[Guest Post] วิศวะมหิดล ชูความสำเร็จ 6 หลักสูตร ได้รับมาตรฐานโลก ABET ชี้ผลดีวิศวกรไทยทำงาน-เรียนต่อได้ทั่วโลก

          คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก้าวสู่ความสำเร็จเป็นที่ยอมรับในระดับโลก…โดย 6 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานโลกจาก ABET (Accreditation Board for Engineering and Technology สหรัฐอเมริกา พลิกโฉมวิชาชีพวิศวกรไทยสู่หน้าใหม่ในยุคดิสรัพชั่น นับจากนี้ไปจะสร้างความเชื่อมั่นในตลาดแรงงานของโลก แสดงศักยภาพวิศวกรไทยที่มีคุณภาพและความรู้ความสามารถในการทำงานทัดเทียมกับวิศวกรนานาประเทศ และสามารถไปศึกษาต่อได้ทั่วโลก รองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ EEC การเคลื่อนย้ายแรงงานในอาเซียน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเซียแปซิฟิก (APEC) และเขตข้อตกลงทางการค้าใหม่ระดับภูมิภาค (RCEP) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงความสำเร็จที่ได้รับการรับรองจาก ABET สหรัฐอเมริกา ถึง 6 หลักสูตร ว่า แรงบันดาลใจมาจากความคิดที่ว่า ประเทศอื่นยังทำได้ ประเทศไทยก็ทำได้ และนี่เป็นภารกิจความท้าทายเพื่อประโยชน์ต่อคนไทยและการพัฒนาประเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงผนึกพลังความร่วมมือจาก 6 ภาควิชา อาจารย์และทีมงาน ได้ทุ่มเทร่วมกันเรียนรู้และพัฒนายกระดับ เตรียมความพร้อมทั้งระบบ โดยทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ วิเคราะห์รายละเอียด เปลี่ยนข้อจำกัดให้เป็นโอกาส จนนำไปสู่ความสำเร็จ โดยคณะวิศวะมหิดล ได้รับการรับรองมาตรฐานโลกรวดเดียวถึง 6 หลักสูตรจากคณะกรรมการ ABET (Accreditation Board for Engineering and Technology) สหรัฐอเมริกา ได้แก่ 1.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 2.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเคมี 3.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล 4.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า 5.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา 6.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมที่จะตอบสนองนโยบายกระทรวง อว. ในการเป็นโมเดลตัวอย่างและแบ่งปันประสบการณ์พัฒนาการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์แก่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ให้ก้าวไปด้วยกัน

อธิการบดี ม.มหิดลแสดงความยินดีกับวิศวะมหิดลที่ได้รับ ABET 6 หลักสูตร

            มาตรฐาน ABET เป็นประโยชน์ต่อคนไทยและประเทศอย่างไร  ABET เป็นเสมือนแบรนด์ของวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก ทั้งภาคธุรกิจอุตสาหกรรม การศึกษา และวิชาชีพ ประโยชน์ของ ABET มีหลายด้าน ได้แก่

  1. ประโยชน์ต่อผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนไทย คนทำงานหรือนักศึกษานานาชาติ ที่เรียนจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล ในหลักสูตรที่ผ่านการรับรอง ABET จะสามารถโอนหน่วยกิตไปยังบ้านเกิดหรือประเทศที่จะไปศึกษาต่อได้ และที่สำคัญผู้จบการศึกษาเป็นที่ยอมรับในคุณภาพสากลและมีโอกาสเข้าทำงานได้ทั่วโลก
  2. ประโยชน์ต่อบุคลากร อาจารย์และนักวิจัย ทำให้หลักสูตรและมหาวิทยาลัยเป็นที่ยอมรับในเวทีสากลและภาคีเครือข่ายอย่างกว้างขวาง เป็นโอกาสที่เปิดกว้างต่อความร่วมมือวิจัย แหล่งองค์ความรู้เทคโนโลยี การสร้างสรรค์พัฒนานวัตกรรม เครือข่ายซัพพลายเชนด้านการผลิตเชิงพาณิชย์ที่ตอบโจทย์ในประเทศและประชาคมนานาชาติ รวมทั้งการเข้าถึงแหล่งทุนวิจัย และแหล่งเงินทุนพัฒนาสตาร์ทอัพมากยิ่งขึ้นอันจะนำไปสู่ความสำเร็จ
  3. ประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย ทำให้สถาบันการศึกษาที่ได้การรับรองจาก ABET ได้รับความเชื่อถือ ในมาตรฐานการเรียนการสอนและการดำเนินงานรอบด้าน สามารถพัฒนาองค์กรและการจัดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การศึกษาไร้พรมแดนอย่างแท้จริง ภายใต้มาตฐาน ABET ทั่วโลกอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งช่วยยกระดับระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่และการบริหารงานที่ดีเพื่อรักษาคุณภาพของการศึกษาระดับสากลไว้และขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า อย่างไม่หยุดนิ่ง
  4. ประโยชน์ต่อประเทศไทย มาตรฐาน ABET ช่วยให้มีการพัฒนาศักยภาพของวิศวกรไทยในสาขาต่างๆให้มีสมรรถนะสูง พร้อมเป็น Global Engineer สู่ระดับโลก เสริมพลังของการพัฒนาบุคลากรของประเทศให้ก้าวหน้า สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สังคมและเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างเสริมความทัดเทียมวิศวกรไทยกับวิศวกรในนานาประเทศชั้นนำ เสริมความแข็งแกร่งของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 5 อุตสาหกรรมอนาคต (S-Curve และ New S-Curve) รองรับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยในเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) การพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคต่างๆ เช่น กลุ่มอาเซียน กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเซียแปซิฟิก (APEC) กลุ่มความตกลงการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นต้น
รศ.ดร.วีระ จันทร์คง สมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (ATPAC) และ (ขวา) ศ.เมธี เวชารัตนา นายกสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (ATPAC)

            ศ.เมธี เวชารัตนา นายกสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (ATPAC) กล่าวว่า ในวงการธุรกิจอุตสาหกรรมและวิศวกรรมเทคโนโลยีในนานาประเทศทั่วโลก กำหนดว่าบุคลากรทางด้านนี้ต้องจบการศึกษาที่ได้มาตรฐาน ABET (Accreditation Board for Engineering and Technology) เป็นอย่างน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่จะแสดงถึงคุณภาพมาตรฐาน ทำให้ผู้ที่จบหลักสูตรที่ได้การรับรอง ABET ในไทยมีความเท่าเทียมกับนานาประเทศ ได้รับโอกาสไปทำงานทั่วโลก หรือเรียนต่อในระดับสากลได้ สำหรับตลาดแรงงานด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนไป ลองมองจีนที่ได้พัฒนาสร้างระบบรางทางรถไฟเชื่อมต่อมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเปลี่ยนภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นพื้นที่ของ Regional Business/Economy ตลาดงานวิศวกรจะขยายตัวไปทำงานในภูมิภาคนี้มากยิ่งขึ้น หากประเทศไทยปรับแนวทางให้สอดคล้องแล้ว ABET ก็มีส่วนช่วยเตรียมกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงให้พร้อมทำงานรองรับความต้องการของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ผ่านมาคนไทยเก่งๆ มักย้ายไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ จะทำอย่างไรให้คนเก่งมาพัฒนาประเทศของเรา ดังนั้น ABET จะช่วยดึงดูดให้เยาวชนไทยและประเทศเพื่อนบ้านมาเรียนมากขึ้น ในอนาคตหากสถาบันการศึกษาอื่นต้องการผ่านมาตรฐาน ABET ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากประเทศไทยมีโมเดลมหาวิทยาลัยที่ได้ ABET มีกำลังคนที่จะช่วยชี้แนะการยกระดับสู่ ABET ได้แล้ว

            รศ.ดร.วีระ จันทร์คง สมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (ATPAC) กล่าวว่า สมาคมฯ เป็นองค์กรวิชาชีพในสหรัฐ รู้สึกภาคภูมิใจ และยินดีที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทยได้รับการรับรอง ABET  ความสำเร็จมาจาก 4 ประการ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก (Drivers) คือ 1. มีความเชื่อมั่นในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับภาควิชา อาจารย์และทีมงาน ว่าจะได้รับประโยชน์ต่อผู้เรียน องค์กรการศึกษาและประเทศชาติ  2. มีแชมเปี้ยน หรือทีมทำงานที่ทุ่มเทและร่วมมือกัน  3. การดำเนินงานด้วยความเข้าใจและประสิทธิภาพ  4. ประสานความร่วมมือ พัฒนาและแก้ไขให้เกิดพลังอย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างไม่หยุดนิ่ง

ดร.ลักษมณ สมานสินธุ์ ผู้อำนวยการกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ 2 กองการต่างประเทศ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

            ดร.ลักษมณ สมานสินธุ์ ผู้อำนวยการกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ 2 กองการต่างประเทศ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สรุปท้ายว่า โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ให้ได้รับการรับรองจาก ABET เฟส 1 นับว่าเป็นโครงการนำร่อง หรือ Sandbox ที่ลงทุนน้อยแต่สามารถบรรลุผลสำเร็จถึง 9 หลักสูตร โดยมีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ABET มากที่สุด 6 หลักสูตร ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 1 หลักสูตร ม.เชียงใหม่ 1 หลักสูตร และ ม.เทคโนโลยีสุรนารี 1 หลักสูตร สำหรับโครงการ เฟส 2 นั้น กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อยู่ระหว่างเตรียมแผนงานสำหรับปี 2568 ถึง ปี 2569 โดยตั้งเป้าหมายจะยกระดับสู่มาตรฐาน ABET ให้ได้จำนวน 20 หลักสูตร ต่อไป

           


About Maylada

Check Also

แนวโน้มการเสนอขายโซลูชัน IoT ที่เปลี่ยนไปในปี 2022

ประโยชน์ของการนำ IoT เข้ามาใช้ในภาคธุรกิจนั้น เห็นได้ชัดเจนมาระยะหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ดีตลาดการนำเสนอจาก Vendor นั้นเริ่มมีการปรับมุมมองขายเป็นบริการแทนที่การเข้าไปขายอุปกรณ์เหมือนในอดีต

แนวโน้มของเทคโนโลยีสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2022 และการปรับตัวสู่ 400G

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา Furukawa Electric ผู้ผลิตสายสื่อสารชั้นนำได้จัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับทิศทางของเทคโนโลยีในดาต้าเซ็นเตอร์และการเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุค 400G ณ โอกาสนี้ทีมงาน TechTalkThai จึงรวบรวมประเด็นสำคัญสรุปไว้ในบทความนี้ครับ