Google เตรียมเดินสายเคเบิลใต้ทะเลมายังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่ม

Google ประกาศเตรียมลงทุนการเดินสายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้ทะเลลึกมายังเขตภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่ม ได้แก่ จาการ์ตา (อินโดนีเซีย) สิงคโปร์ เพิร์ธและซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) เพื่อสร้างเครือข่ายการเชื่อมต่อทั่วโลก ภายใต้โปรเจ็คท์ที่ชื่อว่า Indigo

การเดินสายเคเบิลครั้งนี้มีระยะทางประมาณ 9,000 กิโลเมตร และมี Bandwidth สูงถึง 18 Tbps ซึ่งช่วยให้เขตเอเชียแปซิฟิกสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์ได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดย Google วางแผนจะเดินสายเคเบิลใต้ทะเลถึง 5 เส้นมายังภูมิภาคดังกล่าว และดังเป้าที่จะแข่งขันกับ Cloud Service Provider และ ISP รายอื่นๆ

Google ระบุว่า Alcatel Submarine Networks จะเป็นผู้ผลิตสายเคเบิล และ Google หวังว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในกลางปี 2019 นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ลงทุนในโปรเจ็คท์ Indigo อีกหลายราย ได้แก่ SubPartners ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสายเคเบิล AARNet, Indosat OOredoo, Singtel และ Telstra ซึ่งเป็นบริษัท ISP ของประเภทต่างๆ ในเขตเอเชียแปซิฟิก

เฉพาะ Google และผู้ที่ลงทุนรายอื่นๆ เท่านั้นที่สามารถใช้ Indigo ได้ ในขณะที่ Singtel และ Telstra สามารถให้บริการการเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลใต้น้ำนี้แก่ธุรกิจการโทรคมนาคมของตนได้

ก่อนหน้านี้ Google ได้ฉลองความสำเร็จในการเดินสายเคเบิลใต้ทะเลมายังประเทศญี่ปุ่นด้วยระยะทาง 9,000 กิโลเมตรใกล้เคียงกับ Indigo แต่มีความเร็วสูงสุดถึง 60 Tbps ซึ่งนับว่าเป็นสายเคเบิลที่มีความเร็วสูงสุดที่เชื่อมผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก

ที่มา: http://www.networkworld.com/article/3188010/cloud-computing/google-is-helping-to-build-another-asia-pacific-submarine-cable.html


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ชมย้อนหลัง งาน ISS & SAP User Conference 2019

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ISS Consulting ได้จัดงาน ISS & SAP User Conference 2019 ขึ้นภายใต้ธีม “Innovation Now” …

Veeam กับเป้าหมายเบอร์ 1 ด้าน Cloud Data Management ในยุค Hybrid Cloud

เมื่อปริมาณข้อมูลเติบโตมากขึ้น และมีความต้องการในการใช้ข้อมูลมากขึ้น สิ่งที่เติบโตตามขึ้นมาคือความต้องการ Ecosystem ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถมีระบบข้อมูลที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา มีการจัดการกับข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาความปลอดภัยที่ดี Veeam เป็นหนึ่งในธุรกิจที่อาสาเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้