การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ [PR]

การ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทให้ข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ยอดการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก ในปี 2569 จะมีมูลค่ารวมสูงถึง 2.52 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

จอห์น-เดวิด เลิฟล็อค (John-David Lovelock) รองประธานฝ่ายวิจัย การ์ทเนอร์ กล่าวว่า “การนำ AI มาใช้ให้ประสบความสำเร็จนั้น หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความพร้อมของบุคลากรและกระบวนการทำงานภายในองค์กร โดยองค์กรที่มีประสบการณ์และมีความเข้าใจในเทคโนโลยีมากขึ้น จะเริ่มเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการลงทุนตามกระแส ไปสู่การให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริงมากกว่าแค่ศักยภาพที่คาดหวัง

“ในปี 2569 นี้ AI จะเข้าสู่ช่วง Trough of Disillusionment หรือ ช่วงที่ความน่าสนใจเริ่มถดถอยลง ส่งผลให้องค์กรส่วนใหญ่เลือกซื้อโซลูชัน AI จากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์รายเดิมที่ใช้งานอยู่ แทนที่จะลงทุนในโครงการใหม่ที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ ความชัดเจนในการวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) คือปัจจัยตัดสินสำคัญก่อนที่องค์กรจะขยายการใช้งาน AI ไปสู่วงกว้าง” นายเลิฟล็อค กล่าวเสริม

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพียงอย่างเดียว สามารถผลักดันยอดการใช้จ่ายในกลุ่มเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับ AI (หรือ  AI-Optimized Servers)ในปี 2569 เติบโตขึ้นถึง 49% คิดเป็น 17% ของมูลค่าการใช้จ่ายด้าน AI ทั้งหมด นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐาน AI จะช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายอีกกว่า 401 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการที่เหล่าผู้ให้บริการเทคโนโลยีเร่งขยายรากฐาน AI อย่างต่อเนื่อง (ดูตารางที่ 1)

ตารางที่ 1 มูลค่าการใช้จ่ายด้าน AI ทั่วโลก จำแนกตามตลาด ระหว่างปี 2568-2570 (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

About Suphasin Sueklab

Check Also

[Video] WatchGuard Webinar : Zero Trust Made Simple

ในอดีต การวางระบบ Zero Trust Architecture มักถูกมองว่าเป็น ‘ยาขม’ ของฝ่ายไอทีและองค์กรจำนวนมาก เพราะแนวคิดที่ต้อง ‘ไม่เชื่อใจใคร และต้องตรวจสอบเสมอ’ นั้น มักตามมาด้วยความซับซ้อนยุ่งเหยิงในการบริหารจัดการ ในงาน WatchGuard Webinar ครั้งนี้ท่านจะได้รับชมกับแนวทางที่ทำให้ Zero Trust …

Google ทลายเครือข่ายพร็อกซี NetNut ที่กระจายบนอุปกรณ์กว่า 2 ล้านเครื่อง

Google ได้เข้าสกัดกั้นเครือข่าย NetNut ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายพร็อกซีที่อยู่อาศัย (residential proxy network) ที่ใหญ่ที่สุดที่ยังเปิดให้บริการอยู่ ส่งผลให้บริการที่เคยเปลี่ยนอุปกรณ์ตามบ้านเรือนกว่า 2 ล้านเครื่องทั่วโลกให้กลายเป็นจุดส่งต่อทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตของผู้อื่นต้องหยุดชะงักลง