้าหน้าที่หน้างาน ไปจนถึงกระบวนการอื่นๆ เพื่อให้ SAP Business One กลายเป็นเครื่องมือที่เกิดประโยชน์กับทุกคนและสามารถใช้งานได้จริง

จากการใช้งาน SAP Business One มาเป็นเวลา 2 ปี คุณนาฏยาได้ชี้ให้เห็นว่าการทำงานโดยมีข้อมูลที่ชัดเจนนี้ ทำให้พนักงานทุกคนในองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น โดยไม่ได้เป็นเพียงแค่เพราะมีข้อมูลประกอบการทำงานที่ครบถ้วน แต่การที่พนักงานได้เห็นความชัดเจนในการทำงานและปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อธุรกิจ จึงทำให้พนักงานเกิดความเข้าใจในการทำธุรกิจมากขึ้น และทำให้การปรับปรุงธุรกิจให้ดีขึ้นในแต่ละวันเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกัน การทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของทุกคน และทุกคนมีส่วนร่วมกับการออกแบบระบบ SAP นี้ ก็ทำให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในองค์กรมากขึ้น ตั้งแต่การที่พนักงานฝ่ายขายนั้นเริ่มเรียนรู้ที่จะกำหนด Cost Structure ของแต่ละบริการใหม่ๆ ที่ลูกค้าร้องขอขึ้นมาได้ ทำให้การปิดการขายเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยไม่ต้องเสียเวลาการประชุมที่มากมาย และสามารถมีอำนาจตัดสินใจได้ หรือการที่พนักงานหน้างานนำเสนอแนวทางใหม่ๆ ที่จะช่วยสร้าง Customer Journey ที่ดีขึ้นและสะท้อนแนวคิดดังกล่าวกลับเข้าไปในระบบ ทำให้ SAP Business One ได้กลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของทุกๆ คนที่ Heritage Estates

เรียนรู้การใช้ SAPBusiness One และเติบโตไปด้วยกันกับ ISS Consulting

จุดสำคัญหนึ่งที่ทำให้ Heritage Estates ประสบความสำเร็จในการใช้งาน SAP Business One ก็คือการมีทีม Implementer อย่าง ISS Consulting ที่มาช่วยถ่ายทอดความรู้และอธิบายประเด็นต่างๆ ในเชิงเทคโนโลยีหรือแนวปฏิบัติให้กับทีมงาน ทำให้ทีมงานสามารถปรับตัวเรียนรู้และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้อย่างรวดเร็ว

คุณนาฏยามองว่าทุกๆ วันนี้ที่ทำงานร่วมกับ ISS Consulting ก็เหมือนเป็นการเรียนรู้และเติบโตร่วมกันไป เพราะในมุมของ Heritage Estates นั้นเห็นว่า SAP Business One ยังมีความสามารถอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Business Dashboard ในรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจทำให้ Heritage Estates ได้มองเห็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจได้ ซึ่งการที่มี ISS Consulting คอยให้คำปรึกษาด้านนี้ก็จะทำให้ Heritage Estates สามารถพัฒนาแนวทางการใช้ข้อมูลสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังมองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการผสานรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ เข้ามาใช้วิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลทางธุรกิจที่มีอยู่เพื่อทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ได้มากขึ้นในอนาคต

แนะธุรกิจไทย ปรับตัวให้ทัน + ให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่

คุณนาฏยาได้ทิ้งท้ายในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ถึงเทรนด์หลักของธุรกิจที่กำลังจะเปลี่ยนไป ทั้งการทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา, การลดขนาดออฟฟิศ ไปจนถึงประเด็นต่างๆ ว่าความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้เองได้ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของระบบ ERP ที่จะทำให้ทุกๆ ก้าวของการตัดสินใจในเชิงธุรกิจเป็นไปได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากที่สุด

นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกธุรกิจควรให้ความสำคัญคือการทำความเข้าใจมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญต่อ ภาคธุรกิจในอนาคต เพราะคนรุ่นใหม่นี้ถือเป็นคนกลุ่มที่มีศักยภาพสูง และมีความกล้าในการทำสิ่งใหม่ๆ ที่ธุรกิจอาจจะยังไม่เคยทำมาก่อน ดังนั้นการเอาชนะใจของคนรุ่นใหม่ได้นั้น จะหมายถึงการที่ธุรกิจจะมีพนักงานที่มีศักยภาพสูงเข้ามาช่วยเร่งสร้างการเติบโต และการที่ธุรกิจจะสามารถเข้าถึงตลาดของคนรุ่นใหม่ที่เป็นโอกาสสำคัญต่อธุรกิจได้

เกี่ยวกับ ISS Consulting

ISS Consulting (Thailand) Ltd. เป็นพาร์ทเนอร์กับ SAP ในระดับ Platinum และ SAP Global Partner ที่สามารถให้บริการด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งโซลูชั่นของ SAP อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก/กลาง/ใหญ่ ในหลากหลายอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 21 ปี โดยปัจจุบันนี้มีลูกค้าธุรกิจและองค์กรทั่วประเทศไทยรวมมากกว่า 250 ราย พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทยโดยทีมงานกว่า 300 คน

ปัจจุบัน ISS Consulting (Thailand) Ltd. ได้เข้าร่วมเป็นบริษัทในกลุ่ม NTT DATA และ itelligence ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก ทำให้บริษัท มีความสามารถในการนำเสนอ SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทยในขอบเขตที่กว้างยิ่งขึ้นและครบวงจรมากยิ่งขึ้น ทางด้าน SAP Partner นั้น ISS Consulting (Thailand) Ltd. ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่ม SAP Global Partner ทำให้บริษัทมีศักยภาพมากขึ้นในการนำเสนอ SAPโซลูชั่นธุรกิจระดับโลก

ผู้ที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่อง SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น ISS Consulting พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ ติดต่อได้ที่ โทร 02 237 05553 หรือติดตาม ISS Consulting (Thailand) ได้ที่ Link ด้านล่างนี้

Website: bit.ly/ISSConsultinbwebsite

Facebook: bit.ly/issconsultingfb

Instagram: bit.ly/ISSInstagram

YouTube: bit.ly/issconsulting


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Data Quality Governance สำคัญอย่างไร? ทำไมธุรกิจองค์กรที่มีกลยุทธ์ด้าน Data และ AI จึงต้องใส่ใจประเด็นนี้?

ทุกวันนี้เหล่าผู้นำฝ่ายวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูลในธุรกิจองค์กรนั้นต่างให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้าน Cloud, AI Analytics, Digital Customer Experience และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งส่งผลให้หลายองค์กรนั้นต้องกลับมาให้ความสำคัญกับประเด็นด้านคุณภาพของข้อมูลหรือการทำ Data Quality Governance ตามไปด้วย เพื่อเป็นการวางรากฐานสำคัญให้โครงการด้าน …

Samsung Knox Suite :โซลูชันสำหรับความปลอดภัย และความคล่องตัวการจัดการอุปกรณ์ Smartphone และ Tablet ขององค์กร ตอบโจทย์ Enterprise Mobility แบบ All-in-One

การใช้ Smartphone หรือ Tablet ในภาคธุรกิจองค์กรนั้นกลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปแล้ว ด้วยคุณสมบัติของอุปกรณ์เหล่านี้ที่ตอบโจทย์เฉพาะทางได้ดียิ่งกว่า PC ในงานที่ต้องมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา, การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ อย่างทันท่วงที ไปจนถึงการใช้ความสามารถของอุปกรณ์เหล่านี้อย่างเช่นกล้องหรือเซ็นเซอร์ต่างๆ ทำให้เกิดการประยุกต์ใช้งานในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นคมนาคมขนส่ง, โรงงาน, การแพทย์, …