[Guest Post] ดีป้า ร่วมกับ เอ็น.ซี.ซี. จัดงาน Thailand Smart City Expo 2022 หนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

“ดีป้า” จับมือ “เอ็น.ซี.ซี.” ร่วมจัดงาน Thailand Smart City Expo 2022 งานเดียวเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของไทยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เสริมความรู้เมืองอัจฉริยะ ผู้บริหารเมือง ผู้ร่วมประมูลโครงการ และประชาชนทั่วไป พร้อมเสริมแกร่งผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพในการพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ความต้องการของเมือง ขณะที่พันธมิตรทั้งจากภาครัฐ-เอกชน-ต่างประเทศ ร่วมโชว์นวัตกรรมคึกคัก อาทิ สมาคมไอโอที, สำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ, ผู้ประกอบการจีน-ญี่ปุ่น-มาเลเซียเกาหลี ฯลฯ ปักหมุดจัดงานหลังการจัดงานประชุม APEC วันที่ 30 พ.ย.–2 ธ.ค. 65 ณ ฮอลล์ 3-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด (เอ็น.ซี.ซี.) เปิดเผยว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยี และนวัตกรรม ได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว และเข้ามาสู่การดำเนินชีวิตในทุกมิติ ฉะนั้นทุกประเทศทั่วโลกต่างมุ่งพัฒนาเมืองให้ก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต และเสริมสร้างความปลอดภัยของพลเมือง ทั้งด้านที่อยู่อาศัย สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลไทยก็ให้ความสำคัญและเดินหน้าพัฒนาเมืองอัจฉริยะมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0 ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ด้วยปัจจัยที่ได้กล่าวมานี้ เอ็น.ซี.ซี.ฯ จึงมองเห็นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมและบริการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่จะมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีแนวคิดที่จะจัดงาน Thailand Smart City Expo 2022 งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีระดับนานาชาติด้านเมืองอัจฉริยะ ที่รวบรวมสินค้าและเทคโนโลยีฯ มาจัดแสดง เพื่อให้ผู้บริหารเมือง ผู้นำชุมชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศสามารถเลือกหาสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น

“เอ็น. ซี. ซี. มีความยินดีที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เล็งเห็นศักยภาพและให้การสนับสนุนการจัดงาน Thailand Smart City Expo 2022 อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ โดยเรามีเป้าหมายที่สัมพันธ์กันสอดคล้องตามนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐ ที่มุ่งมั่นส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง”นายศักดิ์ชัย กล่าว

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ได้ดึงพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วทุกมุมโลกมาให้ความรู้ และจุดประกายแนวคิดการพัฒนาเมืองโดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมให้สอดรับกับอัตลักษณ์ของแต่ละเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ย.–2 ธ.ค. 2565 ในรูปแบบไฮบริด มีการจัดแสดงครอบคลุม 7 กลุ่มประเภทสินค้า รวมกว่า 300 บูธ ได้แก่ ระบบจัดการด้านพลังงาน ระบบบ้านและอาคารอัจฉริยะ ระบบโรงงานอุตสาหกรรมและร้านค้าปลีก ระบบด้านสุขภาพและโรงพยาบาล ระบบสื่อสารโทรคมนาคม ระบบขนส่งและยานยนต์ และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยภายในงานยังจะมี กิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ สัมมนาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี 5G ครอบคลุมทุกด้านในการใช้ชีวิต การให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ สร้างเครือข่าย แบ่งปันความรู้ จากผู้เชี่ยวชาญในหลายอุตสาหกรรม การจัดแสดงหุ่นยนต์อัจฉริยะ และกิจกรรมที่เกี่ยวกับ Metaverse กับเทคโนโลยี AR และ 3D Interactive ผ่านแอปพลิเคชัน “Graffity Mappers”


ด้าน ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานโครงการพิเศษและศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเมืองที่ได้รับการประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว 30 พื้นที่ใน 23 จังหวัด อีกทั้งได้รับความเห็นชอบแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะเพิ่มเติมจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ ที่มี นายชัยวุฒิธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธาน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมาอีก15 พื้นที่ใน 14 จังหวัด

ดร.ภาสกร กล่าวต่อว่า กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทยจะต้องมีการบูรณาการการทำงานในทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม และตอบโจทย์ความต้องการอย่างตรงจุด ดังนั้นความร่วมมือกับ เอ็น.ซี.ซี. ในการจัดงาน Thailand Smart City Expo 2022 จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดันประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะได้อย่างสมบูรณ์ ผ่านการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มุ่งเน้นให้ คน เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดแผนการพัฒนาเมือง รวมถึงโครงการที่ตอบสนองบริบทของพื้นที่ และความต้องการของประชาชนให้กับผู้บริหารเมือง ทั้งระดับประเทศ จังหวัด และชุมชน อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ยกระดับสังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศ

โดยในงาน Thailand Smart City Expo 2022 ดีป้า ได้นำ Showcase ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะมาจัดแสดง รวมถึงเปิดเวทีให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านเมืองอัจฉริยะมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ ตลอดจนพิธีมอบรางวัล The Smart City Solution Awards 2022 เพื่อเป็นการส่งเสริมผลงานด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะด้วย

ขณะที่ นายนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมไอโอที กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม จะช่วยนำมาประเทศไทยไปสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ ซึ่งไอโอที (IoT : Internet of Things) คือเทคโนโลยีพื้นฐานในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้งานในด้าน ระบบ command center, การวางผังเมือง หรือ การประยุกต์ใช้ดาต้าที่มีส่วนช่วยในการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นการต่อยอดเทคโนโลยีที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหน่วยงานต่างๆ หรือเมืองต่างๆ จะสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาองค์กร ชุมชน เมืองหรือแม้แต่พัฒนาตัวเราเอง ได้อย่างเหมาะสม

ดังนั้น ความร่วมมือกับ เอ็น.ซี.ซี. ในครั้งนี้ทางสมาคมฯ และสมาชิกได้เตรียมนำผลงานต่างๆ ที่ได้ร่วมทำกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน รวมถึงกลุ่มสตาร์ทอัพ มาจัดแสดงไว้ภายในงาน ภายใต้ IoT Pavilion เพื่อโชว์นวัตกรรมจากบริษัทเทคโนโลยีในระดับตั้งแต่เล็ก-กลาง-ใหญ่ และไฮไลท์สำคัญคือการเปิดเวทีให้มีการนำเสนอไอเดียนวัตกรรมที่น่าสนใจหรือธุรกิจจากกลุ่มสตาร์ทอัพให้กับนักลงทุนเพื่อให้เกิดการร่วมทุนหรือการซื้อผลงานไปผลิตในเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างการแข่งขันและยกระดับเทคโนโลยีให้เข้ากับบริบทเมืองไทย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค รวมถึงการจัดเสวนาบอกเล่านวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เมืองควรมีเพื่อนำไปใช้งานหรือพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะได้อย่างเป็นรูปธรรม และแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ควรมุ่งเน้นหรือ สนับสนุน เช่น BCG (Bio-Circular-Green Economy) การผสมผสานของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม, ESG (Environment-Social-Governance) แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืนที่ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นต้น ซึ่งไอโอทีจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาช่วยเร่งกระบวนการให้เมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงและเติมเต็มความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนประเทศสู่เมืองอัจฉริยะต่อไป

นายประพัทธ์พงษ์ อุปลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCiRA) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า สำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCiRA) เป็นหน่วยงานช่วยพัฒนาเมืองอัจฉริยะทางด้านวิชาการที่รวมแหล่งองค์ความรู้จากนักวิจัย ดังนั้น ความร่วมมือกับ เอ็น.ซี.ซีฯ ในครั้งนี้จะเป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้ของสำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCiRA) ให้ไปสู่ท้องถิ่น เพื่อขยายผลงานวิจัยพัฒนานวัตกรรมให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในวงกว้าง ผ่านการนำเสนองานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวกับเมืองอัจฉริยะที่ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการแก้มลิงใต้ดิน Bangkok พื้นที่นำร่องสวนเบญจกิติ 130 ไร่ รองรับน้ำได้ 1 แสนลบ.ม. แก้ปัญหาน้ำท่วม กทม., โครงการออกแบบป้ายรถเมล์อัจฉริยะเตือนภัยฝุ่น ตรวจวัดฝุ่นได้แบบเรียลไทม์ ,โครงการพัฒนาเส้นทางจักรยานลอยฟ้าเลียบรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทาง 21 กิโลเมตร ส่งเสริมการท่องเที่ยว ออกกำลังกายและพัฒนาพื้นที่สาธารณะ สร้างทางเลือก ในการเดินทางให้กับประชาชน และโครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานคร เปลี่ยนแปลงรกร้างให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สวนสาธารณะฉบับกระเป๋า (Pocket Park) แห่งแรกชุมชนคลองเตย เป็นต้น ซึ่งผลงานวิจัยต่างๆ เหล่านี้ สามารถเป็นแนวทางให้ภาครัฐโดยเฉพาะองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นได้เข้าใจถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับเมืองของตนและนำไปต่อยอดในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อพัฒนาเมืองต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าชมงาน Thailand Smart City Expo 2022 ได้ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.–2 ธ.ค. 65 ณ ฮอลล์ 3-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สอบถามเพิ่มเติม 02-203-3525 Email: thailandsmartcity@nccexhibition.com
หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://thailandsmartcityexpo.com/


About Maylada

Check Also

ขอเชิญเข้าร่วม Webinar : Business Modernization By Microsoft Dynamics 365 [14 ธ.ค.22]

หากท่านกำลังมองหาโซลูชันเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารให้องค์กรของคุณอยู่ ห้ามพลาด! ยุคปัจจุบันเรามองข้ามเรื่องการใส่ใจในข้อมูลที่เรามีอยู่ไม่ได้เลย เพราะทุกอย่างมีมูลค่ามหาศาล จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจ  เราจะควบรวมการสื่อสารกับลูกค้าและทีมงานภายในองค์กรอย่างไรบ้าง ความถูกต้อง ความรวดเร็ว และได้ข้อมูลที่อัปเดททันท่วงที เรามีคำตอบให้คุณในสัมมนาออนไลน์นี้ 

“ฟอร์ติเน็ตจับมือมหาวิทยาลัยศรีปทุม” เพื่อลดช่องว่างด้านทักษะ เพื่อต่อสู้ภัยไซเบอร์ของบุคลากรไทย [Guest Post]

“เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยเข้าถึงหลักสูตรความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกล่าสุดของฟอร์ติเน็ต เพื่อปั้นผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพรุ่นเน็กซ์เจนเนอเรชั่น” ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติและครบวงจร ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม เพื่อจัดหลักสูตรการฝึกอบรมและออกประกาศนียบัตรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อันเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมระดับโลกให้นักศึกษาของไทย ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้จะช่วยให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีปทุมเพิ่มทักษะด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่ตรงกับความต้องการขององค์กรในประเทศไทยจากหลักสูตรที่ได้รับรางวัลของฟอร์ติเน็ต เพื่อเตรียมให้นักศึกษาพร้อมเป็นผู้เชี่ยวชาญ ลดช่องว่างด้านทักษะ ช่วยสร้างโลกดิจิทัลของไทยให้ปลอดภัย