พบแฮ็กเกอร์ใช้ Cloudflare Tunnel ช่วยหลบหลีกการตรวจจับมากขึ้น

GuidePoint DFIR และ GRIT Team ได้ออกรายงาน พบว่าแฮ็กเกอร์มีการใช้ Cloudflare Tunnel ช่วยหลบหลีกการตรวจจับในขั้นตอนการโจมตีมากขึ้น

Cloudflare Tunnel เป็นบริการสร้าง Outbound-only connection จากเครื่องผู้ใช้งานไปยังเครือข่ายของ Cloudflare ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความรวดเร็วในการใช้งานบริการขององค์กร อย่างไรก็ตามแฮ็กเกอร์มีการใช้เส้นทางนี้ช่วยหลบหลีกการตรวจจับในขั้นตอนการโจมตีมากขึ้น เนื่องจากสามารถ Bypass การตรวจจับจาก Firewall ได้และช่วยให้สามารถหลบซ่อนตัวได้นานขึ้น วิธีการนี้ไม่ใช่วิธีการใหม่แต่อย่างใด โดย Phylum ได้มีการรายงานการโจมตีที่ใช้เทคนิคนี้มาแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่า PyPI package ที่ฝังมัลแวร์บางตัวมีการใช้เทคนิคนี้ในการซ่อนตัว

GuidePoint ได้ยกตัวอย่างการใช้งาน Tunnel ที่ผู้โจมตีสามารถสร้าง RDP และ SMB connection เพื่อเชื่อมต่อไปยังเครื่องเป้าหมายและเก็บข้อมูลจากเครื่องเป้าหมายออกมาได้ผ่าน Cloudflare Tunnel โดยมีการใช้งาน HTTPS Connection และส่งข้อมูลผ่าน QUIC ผ่านพอร์ท 7844 ทำให้ระบบ Firewall และ Network Protection Solution ละเลยการตรวจสอบการเชื่อมต่อนี้ โดยแฮ็กเกอร์สามารถสร้าง Tunnel บน Cloudflare ได้อย่างรวดเร็วผ่านทางบริการ TryCloudflare โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีแต่อย่างใด

GuidePoint ได้แนะนำให้ผู้ดูแลระบบเริ่มหันมาสอดส่องดูแลการใช้งาน Tunnel ในองค์กรมากขึ้น เนื่องจากอาจถูกใช้เพื่อหลบซ่อนการโจมตีได้ โดยอาจตรวจสอบการใช้งาน DNS query หรือพอร์ทอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น 7844 รวมทั้งตรวจสอบการใช้งาน Cloudflared Client ซึ่งเป็น Client สำหรับใช้งาน Cloudflare Tunnel ในเครื่องผู้ใช้งาน ที่ติดตั้งได้ทั้งบน Windows, Linux, macOS และ Docker

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/hackers-increasingly-abuse-cloudflare-tunnels-for-stealthy-connections/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Proofpoint เข้าซื้อกิจการ Varonis มูลค่า 6,300 ล้านดอลลาร์ เสริมความแข็งแกร่งด้าน Data และ AI Security

Proofpoint ลงนามข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Varonis ผู้ให้บริการด้าน Data Security ด้วยเงินสดทั้งหมด มูลค่ารวมราว 6,300 ล้านดอลลาร์ เพื่อรวมการปกป้องข้อมูลและการรักษาความปลอดภัย AI ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว

Harmonic Security ระดมทุน 50 ล้านดอลลาร์ ช่วยองค์กรกำกับดูแลการใช้เครื่องมือ AI ของพนักงาน

Harmonic Security สตาร์ทอัพด้านความมั่นคงปลอดภัย AI สำหรับที่ทำงาน ประกาศระดมทุนรอบใหม่จำนวน 50 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายแพลตฟอร์มสำหรับการกำกับดูแลวิธีการที่พนักงานใช้เครื่องมือ AI ต่าง ๆ ในการทำงาน