GitLab แก้ไขช่องโหว่ความรุนแรงสูงในการยืนยันตัวตนแบบ SAML

GitLab ออกอัปเดตความปลอดภัยแก้ไขช่องโหว่ความรุนแรงสูงในการยืนยันตัวตนแบบ SAML ที่ส่งผลกระทบต่อ GitLab Community Edition (CE) และ Enterprise Edition (EE) แบบ self-managed

ช่องโหว่ดังกล่าวมีรหัส CVE-2024-45409 เกิดจากปัญหาใน OmniAuth-SAML และ Ruby-SAML ที่ GitLab ใช้จัดการการยืนยันตัวตนแบบ SAML โดยช่องโหว่นี้เกิดขึ้นเมื่อ SAML response ที่ส่งจาก identity provider (IdP) มายัง GitLab มีการตั้งค่าผิดพลาดหรือถูกปรับแต่ง ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้าง SAML response ที่เป็นอันตรายเพื่อหลอกให้ GitLab รับรองว่าผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว ซึ่งเป็นการ bypass การยืนยันตัวตนแบบ SAML และเข้าถึง GitLab instance ได้

GitLab ได้แก้ไขช่องโหว่นี้ในเวอร์ชัน 17.3.3, 17.2.7, 17.1.8, 17.0.8 และ 16.11.10 โดยอัปเกรด OmniAuth SAML เป็นเวอร์ชัน 2.2.1 และ Ruby-SAML เป็น 1.17.0 บริษัทแนะนำให้ผู้ใช้งานอัปเกรดเป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยเร็ว สำหรับผู้ที่ไม่สามารถอัปเกรดได้ทันที GitLab แนะนำให้เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบ 2-Factor authentication สำหรับทุกบัญชี และตั้งค่าตัวเลือก SAML 2FA bypass เป็น “do not allow”

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/gitlab-releases-fix-for-critical-saml-authentication-bypass-flaw/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Pluto Security ระดมทุน 42 ล้านดอลลาร์ ช่วยองค์กรเสริมความมั่นคงปลอดภัยเอเจนต์ AI

Pluto Security ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับปัญญาประดิษฐ์ ประกาศว่าบริษัทได้ระดมทุนเป็นจำนวนเงิน 42 ล้านดอลลาร์ โดยหนึ่งในห้าของยอดรวมมาจากรอบ Seed ที่นำโดย TLV Partners และส่วนที่เหลือมาจากรอบ Series A ที่นำโดย …

Google ปล่อย Gemini 4 Argon ให้สมาชิก Pro และ Ultra ใช้งานแล้ว พร้อมโหมดการทำงานใหม่

Google ได้นำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า Gemini 4 Argon มาให้ผู้ใช้งานแอป Gemini ในระดับ Pro และ Ultra ได้ใช้งานแล้ว หลังจากที่ได้เปิดตัวโมเดลนี้ให้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ทดสอบใช้งานก่อนล่วงหน้าเป็นเวลา 2 สัปดาห์